ผลไม้บางชนิดที่ปลูกไว้ศึกษาได้แก่มะไฟในสวนเกษตรอินทรีย์ที่คลองลานสุกจัด หากเก็บไม่ทันผลจะร่วงหล่นเสียหายจำนวนมากพอสมควร

มะเอ๋ยมะไฟในสวน

 

เมื่อวันที่ 17-18 พฤษภาคม  2551 ที่ผ่านมาผมต้องเข้าไปปฏิบัติงานในสวนปกติจะไปปฏิบัติงานที่สวนช่วงวันเสาร์-อาทิตย์   ความจริงแล้ว ผมได้รับปากรับคำ อ.สิงห์ป่าสัก ว่าตั้งใจจะไปร่วมเวทีเฮฮาศาสตร์ที่สวนป่าท่านครูบาสิทธินันท์ จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2551 แต่แล้วเมื่อถึงเวลาผมไม่สามารถไปร่วมได้ ด้วยเหตุผลข้อแก้ตัว หลายๆประการ เช่น ผลไม้บางชนิดที่ปลูกไว้ศึกษา ได้แก่มะไฟในสวนเกษตรอินทรีย์ที่คลองลานสุกจัด หากเก็บไม่ทันผลจะร่วงหล่นเสียหายจำนวนมากพอสมควร และอีกประการหนึ่ง กระท้อนที่ปลูกก็ถึงเวลาที่จะต้องทำการห่อ มิฉะนั้นตัวแมลงวันทอง หรือที่เรียกว่าแมลงวันผลไม้ จะต้องเจาะกินทำให้ผลผลิตเสียหายแน่นอนครับ  แต่ใจยังอยากจะไปคาราวะท่านครูบา คิดว่าคงจะมีโอกาสต้องไปให้ได้ครับ  แต่ครั้งนี้ได้บอกกับอ.สิงห์ป่าสักไว้ว่า เมื่อกลับมาแล้วต้องเล่าให้ฟังด้วยนะครับ  แต่ตอนนี้จะขอเล่ารื่องมะเอ๋ยมะไฟให้ฟังนะครับ

   

               ความจริงแล้วมะไฟที่ปลูก ผมปลูกเป็นพืชแซมไม้ผลอื่น  จากการศึกษาพบว่ามะไฟจัดเป็นพืชแซมที่ดีพืชหนึ่ง  ปลูกง่าย โตเร็ว ไม่มีการให้น้ำ แต่จะมีการให้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปีละครั้ง ส่วนใหญ่จะมีใบมะไฟที่ร่วงหล่นจากต้นทับถมกันเป็นระยะเวลานาน ก็กลายเป็นปุ๋ยอย่างดีได้เช่นกัน

 

                   เท่าที่สังเกตดูมะไฟจะเริ่มให้ดอกช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม แต่ก็จะเริ่มติดผลช่วงประมาณเดือนมกราคม-มีนาคม  ผลแก่ ช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม ในแต่ละต้นมะไฟจะแก่ไม่พร้อมกัน แต่ก็จะใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับความสมบูรณของต้นว่ามีการสะสมอาหารไว้มากน้อยแตกต่างกัน แต่เท่าที่สังเกตดูช่วงกลางเดือนเมษายน-พฤษภาคมทุกปี  จ.กำแพงเพชร ฝนจะเริ่มตกแต่ปีนี้ตกในปริมาณมากเสียด้วย

   

               ต้นมะไฟต้นใด ที่เราเก็บผลผลิตไม่ทัน ผลก็จะร่วงหล่นตกลงมากองอยู่ที่ใต้ทรงพุ่ม นานๆไปก็จะกลายเป็นปุ๋ย บางเมล็ดก็จะกลายเป็นต้นกล้าต่อไป   มะไฟเป็นผลไม้ไทยพื้นบ้าน ที่คนไทยเรารู้จักกันทั่วไป แต่หากผลผลิตออกมามากตรงกับไม้ผลในฤดูกาล ราคามะไฟก็ตกต่ำไม่มีราคา และไม่เหมาะที่จะปลูกเป็นการค้า หากช่องทางการตลาดไม่ดี  แต่หากเราปลูกเพื่อนำผลผลิตไปเป็นของฝากญาติๆและเพื่อนๆจะมีคุณค่ายิ่งครับ เมื่อผลสุกจัดก็จะมีรสหวานๆครับหรือไม่ก็ถือว่าปลูกไม้ผลเพื่อการทดแทนป่าที่ถูกทำลายก็แล้วกันนะครับ