เราถือว่าได้เปรียบ เพราะมีความรู้ ถือว่าเป็นผู้มีปัญญาทางโลก ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ใช้ "ปัญญา" ในการแก้ไข "ปัญหา" กันเถิดครับ

มีอีเมลล์ฉบับหนึ่งเขียนถึงผม ประมาณเกือบตีหนึ่งของเมื่อคืน ในเนื้อความบรรยายถึงเรื่องราวชายคนหนึ่งที่เป็นครู มีความทุกข์ใจอันเกิดจากการหย่าร้าง ครอบครัวล่มสลาย และความทุกข์ที่ฝังอยู่ในใจเขาถูกถ่ายทอดมาให้เพื่อครูอีกคน ให้รับรู้ถึงความทุกข์ที่อัดแน่นไม่มีวันคลายในช่วงเวลาที่ผ่านมา...อีเมลล์ฉบับนี้ยังบอกผมอีกว่า "น้ำเสียงเขาดูเศร้าที่สุด" 

ถามว่า จะทำอย่างไร ในเมื่อคุณครูอีกท่านที่เป็นผู้ให้คำปรึกษา ก็ทุกข์ใจไม่ยิ่งหย่อนกว่า เพราะปัญหาตัวเองก็มี แถมยังทุกข์ใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ผมมองว่าเรากำลังติดอยู่ในอารมณ์ "ลบ" ที่ทำร้ายจิตใจเราทุกวี่ทุกวัน เราคิดซ้ำ คิดซากกับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา และก็ผ่านออกไป ความทุกข์ก็น่าจะผ่านออกไปด้วยแต่ทำไมยังมาติดอยู่ ไม่ยอมไปกับปัญหา

เพราะ "ใจ" เราตัวเดียว  ผมคิดว่า ต้นเหตุของเรื่องตอนนี้อยู่ที่ใจ หากเราทำใจได้ ทุกข์มหันต์ก็จะคลายลงไป

หากเขียนแบบนี้ ใครก็แย้งว่ามันง่ายเกินไป เพราะเขียน เพราะพูด ยังไงก็ได้ หากไม่เจอกับตัวเองคงไม่รู้

ผมก็คิดว่าทุกคนก็เคยมีประสบการณ์ทุกข์ใจกับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ถึงแม้ไม่ใช่เรื่องหัวใจ ก็ทุกข์เหมือนกัน แต่ที่ไม่เหมือนกันคือ "การจัดการกับความทุกข์" นั้นมากกว่า

เคยสนทนากับ ดร.กะปุ๋ม เธอพูดได้อย่างน่าฟังว่า เรายินดีครอบครองความทุกข์นั้นแต่ว่า ให้อยู่เพียงชั่วคราวประเดี๋ยว ประด๋าว แล้วเชิญเขาจากไป ก็หมายความว่า เราต้องมีสติรู้ว่าเรากำลังทำอะไร เรากำลังคิดอะไร ให้รู้เท่าทันความคิด

เราถือว่าได้เปรียบ เพราะมีความรู้ ถือว่าเป็นผู้มีปัญญาทางโลก ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ใช้ "ปัญญา" ในการแก้ไข "ปัญหา" กันเถิดครับ

อย่าให้ปัญหามาทำร้ายเราทุกวี่ทุกวันอยู่เลย

หากคุณกำก้อนหินอยู่ ก็คลายมัน และค่อยๆวางมันลงซะเถิดครับ จะได้เบา จะได้สบาย...

 

 


 

ผมเองก็เป็นผู้ปฏิบัติ เป็นบทเรียนที่ผมได้เรียนรู้ร่วมด้วย แล้วถอดบทเรียนนำมาคุยกัน ไม่ได้เก่งกาจอะไร บ่อยครั้งเราพบว่า เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้เป็นเงื่อนไขทำให้เราทุกข์ใจ จนไม่เห็นหนทางข้างหน้า...