ได้ทำหน้าที่ในฐานะหน่วยหนึ่งของสังคม ในการบ่มเพาะดูแลกล้าพันธุ์ที่ดีและมีคุณภาพ ให้เติบใหญ่เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปัญหาและอุปสรรค ในการจัดการเรียนรู้

ของครูสอนคนที่บ้านเรียนก้านตอง

 ภาพเคลื่อนไหวภาพเคลื่อนไหวภาพเคลื่อนไหว

 

 

     สวัสดีเช้าวันเสาร์ที่สดใสค่ะ..กัลยาณมิตรที่รักทุกท่าน  ห่างหายไปนานพอควรกับ บ้านเรียนก้านตอง : Home School  หนึ่งเดียวของ สพท.เชียงใหม่ เขต ๑ ( ณ เวลานี้)  กลับมาแล้วค่ะ  ในวันที่ท้องฟ้าสดใส..อรุณเริ่ม..ของปีการศึกษา ๒๕๕๑

      กับโจทย์ที่ผู้เขียนได้ขอความกรุณาจากผู้จัดการศึกษา , จากคุณครูผู้สอน ทั้งสองท่าน คือ คุณพ่อวิคมและคุณแม่กรรณิการ์  ในบันทึกที่ผ่านมา 

 

 ปัญหา อุปสรรค ที่พบและการแก้ไข ..ความภาคภูมิใจที่บังเกิด

 

ยากจังครับโจทย์นี้.. นั่งคิดนอนนึกอยู่หลายตลบว่าจะเอาอย่างไรดี ไม่ใช่ว่าทำมาตั้งปีไม่มีปัญหา  เพียงแต่เราไม่เคยนั่งไล่เรียงเจ้าตัวปัญหานี้อย่างจริงๆจังๆ  ไม่ค่อยได้มองในมุมของความเป็นปัญหา     ค่อยๆ เดินไปสู่เป้าหมายข้างหน้าทีละก้าว

 

หลายท่านเคยตั้งคำถามอย่างนี้โดยเฉพาะเจาะจงลงไปในเรื่อง เวลา และ ทุนทรัพย์ซึ่งดูจะเป็นประเด็นสำคัญต่อการตัดสินใจในหลายๆครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองปัจจัยเป็นสิ่งสำคัญ แต่ขอย้ำว่า อยู่ในวิสัยที่จะปรับเปลี่ยน-จัดสรรให้สอดคล้องกับสถานภาพของแต่ละครอบครัวได้(ครอบครัวเราก็ห่างไกลคำว่าร่ำรวย พ่อและแม่ยังคงต้องช่วยกันทำงานหาเลี้ยงชีพ แต่อาชีพของเราอาจจะเอื้อสำหรับการปรับเปลี่ยนในเรื่องเวลา)

 

พอลองรวบรวมประมวลผลดู สิ่งที่เป็นปัญหามากๆ ก็คงเป็น ความไม่รู้ ซึ่งมักจะนำมาซึ่งความวิตกกังวล (ทุกข์ใจ) ได้เสมอ

 

ประการแรกเลยก็ ความไม่รู้ของผู้จัดการศึกษา... เริ่มมาก็ต้องจัดทำแผนการศึกษา ทั้งที่ไม่ค่อยเข้าใจศัพท์แสงทางการศึกษา โชคดีที่ได้ศึกษานิเทศก์และเจ้าหน้าที่ สทพ.เชียงใหม่ เขต๑ คอยช่วยสนับสนุน (ถือโอกาสขอบพระคุณงามๆ อีกครั้ง และขออภัยที่มิได้เอ่ยนามเป็นรายบุคคล เพราะจะยาวเหยียดครับ) ครั้นพอเข้าสู่ช่วงการเรียนการสอน ก็ต้องคอยแบ่งน้ำหนักให้วิชาต่างๆ เพราะการเรียนการสอนเกือบทุกวิชาเป็นการบูรณาการครับ (ซึ่งยังไม่รู้อยู่ดีว่าควรจะแบ่งตามเนื้อหาหรือเวลาที่ใช้ดี) ท้ายสุดเลยหันมาให้ความสนใจสิ่งที่ผู้เรียนได้เป็นสำคัญ

 

ต่อมาก็ ความไม่รู้ของคนสอน... ไม่รู้ว่าสอนอย่างไรจึงจะดี กว้าง-ลึกแค่ไหน เพราะเรามิใช่ครูมืออาชีพซึ่งมีประสบการณ์และเทคนิคการสอนเหลือล้น ครั้นจะกางตำราว่ากันไปทีละหน้าผู้เรียนคงยกป้ายประท้วงไม่ยอมเข้าห้องเรียน โชคดีที่เรารู้จักและเข้าใจลูกศิษย์ของเราเป็นอย่างดี** อาศัยสิ่งที่เขาสนใจเขาอยากเรียนรู้เป็นจุดเริ่ม*** มีแม่นก (กรรณิการ์) แสนขยันเป็นกำลังสำคัญในการสืบค้นเสาะแสวงหาข้อมูลว่าในเรื่องนั้นๆ เขามีวิธีการหรือกิจกรรมที่จะสื่อสารกับเด็กๆ อย่างไรกันบ้าง เลือกยืมมาใช้บ้าง  ประยุกต์ใช้บ้าง... ช่วยได้มากที่เดียวครับ ระยะหลังๆ ก็ได้คำแนะนำดีๆ จาก ศน. หลายท่านที่ช่วยแตกแนวคิดและวิธีการใหม่ๆ  โดยรวมแล้วเราก็ยึดการต่อยอดความรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ

ภาพเคลื่อนไหวภาพเคลื่อนไหวภาพเคลื่อนไหว

 

รายละเอียดเนื้อหา ของบางรายวิชาก็เป็นปัญหาอยู่บ้าง โดยเฉพาะวิชาที่อาศัยการท่องการจดจำความรู้ อาทิ สังคม ประวัติศาสตร์ ... ต้องเรียนเรื่องเดียวกับที่เขาเรียนกันในโรงเรียนไหม หากเอาตามความสนใจของผู้เรียนจะส่งผลในช่วงการประเมินผลไหม... คำถามเหล่านี้ส่งผลในย่อหน้าต่อไป

 

ไม่รู้ในเรื่องการประเมินผล เป็นความวิตกกังวลว่าลูกอาจจะต้องถูกประเมินในเรื่องที่ยังไม่ได้เรียน (เพราะครอบครัวเราใช้วิธีดูเนื้อหาตลอดช่วงชั้นที่ ๒ แล้วเลือกเรียนเลือกสอนตามความเหมาะสม...ตามความสนใจบ้าง เชื่อมโยงต่อจากเรื่องอื่นบ้าง ไม่ได้สอนเรียงตามบท ตามชั้นปี)  ร่องรอยทางการศึกษาและแฟ้มผลงานที่รวบรวมไว้จะตรงตามที่ผู้ประเมินต้องการหรือไม่... สารพัดจะกังวล แต่พอถึงวันประเมินจริงๆ เหมือนญาติผู้ใหญ่มาเยี่ยมบ้าน เหมือนนั่งคุยกับญาติพี่น้อง ก้านตองเองยังออกปากว่า ไม่เหมือนเป็นวันสอบเลย...

ภาพเคลื่อนไหวชื่นใจค่ะ..ที่ได้รับฟังเช่นนี้ภาพเคลื่อนไหว

 

ส่วนการประเมินในส่วนของครอบครัว เราพยายามขอความร่วมมือจากครูผู้สอนที่ก้านตองต้องไปเรียนนอกบ้านให้ช่วยประเมินตามความเห็นของครู  ในส่วนของพ่อแม่การประเมินจะแตกต่างกันไป บางวิชา เช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ สามารถประเมินจากเนื้อหาโดยให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดและข้อสอบได้  แต่สำหรับวิทยาศาสตร์กลายเป็นปัญหาขึ้นมาทันทีเพราะเราสอนตามความสนใจของผู้เรียนเป็นสำคัญ เช่น ก้านตองทำโครงงานวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เนื้อหาส่วนที่เหลือก็พยายามสอนให้ครอบคลุม เพราะไม่รู้ว่าทางเขตจะประเมินเราอย่างไร จึงไม่สามารถประเมินลูกจากการทำข้อสอบเหมือนวิชาภาษาไทยได้  เพื่อให้เป็นธรรมกับลูกเราจึงใช้วิธีร่วมกันประเมิน โดยให้ก้านตองร่วมประเมินตัวเอง***(เยี่ยมมากค่ะ..) ในหัวข้อความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา ความสนใจ/ความกระตือรือร้น การสังเกต/การตั้งคำถาม การค้นคว้า/การสรุป และผลงานในการทำโครงงานต่างๆ ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้เราเห็นว่ามีความสำคัญต่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ ตอนนั้นก็วิตกอยู่ว่าทางเขตพื้นที่การศึกษาฯ จะยอมรับวิธีการประเมินแบบนี้ไหม? แต่ในปัญหานี้ก็มีข้อดีอยู่  เพราะลูกได้อาศัยช่วงเวลานี้ทบทวนตัวเอง ว่าได้พยายามอย่างเต็มที่หรือยังในแต่ละสาระ ที่ไม่เต็มที่เพราะอะไร

ภาพเคลื่อนไหวครอบครัวก้านตองได้วัดผลแบบ Authentic Assessment แล้วค่ะ..ภาพเคลื่อนไหว

 

สรุปว่า เจ้าความไม่รู้...ไม่รู้ในหลายๆ เรื่องนี่ (ความจริงในหลายๆ ครั้งอาจไม่ใช่ปัญหา) มันส่งผลในเรื่องความมั่นใจ และคิดว่าคงไม่ใช่แค่เพียงแต่เราครอบครัวเดียว หากสามารถร่วมด้วยช่วยกันทำให้เกิดแนวทางหรือวิธีการที่ชัดเจนยิ่งขึ้น น่าจะสามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ครอบครัวที่กำลังคิดจะทำบ้านเรียนสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น...

ปรบมือให้ค่ะ..การรู้ว่าไม่รู้นี่สุดยอดนะคะ..

 

ปัญหาอื่นๆ มีไหม... เรื่องห้องสมุด ใช่เลยครับ (ปีที่ผ่านมา น้องก้านตองใช้บริการห้องสมุดประชาชน และห้องสมุด I-Zone ของบริติชเคาน์ซิลเป็นประจำ) ห้องสมุดหรือแหล่งข้อมูลที่มีความเหมาะสมกับระดับการเรียนรู้ของน้องก้านตอง เพราะในหลายๆ ชิ้นงานก้านตองต้องอาศัยการค้นคว้าเพิ่มเติม หลายครั้งเราก็มองหาสื่อการเรียนการสอน ซึ่งห้องสมุดมหาวิทยาลัยฯ ก็เนื้อหาลึกเกินไป, หอสมุดรัชมังคลาฯ ห้ามยืมออก, ห้องสมุดประชาชนก็มีหนังสือน้อยเกินไป... คำตอบอาจจะเป็นห้องสมุดโรงเรียน...ไหนสักแห่ง เพราะการปลูกฝังให้เด็กรู้จักและคุ้นเคยกับการใช้แหล่งข้อมูลสาธารณะก็เป็นเรื่องจำเป็น  นี่ถ้า ศน.อ้วน ไม่บอกให้กลับมานั่งมองปัญหา ก็คงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ที่ผ่านมาเราใช้วิธีการค้นคว้าผ่านอินเตอร์เน็ต และซื้อหนังสือบางส่วน  ซึ่งแน่นอนว่าหนังสือบ้านเราเมื่อรวมกันแล้วใช้งบประมาณไปไม่น้อย หากทางเขตพื้นที่การศึกษาฯ สามารถเอื้ออำนวยให้ครอบครัวบ้านเรียนทั้งบ้านเราและบ้านอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสามารถใช้ห้องสมุดโรงเรียน หรือศูนย์สื่อฯ ในสังกัด สพท.เชียงใหม่เขต 1 โรงเรียนใดก็ได้ที่เหมาะสมกับช่วงชั้นของเด็กบ้านเรียน จะช่วยคลี่คลายปัญหานี้ไปได้มาก

 

ภาพเคลื่อนไหว  ..รับดำเนินการค่ะ...คุณพ่อวิคม.. ภาพเคลื่อนไหว

 

เรื่องเวลา ล่ะ... การจัดสรรเวลาและตารางการเรียนการสอน มีปัญหามากไหม? หลายคนเคยถาม... ไม่ถึงกับเป็นปัญหาครับ ปรับเปลี่ยน-ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม ผู้เรียนก็ให้ความร่วมมือด้วยดี จะมีก็เวลาที่ต้องไปเรียนร่วมกับเพื่อนๆ กลุ่มอื่น ซึ่งมักจะเป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ตารางในสองวันดังกล่าวค่อยข้างแน่นไปสักนิด    แต่ผู้เรียนบอกว่า สนุกดี...ไม่มีปัญหา

ภาพเคลื่อนไหวผู้เรียนเรียนรู้อย่างสนุก..นี่แหละค่ะวิธีการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพภาพเคลื่อนไหว

ภาพเคลื่อนไหว 

 

 

 

 

ภาพเคลื่อนไหว ความภาคภูมิใจที่พบ ภาพเคลื่อนไหว

 

       หนึ่งปีกับการจัดการเรียนรู้ของบ้านก้านตอง ครอบครัวเราเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านดีอะไรบ้าง?(เขียนแต่ด้านดีนะครับ)

ถามแบบนี้ดูจะตอบได้ลื่นกว่า

(เอ๋..ภูมิใจก็ต้องดีสิคะ..ยิ้ม ๆ ค่ะ..)

 

ตัวน้องก้านตอง (ผู้เรียน)

* ด้านร่างกาย : สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

* ด้านจิตใจและภาวะทางอารมณ์ : มีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น ปรับตัวให้เรียนรู้และทำงานร่วมกับเพื่อนในวัยเดียวกันและเพื่อนต่างวัยได้อย่างเหมาะสม ร่าเริง ขี้เล่น มีความตื่นตัวในการเรียนรู้และทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันทั้งการเล่นและการเรียน ..สนุกกับการเรียน..

* ด้านทักษะ-ความรู้ :  สามารถพัฒนาทักษะและเพิ่มพูนความรู้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสาระวิชาภาษาไทย อังกฤษ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์,  สามารถค้นคว้าหาข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลด้วยตนเองได้มากขึ้น เชื่อมโยงความรู้ที่มีมาใช้ในการวิเคราะห์วิจารณ์ได้มากขึ้น

                          (..ก้านตองจ๋า..ให้ครูอ้วนกอดแน่นๆที..นะคะ

                             จะพิสูจน์ว่าสมบูรณ์แข็งแรงจริงไหมเอ่ย..)

 

 

ครอบครัว

*     มีเวลาได้อยู่ด้วยกัน ทำกิจกรรม และเรียนรู้ร่วมกันมากขึ้น เห็นร่วมกันบ้าง-

       ขัดแย้งกันบ้างย่อมเป็นการสานสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

*     มีความสุขกับการได้ร่วมกันลงแรงทำในสิ่งที่คิดว่าเหมาะสมกับครอบครัวและสมาชิกของเรา

* ได้ทำหน้าที่ในฐานะหน่วยหนึ่งของสังคม ในการบ่มเพาะดูแล        กล้าพันธุ์ที่ดีและมีคุณภาพ ให้เติบใหญ่เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

 

สังคม

เห็นตัวอย่างประสบการณ์การจัดการเรียนการสอน และการจัดบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัวในรูปแบบที่ต่างออกไป อันอาจนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการสร้างเสริมสมาชิกของสังคม

*    เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ครอบครัวเห็นความสำคัญและพลังของตน ในฐานะเฟืองตัวหนึ่งของสังคม  

*     มีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ในการจัดการศึกษาให้แก่สมาชิกของสังคม

 

 

ภาพเคลื่อนไหว  ท่านผู้อ่าน..มีความรู้สึกเช่นเดียวกับผู้เขียนไหมคะ..

         มีความปีติและอิ่มเอมใจที่สุด..เกินบรรยายค่ะ   ภาพเคลื่อนไหว

 

ภาพเคลื่อนไหว