วันที่ 5 พฤษภาคม 2551 ขณะกำลังโต้ตอบ comment กับท่านอาจารย์ Handy อยู่ในบันทึก อยู่กับแม่วันที่สี่ ข้อความถัดมา ที่ห่างกันเพียง 6 นาที มีดังนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์คะ
- กำลังรอเวลาเพื่อเดินทางกลับ กทม คืนนี้ค่ะ
- ยิ่งอ่านบันทึกของอาจารย์ประกอบกับ เสียงเตือนคุณยาย คุณแม่ที่สลับกันอยู่ตลอดเวลา เพราะกลัวครูปูจะลืมนู่นนี่
- ยิ่งทำให้ใจสั่นค่ะ
- แต่คงเป็นอะไรที่ชีวิตต้องเรียนรู้และเข้าใจ นะคะ
- ขอขอบคุณทุกท่าน ทุกความเห็นครับ
- แม่จากพวกเราอย่างสงบยิ่ง คืนสู่ธรรมชาติเดิมแล้วครับ เมื่อ 15.10 น.
- กำหนดฌาปนกิจศพ วันเสาร์ที่ 10 พค. 51
ครูปู รู้สึกจุก เหมือนมีอะไรติดอยู่ที่ลำคอ มึนงง ใจหาย
จากนั้น ได้ติดตามความเข้มแข็งของท่านอาจารย์ ที่ตระหนักรู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อนหลังอย่างดี ทุกขั้นตอน จึงได้ข้อคิดสะกิดใจหลายเรื่อง พลันก็หวนระลึกว่า แล้วถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณยาย คุณแม่ คุณพ่อ ญาติพี่น้อง อันเป็นที่รักของเราบ้างหล่ะ
การติดต่อวัด ทำศพ นิมนต์พระ ตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้นั้น คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง แรงกาย แรงทรัพย์ของเรา หรือบรรดาญาติพี่น้องเป็นแน่
แต่ เหล่านี้ ใช่สิ่งที่ผู้จากไป ให้ความสำคัญเป็นประการแรก หรือไม่
ครูปู เข้าใจว่า ความต้องการของปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ คงไม่ได้เกิดมาเพื่อจะได้จบชีวิตด้วยงานศพอันหรูหรา มีแขกเหรื่อมาทานข้าวต้มรอบดึกร่วมกัน หรือมาเสี่ยงโชคในวงพนัน ที่สบช่องเปิดทำการอย่างเอิกเกริกกระมัง
กลับคิดว่า ลูกหลาน ควรจัด "งานศพ" ให้เป็นงานบุญ งานกุศล เป็นงานประกาศ แจ้งยอดสรุปปริมาณความดี ที่ผู้ตายได้ทำ เป็นงานที่ทุกคนควรมาร่วมกันไว้อาลัย ร่วมระลึก รับรู้ และเรียนรู้ ถึงความเพียร แห่งการทำคุณงามความดี ที่ท่านได้สร้างไว้ต่างหาก
และตัวเราเอง ในฐานะลูกหลาน ยังต้องตระหนักในบทบาท ของการเป็นส่วนหนึ่งของ ประจักษ์พยานเดินได้ ของคุณความดีของท่านอีกด้วย
"เราทุกคน" มีหน้าที่ ที่จะตอกย้ำ ให้สังคมรู้สึกขอบคุณบุพการีของเรา ที่ให้กำเนิด และอบรมสั่งสอน จนสามารถสร้างบุคคลอันมีคุณค่าต่อสังคม เช่นเรา
ยิ่งเรา กอรปคุณความดี ไว้มากเท่าใด นั่นคือคุณค่า ที่จะเปลี่ยนเป็น ความรู้สึกขอบคุณ คำยกย่อง สรรเสริญ ที่บุพการีของเราจะได้รับเท่านั้น นอกเหนือจากความรู้สึกภาคภูมิใจ ในส่วนที่ท่านมีต่อเรา จากการที่ได้เฝ้ามอง สิ่งดี ๆ ที่เราได้กระทำ ตลอดการเติบโตทั้งชีวิต
พวกเรา ควรใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท ทำชีวิตให้มีคุณค่า ด้วยการทำความดีให้ถึงพร้อม เพื่องานศพของบุพการีของเรา จะได้เป็นงานบุญโดยแท้
เรียน ครูปู
ครูปูคนดี
เมื่อวานเย็นพี่หมูไปพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณแม่ของบล็อกเกอร์สุพรรณบุรีลำดวน
(อาจารย์ลำดวน ไกรคุณาศัย)หัวหน้าศึกษานิเทศก์เขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต ๒
ขณะที่นั่งรอพิธี ความคิดแว็ปอย่างที่ครูปูเขียนบันทึก เพราะพึ่งผ่านงานคุณแม่อาจารย์Handy
ขอบคุณนะค่ะครูปู ที่เขียนบันทึกเตือนสติ
สวัสดีครับครูปู
กราบขอบพระคุณ ท่าน ผอ.ประจักษ์ ค่ะ
สวัสดีครับคุณครู
กราบขอบพระคุณท่าน อาจารย์ JJ ค่ะ
ได้ความคิดขึ้นมาทันทีเลยค่ะ เดี๋ยวจะโทรบอกน้องสาวว่า ที่จะขึ้นมาเที่ยว กทม. กับพี่ในอาทิตย์หน้านี้นั้น เปลี่ยนไปอยู่บ้าน พาคุณยาย คุณแม่ไปเที่ยวนู่นนี่ตามที่ท่านอยากจะไปดีกว่า ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ จะพยายามดูแลท่านให้ดีที่สุดค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ อ.หมู แซ่เฮ
สวัสดีค่ะ ครูสุ คะ
สวัสดีค่ะ คุณ ครูข้างถนน
สวัสดีค่ะ คุณครู เอื้องแซะ
สวัสดีค่ะ พี่ครูปู
* มาอีกรอบ เมื่อกี๊เขียนแล้ว ทำไมไม่ขึ้น ฮือๆๆ
* เขียนใหม่จะเหมือนเดิมไหมเนี่ย ... อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จริงๆเลยนะคะ พี่ครู
* ... เมื่อก่อนปูก็รับไม่ได้เลย ไม่กล้าพูดเรื่องความตาย
* แต่ตอนนี้สามารถตระหนัก และระลึกถึงความตายได้ เพราะทำให้เราไม่ประมาท เตรียมตัว เตรียมกาย เตรียมใจ ให้พร้อมเมื่อเวลานั้นมาถึง
* เพราะคุณยายเพิ่งเสียไปเมื่อปีที่แล้วนี่เองคะ จำได้ว่าป๋า อี๋ ต้องเตรียมงานเหนื่อยขนาดไหน และทำใจมากเพียงใด ..
* ส่วนเราหลานๆ ก็ช่วยได้ตามกำลัง ด้านทางใจ ก็ต้องใช้เวลา เยียวยา ...
- - คิดถึงเพลง Who will know ? ! only Time ... ค่ะ
สวัสดีค่ะ น้อง poo
มาเยี่ยม...
นี่แหละครับเป็นสัจธรรมของชีวิต
ดังคำกล่าวท่านผู้รู้ที่ว่า...
เห็นกันอยู่ เมือ่เช้า สายตาย
สายอยู่สุขสบาย บ่ายม้วย
บ่านยังรื่นเริงกาย เย็นดับชีพ แฮ
เย็นยังหยอกลูกหลานด้วย ค่ำม้วย ดับสูญ..
สวัสดีค่ะ ท่าน อ.ทนัน ภิวงศ์งาม
สวัสดีค่ะ ท่าน อ. umi
เป็นกำลังใจให้ครับครูปู
รพี
หัวข้อบันทึกมันจุกที่อกครับ ครูปู
ถึงรู้ว่ามันเป็นธรรมดาของโลก ก็ตาม :)