Something we love that it is OK to consume more of: How groovy is that?

วันก่อนอ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ฮาวาย พอเห็นหัวข้อกาแฟ ทำให้เกิดความสนใจขึ้นมา เพราะรู้ๆกันอยู่แล้วว่า กาแฟโคน่า (Kona coffee) นั้นดังซะขนาดไหน..ถ้าเป็น100% Kona coffeeจะราคาสูงกว่าแบบผสมกับกาแฟอื่นๆประมาณ 5 เท่า ส่วนในเรื่องของรสชาดนั้นไม่ต้องพูดถึง... ติดอันดับต้นๆแน่นอน... แต่ที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือ เรื่องกาแฟนั้นมีผลต่อสุขภาพอย่างไร มีผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน...ก็เลยได้คำตอบดังนี้

                                                                           

หลายๆคนก็อาจเคยได้ยินว่า กาแฟนั้นจริงๆแล้วก็ดีกับสุขภาพ นอกเหนือไปจากคาเฟอีนที่ทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับ ปวดหัว จิปาถะ..จาก Harvard Health Letter โดย มหาวิทยาลัย Harvard ได้บอกไว้ว่า กาแฟนั้นจริงๆแล้วช่วยป้องกันต้านโรคได้ ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เรารักนั้น เราสามารถดื่มได้อย่างสบายใจขึ้นแล้ว..

มีเหตุผลมากมายที่บ่งบอกว่าทำไมกาแฟถึงดีกับเราจากการศึกษามากมาย อย่างหนึ่งก็คือ กาแฟก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เราต้องการ ทำให้รู้สึกว่ายิ่งดื่มมาก ทำให้ได้มากหรือเปล่า?  เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา นักวิจัยทั้งหลายจาก Harvard School of Public Health ได้สรุปว่า คนที่ดื่มกาแฟนั้นมีโอกาสที่จะเกิดเบาหวานน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่ม อาจเนื่องมาจากสารในกาแฟนั้นไปลดระดับน้ำตาลในเลือด

ยังมีงานวิจัยของ Harvard อีกหลายชิ้นซึ่งศึกษาจากผู้หญิง 150,000 คนในเวลา 12 ปี พบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากว่า 3 แก้วต่อวันนั้น 7-12 เปอร์เซนต์ มีโอกาสเกิดโรคความดันโลหิตสูงน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ แต่ในส่วนของโรคพาร์กินสันนั้น จะช่วยป้องกันได้ดีในผู้ชายมากว่าผู้หญิงจากงานวิจัยจากแหล่งอื่น ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจนและคาเฟอีนนั้นมีเอนไซม์ตัวเดียวกันที่เราต้องการในการเมตาโบลิซึ่ม ซึ่งตัวเอสโตรเจนเป็นตัวจับเอนไซม์นั้นๆ

แต่ก็มีงานวิจัยอีกชิ้นที่มีข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับสารสองตัวในกาแฟคือ kahweol และ cafestol ไปทำให้คอเรสเตอรอลสูงขึ้น  แต่โชคดีที่กระดาษกรองกาแฟนั้นสามารถจับสองตัวนี้ได้ ซึ่งยังมีเครื่องดื่มกาแฟอื่นๆที่ไม่ได้ใช้กระดาษกรอง เช่นพวกลาเต้ หรือ French press ที่ใช้ตัวกรองที่เป็นโลหะ เป็นต้น หากจะดื่มกันเป็นประจำแล้วสำหรับผู้มีคอเลสเตอรอลสูงก็ควรดื่มกาแฟที่ใช้กระดาษกรองจะดีกว่า

ไม่ใช่ทุกคนที่จะตอบสนองต่อกาแฟเหมือนๆกันในทางที่ดีอย่างเดียว ซึ่งโดยส่วนตัวก็ดื่มกาแฟทุกเช้า 1-2 แก้ว โดยเครื่องชงที่ใช้กระดาษกรอง เมื่อดื่มจนเป็นนิสัย เจ้าคาเฟอีนก็ตอบสนองเมื่อไม่เติมเข้าไปในร่างกายให้เค๊า ก็จะปวดหัวบริเวณแถวๆใกล้ท้ายทอย ดังนั้นก็ควรปรึกษาแพทย์สำหรับผู้ที่มีปฏิกิริยาต่างๆจากกาแฟ

ข่าวดีอีกอย่างคือ จะมีงานใหญ่เกี่ยวกับกาแฟเทรดโชว์ "Coffee Fest" June 6-8 at the Hilton Waikoloa Kona, Hawaii เค๊าอยากให้โอกาสเราได้สนับสนุนชาวไร่ที่ปลูกกาแฟ และยังได้ดื่มกาแฟฮาวายที่ดีต่อสุขภาพแถมรสชาดเยี่ยม ทั้งยังได้เรียนรู้เพิ่มเติมอีกมากมายเกี่ยวกับกาแฟกว่า 130 บูทให้เราได้เลือกที่ www.coffeefest.com ... ไปฉลองวันพิเศษที่นั่น น่าจะดี...

--------------------------------------------------------------------------------------

ข้อมูลต่างๆมาจาก The University of Hawaii at Manoa College of Tropical Agriculture and Human Resources, the Cooperative Extension ServiceHawaii Tribune-Herald, Virginia Easton Smith.