ความรู้สึกส่วนใหญ่ของคนไข้นั้น อยากจะให้คุณหมอรู้ใจเขา นอกจากช่วยบรรเทาในแง่มุมของโรคแล้ว เขาแอบหวังการเชื่อมต่อไปบรรเทาเขาเรื่องป่วยใจ มันเป็นความคาดหวังที่ถูกซ่อนไว้ลึกตกผลึกอยู่ในใจ ไม่ค่อยโผล่ออกมา จนกว่าเมื่อถึงคราพบหมอที่เข้าใจหรือเมื่อเขาไว้ใจ หมอจึงได้รับรู้ อ่อนหัดเรื่องที่สอง จึงเป็นเรื่องการฟัง ฟังได้แต่แบบแห้งๆ ไม่ได้ฟังด้วยใจเขาพูดมาจึงไม่ได้ยิน
พี่บางทราย น้องเบิร์ด ยืนยันมา วิถีของคนที่ป่วยใจ ใช้จิตวิทยาเข้าช่วย หมูในอวยเลยค่ะในการจัดการให้การป่วยบรรเทาลง โอกาสจะเปิดให้ช่วยต่อเมื่อหมอรับรู้สิ่งที่อยู่ในใจ ด้วยเหตุนี้หมอจึงควรได้ฝึกฝนเรียนรู้การฟังให้ได้ยินเสียงใจที่อยู่ลึกเข้าไป ฉันนั้นขอสนับสนุนที่พี่บางทรายเสนอว่า Deep Listening คือ ทักษะที่ควรเติมให้กัน
ต่อไปลองนึกภาพคนหน้าตาดี อีแซวเสียงเหน่อชายและหญิง ที่มาโชว์เสียงลั่นในเฮฮา5 เวลาสนทนาวาจาที่คุยตรงอย่างไร ถ้าเทียบอายุแล้วนศพ.ปี 3 มันก็ละอ่อนกำลังโต แล้วถ้าตามเปิดโผ ฉันกล้าคุยโตพนันว่า ละอ่อนก็ใช้วาจาสนทนาเยี่ยงเดียวกับหนุ่มสาวเสียงเหน่อแห่งสุพรรณ ตอนต้นบอกแล้วว่า นศพ. ปี 3 ต้องฝึกฝนรู้จักโรค เพื่อเดินไปต่อตามโฉลกที่ได้กำหนดไว้ การได้ผ่านปี 2 สมองมันจะถูกอัดมัดไว้ในกรอบด้วยความอันแน่นหนาที่ตำราว่าไว้ หนุ่มสาววัยกระทิงจะวิ่งเข้าหาเพื่อเรียนรู้และว่าไปตามตำราเวลาเห็นคนไข้ และแล้วเมื่อนั้นการสนทนาที่ไม่ใคร่ใช่ประสาคน ประสาชาวบ้าน ซึ่งฉันขอเรียกว่า เป็นการสนทนาเพื่อเอาไม่ใช่เพื่อจะให้ก็จะกำเนิดขึ้น คนไข้นั้นหนาแสนเมตตาซะนัก แม้อยากจะผลักก็จำอดทน เป็นความอดทนที่มอบให้มาเพื่อให้หมอรุ่นใหม่ได้กำเนิดขึ้น
แล้ววงสนทนาที่กำเนิดขึ้นก็มีสิ่งที่ก่อเกิดเป็นความตามตำรา ข้อความสนทนาที่เกิดอย่างนี้คนไข้จนใจ ด้วยฟังไม่รู้เรื่องว่าอะไรที่ได้ฟัง เมื่อฟังไม่รู้เรื่องจินตนาการที่เฟื่องจะทำให้กลายเป็นคนละเรื่องเดียวกัน บางทีไปทำให้ทุกข์ที่คนไข้มียิ่งทุกข์เพิ่มขึ้นจากจินตนาการชักนำ บางคนจินตนาการที่นำมาพาหมอช้ำไปก็มากมี ด้วยเกิดพายุอารมณ์ที่ทำให้คลั่ง พออารมณ์พังก็ทำร้ายหมอให้บาดเจ็บใจทั้งที่หมอให้ใจไปแล้วก็มี
ส่วนใหญ่เมื่อหมอคุย มักจะคุยแบบไว้ลายแถมด้วยความไว้ตัวบวกความยกตัวที่เขาก็ไม่รู้ตัวว่าได้พูดออกไป กระบวนการคล้ายอย่างนี้ที่พาให้หมอเผชิญกับความเสี่ยง มัน เป็นความเสี่ยงที่เขาเองก็ไม่รู้ เจ้านายฉันเตือนใจไว้ว่า เป็นเพราะว่าคนพูดไม่ตั้งใจพูด แต่คนฟังตั้งใจฟัง เรื่องไม่เป็นเรื่องจึงเป็นเรื่องเลย
สวนป่ามีทักษะในการสอนความรัก ซึ่งได้ช่วยผลักให้เกิดความอ่อนโยน ฉันจึงเสนอว่าควรพาเขากระโจนให้ได้เรียนวิธีรัก ผ่านการฝึก Dialoque หวังผลการสนทนาที่มีรักปนให้ไปมอบต่อให้คนไข้ได้ใจคืนมา สิงห์ป่าสักบอกมา ในขณะที่มีการรับ มันก็มีการให้ ฉันเห็นด้วยเลยหนา แล้วขอบอกด้วยว่าประสบการณ์ฝึกคน เมื่อรู้จักให้เขาจะได้รับคืน สิ่งที่คืนกลับคือความอ่อนโยนของใจ ช่วยกันปลูกใจให้หมอหนุ่มสาวกันเถิด สอนปลูกต้นรักคนอื่นๆในแบบที่เหมาะสมกับวัยกระทิง ช่วยกันเติมความรักให้รู้จักรักคนอื่น เพื่อเสริมจุดอ่อนของวัยกระทิง เหมือนอย่างที่ได้ทำให้แล้วกับหนูๆที่เป็นละอ่อนของชาวเฮเรา
เรื่องที่จะใช้สอน ไม่ต้องทอนอะไรไป ใช้หลักสูตรสร้างใจที่ครูบาใช้ได้เลย ฉันมาขอเสนอมีเวลาหนึ่งวัน วันแรกมาถึงพาเข้าสวนป่าและหมู่บ้าน ผ่านตอนกลางคืนจึงให้คืนเข้าห้องเรียน เวียนกันสนทนาเพื่อเรียนรู้สังคม ในส่วนของการเรียนก็โยงใส่ให้รู้ว่าสนทนาสร้างรักนั้นทำได้อย่างไร สอนโดยไม่ต้องสอน โยนโจทย์ให้เขาสะท้อนต่อกันรู้สึกอย่างไร ใช้บทเจ้าตัวเล็กได้เลยค่ะครู ชวนสะท้อนให้ถึงเทคนิคที่เขาขาด เพื่อให้ไปฝึกความสามารถต่อเองเมื่อกลับไป มีเวลาหนึ่งวันทำได้มากพอในการเติมแต่งรสชาติ ก็ขอแลกเปลี่ยนไว้แค่นี้ก่อนหนา อีกครึ่งวันเช้าสามารถเติมได้อีก เมื่อได้พากันมา จะช่วยมองหาอีกค่ะพ่อครู เติมอะไรได้อีกจะได้ช่วยกันเติมให้เขาไป
อ้อ! มีอีกอย่าง ยังไม่รู้เลยว่า ครูแพทย์คาดหวังอะไร จึงส่งนักเรียนมาให้อยู่สวนป่า ถ้าได้รู้ด้วยช่วยได้มากเลยหนา ในการช่วยกันพาในหนึ่งวันที่มี
พี่นึกเสมอว่า เอ...หากเราเป็นหมอบ้าง แล้วไปนั่งฟังคนไข้เป็นร้อยๆคนทั้งวันเนี่ยะ ฉันจะเป็นไงหนอ......
ตอบตัวเองว่า บางวันคงระเบิด ตะเพิดคนไข้ไปหลายคนแน่ เพราะแม้จะผ่านการฝึกจิตมาบ้างแต่ก็ยังเป็นปุถุชนคนธรรมด๊า ธรรมดา
เข้าใจคุณหมอทั้งหลาย
เข้าใจการสกดกลั้น และการทำหน้าที่ที่ต้องแข่งกับเวลาและปริมาณงานที่ต้องทำให้มากที่สุด.. และต้องให้ดีที่สุดด้วย !!??
หากไม่ฝึกฝนจิตจนได้ระดับขั้นแล้ว ยากที่คนคนหนึ่งจะมารับฟังใครพูดเข้าหูบ้าง ไม่เข้าหูบ้าง ออกซ้าย ออกขวา ขึ้นเขา ลงห้วย ไม่เข้าเป้าสักที ยาก... ยาก... เข้าใจ เห็นใจจริงๆ
เป็นอาชีพที่เสียสละจริงๆ...
ขนาดนี้ก็ยังมีคุณหมอที่พยายามฝึกฝนตนเองให้มีความพร้อมในการรับมือคนไข้ให้มากที่สุด จะไม่ให้ชื่นชมกันได้อย่างไร
คนโบราณก็ยกมือท่วมหัว โมทนาสาธุ ทำบุญมหาศาลเลย ที่คุณหมอรักษาทั้งกายทั้งใจ และนิ่งฟังเรื่องราวของเพื่อนร่วมสังคมร่วมโลก..
สาธุ...
แจกดอกไม้คุณหมอครับ
พอดีที่โรงพยาบาลกกำลังจะมี นศพ.ปี 5 มาฝึกงานด้านชุมชนไม้รู้ว่าจะช่วยให้ นศพ.
เรียนรู้เข้าใจในชุมชนมากแค่ไหน ฝากคุณหมอช่วยแนะนำบ้างนะคะ (นศพ.ของ มน.)
สวัสดีค่ะ
เป็นอีกคนหนึ่งค่ะที่ติดตามกิจกรรมที่ส่วนป่า เห็นภาพบรรยากาศต่างๆน่าไปมากค่ะ
และเห็นบรรยากาศที่อบอุ่น..น่าซึ้งใจจริงๆ เป็นกิจกรรมที่ดีมากเลยค่ะ
แอบมาดูกระบวนกรวางแผนการอบรม อิอิ
หมอเจ๊ติดต่อโดยตรงกับทีมนักศึกษาแพทย์ที่จะมา แล้วให้การบ้านล่วงหน้าเลย
ติดต่ออาจารย์ ทำการบ้านล่วงหน้าว่า เจ้าเป็ไผ๋ ? มาทำหยัง ? อิอิ
ไม่เกินกำลังหมอเจ๊หรอก 55555