lead from behind อยากเป็นผู้นำในระดับแบนราบหรือเป็นผู้นำที่อยู่ในระดับสูง ที่ยิ่งสูงยิ่งหนาว

จากการไปร่วมเรียนรู้ในงาน R2R ของ สวรส. เมื่อวันที่ 2-3 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้เขียนเลือกไปนั่งฟังนโยบายของผู้บริหารในการขับเคลื่อนและสนับสนุนงาน R2R มีอยู่คำหนึ่งที่กินใจผู้เขียน "lead from behind"

 

อาจารย์หมอสมศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวท นอกจากความสง่างามในรูปร่างหน้าตาแล้วยังสง่างามในด้านความคิดและน้ำเสียง อาจารย์พูดได้ฉะฉานน่าฟังชวนติดตาม

มีช่วงหนึ่งที่อาจารย์พูดถึง ภาวะผู้นำว่า ต้องนำจากข้างหลัง lead from behind เหมือนคนเลี้ยงแกะจะต้อนแกะจากด้านหลัง ซึ่งจะสามารถมองเห็นแกะได้ทั้งหมด ตัวไหนเป็นจ่าฝูง ตัวไหนแข็งแรง ตัวไหนอ่อนแอก็จะรู้ได้ และสามารถต้อนไปถึงจุดหมายได้อย่างง่ายดาย

อาจารย์พูดดูเหมือนเป็นการบริหารแบบแนวราบ ที่ทุกคนมีส่วนร่วม ส่วนผู้นำนั้นคอยประคับประครองและเฝ้ามองจากด้านหลัง ซึ่งสามารถมองเห็นแววของคนดีคนเก่ง ซึ่งสามารถสลับสับเปลี่ยนกันเป็นจ่าฝูง เหมือนนกที่บินตามกัน ตัวที่นำก่อนเมื่อเหนื่อยก็จะผลัดเปลี่ยนให้ตัวอื่นขึ้นไปนำบ้าง ส่วนนี้ผู้เขียนคิดเอง และนึกถึงคำพูดที่พูดกับน้องๆเสมอว่า "พี่แค่เป็นคนจับหางเสือ ให้เรือไปในทิศทางที่พวกเราอยากจะไปด้วยกัน"

ได้ข้อคิดและควรที่จะนำไปใช้ในชีวิตการทำงานเป็นอย่างยิ่ง lead from behind ไม่ใช่แม่เป็ดไปเดินอยู่ข้างหน้า แล้วลืมหันมามองลูกเป็ดผู้ติดตาม นึกขึ้นได้หันไปมอง ลูกเป็ดก็ตกท่อไปเสียแล้ว

lead from behind อยากเป็นผู้นำในระดับแบนราบหรือเป็นผู้นำที่อยู่ในข้างบนเบื้องสูง

ที่ยิ่งสูงยิ่งหนาว

บันทึกในวันที่เกิดความขัดแย้งในองค์กร