หลายวันที่ผ่านมา มีโอกาสพบผู้ใหญ่ในจังหวัด เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ท่านพูดเรื่องน่านสู่มรดกโลก ผมเองได้พูดกันท่านว่า เราจะพูดเอาสวยเอางามโดยไม่ทำอะไรเลยไม่ได้นะครับ ผมเองรู้สึกเป็นห่วง เนื่องจากที่ผ่านมา เราเต้นไปเรื่อย ๆ ถือว่าได้ออกกำลังกาย แต่คำว่า มรดกโลกเขามีกฎเกณฑ์กติกาถ้วนถี่
ผมเคยจำได้ดีสมัยที่ ร.ต.ต.ธนะพงษ์ จักกะพาก เป็น ผวจ.น่านคราวนั้นได้รอง ผวจ.น่าน คือนายปริญญา ปานทอง ผวจ.ธนะพงษ์ฯ เกษียณอายุราชการไปมี ดร.สุวัฒน์ โชคสุวัฒน์สกุล มาดำรงตำแหน่ง ผวจ.น่าน งานก็ค่อย ๆ เคลื่อนไปเกี่ยวกับการทำเอกสารเพื่อให้น่านเป็นเมืองมรดกโลก คราวนั้นพบชื่อ ดร.อดุลย์ วิเชียรเจริญ ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ให้สติชาวน่านได้ดีอย่างยิ่ง
ดร.สุวัฒน์ฯ เกษียณอายุราชการ น่านได้นายปริญญา ปานทอง มาดำรงตำแหน่ง ผวจ.น่าน มีการนำเรื่องมรดกโลกน่าน เป็นเรื่องเดิมมาปัดฝุ่นขยับไปมีรองจรินทร์ จักกะพาก มาร่วมขับเคลื่อนไปได้ระยะหนึ่ง ท่านสองท่านโยกย้ายตามวิถีราชการ ผมต้องพูดตรง ๆ ว่า จะอาศัยเพียงข้าราชการทำงานใหญ่ให้น่านสู่มรดกโลกนั้น ไม่เหมือนปลอกกล้วย
อันที่จริงจะเป็นมรดกโลก หรือมรดกอะไรนั้น จากที่ติดตามข่าวสารปราสาทเขาพระวิหารแล้ว ยิ่งทำให้คิดว่า เรื่องมรดกโลกน่าน นั้น หากจะทำกันจริง ๆ ไม่ควรแค่พูด หรือทำกันในลักษณะละลายงบประมาณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะอยู่ระยะหนึ่ง และข้าราชการประจำก็เป็นตามที่กล่าว พลังปัญญา พลังความร่วมมือ ฯลฯ ทำให้ชาวน่านรู้ตระหนัก รู้จักเรื่องราวบ้านเมืองตนเอง รู้จักเข้าใจมรดกน่านไปก่อน ส่วนจะไปไกลถึงกับให้ยูเนสโกประกาศหรือไม่อย่างไรนั้น งานใหญยิ่งครับ
เรื่องมรดกที่ีควรเรียนรู้จากการเสนอข่าวทางสื่อมวลชนครับ
'พลเอก'เหลืออดยุด่า รบ.-ซัดเลวทรามต่ำช้านำพื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหารประเคน7ชาติ
วันที่ 09 กรกฎาคม 2551 - เวลา 16:29:28 น.
รุมถล่มรัฐบาล หลังคณะกรรมการมรดกโลกขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก นักวิชาการเสวนาแฉปล่อย 6 ชาติตั้งอาณานิคม 'พลเอก'ประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทยยุประชาชนด่ารัฐบาล เหลืออดซัดเลาทรามต่ำช้า ยกพื้นที่ทับซ้อนให้ 7 ชาติบริหาร
หลังจากที่คณะกรรมการมรดกโลกเห็นชอบให้ปราสาทเพระวิหารของกัมพูชาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียวเมื่อเช้ามืดวันที่ 8 กรกฎาคมตามเวลาในประเทศไทยนั้น ปรากฏว่า มีปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆโจมตีรรัฐบาลอย่างหนัก ขณะที่รัฐบาลและประชาชนกัมพูชาทั้งประเทศได้เฉลิมฉลองด้วยความยินดี
ที่สถาบันไทยคดีศึกษา ชั้น 9 อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการหารือของกลุ่มนักวิชาการและบุคคลที่ร่วมกันเคลื่อนไหวในเรื่องนี้
นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ที่คณะกรรมการมรดกโลกเห็นชอบแผนที่ที่ทางกัมพูชาเสนอ น่าสังเกตว่า หากกัมพูชาขึ้นทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารเพียงอย่างเดียว เท่ากับว่าบริเวณพื้นที่โดยรอบจะมีประเทศอื่นๆ อีก 6 ประเทศมาตั้งอาณานิคมในเขตแดนไทย ได้แก่ อเมริกา จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น กัมพูชา อีกประเทศอาจเป็นอินเดีย ลาว หรือเบลเยียม ซึ่งจะกลายเป็นความวุ่นวายในประเทศไทย และเป็นการยอมรับแผนที่ของกัมพูชาไปโดยปริยาย
นายเทพมนตรีกล่าวว่า ขอให้นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ยื่นขอแขวนปราสาทพระวิหารออกไปก่อน หากคณะกรรมการมรดกโลกแจ้งว่า ไม่สามารถกระทำได้ ก็ขอให้นายปองพลลาออกจากการเป็นภาคีสมาชิก และขอถอนมรดกโลกของไทยที่ขึ้นทะเบียนไว้ทั้ง 5 แห่งออกจากการเป็นมรดกโลก
นายเทพมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้กัมพูชามีแผนบูรณะปราสาทพระวิหารแล้ว ทราบมาว่า มีคนไทยทรยศกลุ่มหนึ่งเข้าไปขอร่วมบูรณะปราสาทพระวิหารด้วย นอกจากนี้ มีเอกสารยัดไส้ที่คณะกรรมการมรดกโลกทั้ง 21 ประเทศได้รับ เป็นเอกสารที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน คือเอกสารเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา ที่กรุงปารีส ลงนามโดยปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า ในพื้นที่พิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาที่ถูกนำไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดยให้ 7 ประเทศเข้าไปบริหารนั้น หากมีการถอนจากการขึ้นทะเบียนมรดกโลกไทยก็จะสูญเสียพื้นที่ดังกล่าวไป
'ทุกคนด่าว่ารัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติว่า เป็นรัฐบาลเผด็จการ แต่รัฐบาลทหารก็ไม่เคยทำสิ่งเลวทรามต่ำช้าเช่นนี้มาก่อน แต่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ทำไมถึงกระทำสิ่งเลวทรามเช่นนี้ได้ ดังนั้น ประชาชนควรออกไปด่ารัฐบาลชุดนี้' พล.อ.ปฐมพงษ์กล่าว
นายประกาสิทธิ์ แก้วมงคล ตัวแทนของกลุ่มประชาชนชาวไทย อ่านแถลงการณ์ว่า การประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นเรื่องละเมิดสิทธิพลเมือง โดยรัฐบาลไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทพระวิหาร และบริเวณพื้นที่โดยรอบ เท่ากับว่าไทยเสียอธิปไตยในเขตพื้นที่ N3 (หรือพื้นที่อนุรักษ์) โดยยอมรับการบริหารจัดการตามที่กัมพูชาเสนอ และในที่สุดไทยจะเป็นเพียง 1 ใน 7 ประเทศผู้บริหารจัดการ และมีผลให้ไทยยอมรับรองแผนที่ของกัมพูชา จึงขอให้รัฐบาลยกเลิกการรับรองแผนที่ของกัมพูชา และเร่งสำรวจและจัดการหลักเขตแดนให้ชัดเจน
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานสมัชชาประชาชน กล่าวว่า ในความเป็นจริง ไทยสูญเสียอธิปไตยในเขตพื้นที่ N3 กว่า 4.6 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,900 ไร่ อย่างที่ไม่ควรจะต้องเสียไป เพราะต้องให้ 6 ประเทศเข้ามาร่วมจัดการ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เมื่อคณะกรรมการมรดกโลกมีมติให้ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของประเทศกัมพูชาแล้ว สิ่งที่อยากเสนอให้รัฐบาลเร่งทำคือแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่า แถลงการณ์ร่วมที่ทางนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลงนามไว้ก่อนหน้านี้โดยการอนุมัติของ ครม. เป็นสิ่งที่ประเทศไทยไม่สามารถยอมรับความสมบูรณ์ได้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากที่กัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้ฝ่ายเดียว ที่สำคัญคือ รัฐบาลต้องรักษาสิทธิ หรือสงวนสิทธิต่างๆ ต่อเนื่องจากปี 2505 ในตัวปราสาท หรือการสงวนสิทธิเพื่อที่จะปกป้องไม่ให้เกิดการรุกล้ำในเรื่องของอธิปไตย หรือการเสียเปรียบในเรื่องการปักปันเขตแดนในพื้นที่โดยรอบ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ รัฐบาลควรจะหามาตรการอื่นในการสงวนสิทธิของประเทศไทยอย่างชัดเจนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งให้รัฐบาลกัมพูชาทราบหรือแนวทางการบริหารจัดการในพื้นที่บริเวณนั้นในลักษณะที่ไม่กระทบกระเทือนกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือข้อเสนอที่จะให้มีการยื่นขอจดทะเบียนบริเวณอุทยาน โบราณสถานอื่นๆ และบริเวณข้างเคียงเป็นมรดกโลก รัฐบาลควรจะเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียในเรื่องของอธิปไตยหรือดินแดน จากการขึ้นทะเบียนครั้งนี้
ด้านประเทศกัมพูชา ที่บริเวณตลาดชุมชน เชิงบันไดทางขึ้นปราสาทพระวิหาร เจ้าหน้าที่และชาวกัมพูชาประมาณ 200 คน นำเครื่องขยายเสียงมาติดตั้งและกล่าวขอบคุณยูเนสโกที่อนุมัติให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จากนั้นทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่พากันส่งเสียงโห่ร้องแสดงความดีใจ พร้อมตะโกนว่า 'กัมพูชาจงเจริญ' 3 ครั้งพร้อมๆ กัน แล้วผลัดกันขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณทุกประเทศที่ให้การสนับสนุน ใช้เวลาทำกิจกรรมเกือบ 1 ชั่วโมงจึงยุติ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวกัมพูชาพากันออกมาเฉลิมฉลองตามท้องถนนหลายสายทั่วประเทศ หลังจากที่ปราสาทพระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ทั้งนี้ ชาวกัมพูชาหลายพันคนออกมาเต้นรำ ร้องเพลงและโบกธงชาติกัมพูชาตามท้องถนนพร้อมกับร้องตะโกนว่า 'ปราสาทพระวิหารจงเจริญ'
สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกแถลงการณ์ระบุว่า 'การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเป็นความภาคภูมิใจครั้งใหม่ของชาวกัมพูชา และความสำเร็จในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นผลมาจากกระบวนการที่ซับซ้อนและการเจรจาอย่างยาวนาน'
นอกจากนี้ สมเด็จ ฮุนเซนยังได้กล่าวย้ำถึงไทยว่าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องการแบ่งเขตพรมแดนระหว่างทั้ง 2 ชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยที่ 32 ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดานั้น เริ่มพิจารณาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเมื่อเวลา 14.30 น. ของวันที่ 7 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 01.30 น. วันที่ 8 กรกฎาคมตามเวลาในไทย โดยหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาเป็นเรื่องแรกหลังเริ่มต้นการประชุมในช่วงบ่าย
ที่ประชุมใช้เวลาหารือราว 15 นาที เริ่มด้วยการนำเสนอข้อมูลของอิโคโมสว่า เหตุใดปราสาทพระวิหารจึงสมควรได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากนั้น ประธานในที่ประชุมสรุปว่า ขอให้เสนอเรื่องดังกล่าวโดยไม่มีการอภิปราย เพราะมีการหารือพูดคุยกันนอกรอบแล้ว ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
จากนั้น นายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาขึ้นกล่าวขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวถึงไทยว่าแม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง แต่เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ขณะที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นกล่าวต่อโดยขอให้ที่ประชุมบันทึกข้อสงวนและข้อสังเกตของไทยซึ่งเห็นว่าข้อมติดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติ เพราะการดำเนินการใดๆ หลังจากนี้ ไม่สามารถทำได้หากไม่ได้รับความยินยอมจากไทย พร้อมกับประท้วงและคัดค้านเอกสารที่กัมพูชายื่นเสนอว่ามีข้อบกพร่อง จึงขอคัดค้านการขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวของกัมพูชา
ด้านนายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย ขึ้นอ่านแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วยและผิดหวังที่คณะกรรมการมรดกโลกขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกทั้งที่ยังมีข้อบกพร่องอีกมาก
ที่กระทรวงการต่างประเทศ คณะผู้แทนไทยที่ไปร่วมประชุมที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ได้แถลงข่าวผ่านทางโทรศัพท์ โดยนายนพดลระบุว่า ได้ทำดีที่สุดแล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตนไม่อยากให้กระทบความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
ด้านนายปองพลกล่าวว่า การขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นการลดความเชื่อถือของคณะกรรมการมรดกโลกเอง เพราะมีมติสวนทางกับหลักการและหลักเกณฑ์
พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดน กล่าวว่า มติดังกล่าวไม่ใช่การแข่งขันระหว่างไทย-กัมพูชา แต่เปรียบเหมือนกัมพูชาเป็นนักเรียนที่เตรียมตัวมาสอบเลื่อนชั้น เมื่อสอบผ่านเกณฑ์ก็เลื่อนชั้นขึ้นไปได้ ไม่ได้หมายความว่าไทยถูกทำร้ายหรือไทยสอบตก
เช่นเดียวกับนายถวิล เปลี่ยนศรี รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ได้ทำทุกอย่างที่ทำได้และต้องทำแล้ว แต่ทางออกมีไม่มากนัก เพราะเป็นเรื่องเหนือการควบคุมของเรา
ส่วน พ.อ.นพดล โชติศิริ ผู้แทนกรมแผนที่ทหาร ย้ำว่าได้ตรวจสอบแผนผังที่กัมพูชานำมาเสนอแล้ว ไทยไม่เสียดินแดนแต่อย่างใด
รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายนพดลได้แยกจากคณะผู้แทนไทยโดยเดินทางออกจากเมืองควิเบกไปยังอังกฤษ เพื่อติดตามเรื่องการเตรียมการเดินทางเยือนยุโรปของนายกรัฐมนตรี โดยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยช่วงบ่ายวันที่ 10 กรกฎาคมนี้
http://www.matichon.co.th/news_scoop.php?id=273