หลังจากที่ถูกชักชวนให้ส่งรูปถ่ายเข้าร่วมชิงรางวัล ในหัวข้อ"การรอคอย"   ใจก็แล่นลิ่วไปถึงรูปพ่อที่ถ่ายโดยฝีมือฉันเอง  ซึ่ง ณ ตอนนั้นอายุยังไม่ถึงเก้าขวบ

 

ภาพของพ่อยืนอยู่ริมทะเลในยามเช้าที่มีแสงสีม่วงปนหม่นคลี่ปกคลุมผืนฟ้า   สายตามองทอดยาวไปข้างหน้า   ฉันไม่รู้หรอกว่า ณ ตอนนั้นพ่อกำลังนึกถึงอะไร   แต่สิ่งที่ฉันทำก็คือการยกกล้องขึ้นมากดชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพนั้นเอาไว้    และนึกขอบคุณตัวเองที่ได้ทำอย่างนั้นในภายหลัง
 
ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อ "รอ"อะไร    อาจจะรอว่าเมื่อไหร่เรือจะมารับ   เมื่อไหร่ที่พระอาทิตย์จะมาทำหน้าที่  หรืออาจจะรอความหวังที่จะทำให้ครอบครัวของเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น   แต่บางที..พ่ออาจจะไม่ได้กำลังรออะไร   อาจจะแค่หยุดเดินอยู่ตรงนั้น   แล้วมองดูร่องรอยการจากลาของน้ำทะเลในยามเช้าอย่างละเมียดละไม   คงอีกนานกว่าที่คนบนภูอย่างเราจะได้กลับมาเยือนทะเลอีก   และก็ยังคงไม่มีใครให้คำตอบแก่ฉันได้   นอกจากพ่อซึ่งได้จากไปแล้ว
 
หลายๆ ครั้งที่สายตาไปบรรจบกับรูปถ่ายใบนี้   ฉันก็จะรู้สึกได้ถึงเม็ดหยดน้ำใสๆ เม็ดเล็กๆ ที่กำลังกลิ้งวิบวับอยู่ในนัยน์ตาคู่นี้ของตัวเอง   ใช่! ฉันกำลังร้องไห้   ร้องไห้ให้กับผู้ชายช่างฝันที่ยืนอยู่ในรูปนั้น   ซึ่งเขาคงไม่รู้ว่าฉันเองก็กำลังเฝ้ารอคอย   รอคอยความฝันที่ไม่มีวันจะเป็นจริงได้   นั่นคือการรอคอยให้เขาคืนกลับมา   รอคอยที่จะกอดเขาไว้แน่นๆ   และทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน    นั่นคือการบอกรักเขา


 
แปลกไหม..ที่ฉันจะรักรูปถ่ายใบนี้ได้อย่างจับใจในความรู้สึกของตัวเอง   และทุกๆ ครั้งที่หลับตา..ภาพของผู้ชายช่างฝันคนนี้จะพาฉันย้อนกลับคืนสู่วารวัน   ตรงที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ขี้อาย ยกกล้องตัวโปรดของเขากดชัตเตอร์เบาๆ อย่างเงียบเชียบ   บางที..ทั้งหมดนี้อาจจะเป็นการรอคอยที่ฉันหลงรักอย่างสุดหัวใจ    เพราะผ่านมาเนิ่นนาน   ฉันก็ยังเฝ้าคอย..นึกถึง..

<คลิกอ่าน จดหมายถึงพ่อ>

 

ป.ล.  1 พี่ๆ ไม่ต้องแซวนะ   เพราะภาพนี้ได้รับรางวัลด้วย อิอิ   แล้วเมื่อวานซืน..เจ้าของจุลสารให้เขียนว่ารู้สึกอย่างไรที่ชนะรางวัล และมีความลึกซึ้งกับภาพนี้อย่างไร     เพราะตอนที่ส่งรูปถ่ายนี้..ไม่ได้เขียนอะไรแนบไปเลย   ก็..ไม่ได้คิดว่าจะได้รับรางวัลอะไรนี่ 

ป.ล.  2 เจ้าเด็กคนนี้ไงที่เป็นตากล้อง   เออ..ว่าแต่อายุน่าจะซักประมาณเท่าไหร่คะ?   ก็ลืมไปแล้วนี่  T_T