มีความรู้สึกว่า ร่างกายกำลังถูกถอดสลัก

ใกล้เวลาสองยามของคืนวันเสาร์ จู่ๆ ผู้เขียนก็ถูกปลุกให้มาต้อนรับ เทวทูตตัวที่ ๓ โดยลำพัง นั่นคือ การเกิดอาการเจ็บป่วยกระทันหัน

  ผู้เขียนนั่งทำงานทั้งวัน โดยไม่มีวี่แววว่า ค่ำคืนนี้ จะเป็นคืนที่ทรมานที่สุดของตัวเอง และเข้านอนแต่วันกว่าปกติด้วยซ้ำไป  กลางดึกของคืนวันเสาร์ ผู้เขียนรู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างรุนแรง มันปวด มันเจ็บ เหมือนโดนปิดไส้ อยากอาเจียน และท้องเสียรุนแรง ประสาททุกส่วน มันขมึงตึงไปหมด เวียนเข้าออกแต่ห้องน้ำ เดี๋ยวอาเจียน เดี๋ยวถ่ายท้อง เป็นสิบๆครั้ง ที่ทรมานที่สุดคือ ปวดท้องมาก ไม่สามารถลงนอนได้ ทุกครั้งที่ล้มตัวนอน จะเกิดความรู้สึกเหมือน สิ่งหนัก ได้ดันขึ้นมาจุก จนหายใจจะไม่ได้ ผู้เขียนเห็นว่าดึกมาก จึงมิได้เรียกคนในบ้าน อดทนจน เวลาผ่านไป ถึงเกือบสี่นาฬิกา อาการจึงสงบลงบ้าง ผู้เขียนนั่งหลับจนสว่าง

  รุ่งเช้าจึงเล่าให้คนในบ้านฟัง เขาก็กระวีกระวาดจะรีบพาผู้เขียนไปโรงพยาบาล แต่คิดว่า อาการคงไม่เป็นไรแล้ว จึงหายากิน แต่ปรากฏว่า เมื่อกินยาถึงท้อง ก็มีอาการอาเจียนอย่างรวดเร็ว อาเจียนจนขมคอ เพราะเหลือแต่น้ำย่อย

  ในการอาเจียนครั้งสุดท้ายนี้ ผู้เขียนเกิดอาการชนิดหนึ่ง ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นั่นคือ มีความรู้สึกว่า ร่างกายกำลังถูกถอดสลัก มันเหมือนทุกข้อส่วน ถูกดึงให้หลุดจากกัน เสียงลั่นในความรู้สึก กรึ๊บ กรึ๊บ กรึ๊บ ทีละข้อๆๆจนทั่วร่าง มีความเจ็บปวด และหมดแรง เมื่อตั้งสติได้ ผู้เขียนจึงยอมไปโรงพยาบาล

  แปลกที่เมื่อไปถึงโรงพยาบาล เมื่อตรวจเช็คร่างกาย ปรากฏว่า ความดัน และสภาพร่างกาย ของผู้เขียนยังปกติอยู่ คุณหมอจึงให้ยามากิน และถ้ามีอาการอีก ให้มาโรงพยาบาล ผู้เขียนต้องนอนเป็นคนไข้ กินยาตามเวลา ดื่มเกลือแร่ และนอนๆๆๆๆ  จนเที่ยงวัน อาการครั่นเนื้อ ครั่นตัว ไข้ขึ้นซ้ำเข้าไปอีก ต้องกินยาแก้ไข้อีกสองเม็ด แล้ว ก็นอนๆๆๆๆๆ

  จนบ่ายมากๆของเมื่อวาน เทวทูตก็จากไป ผู้เขียนมีอาการเหงื่อออก อาการต่างๆทุเลาลง จะมีปวดท้อง เวลาอาหารตกถึงท้องบ้าง แต่ก็พอไหว พอไหว และยังกินยาต่อไป

 วันนี้จึงลุกขึ้นมาเขียน มาบอกให้พี่น้อง Gotoknow ที่ผู้เขียนรักทุกท่าน ได้ทราบกัน และขณะเดียวกัน ก็ได้นำสรุปปรากฏการณ์บุญ จากการไปเป็นอาสาสมัครกุสินาราคลินิก มาให้ทราบกันด้วย ที่ บล็อก เชื่อมใจ สายใยบุญ ตอบแทนคุณ สองแผ่นดิน ภาระกิจสุดท้ายที่ต้องทำให้เสร็จในขณะนี้

  ขอเทวทูตตัวที่๓ เมื่อได้มาเยี่ยมเยียนผู้เขียนแล้ว ก็จงเลยไป กลับสู่ฐานที่ตั้ง มิต้องไปเยี่ยมผู้ใดอีกเลย เพราะบัดนี้ ผู้เขียน ได้นำเรื่องราว ที่ท่านฝากมาเตือนสติ เผยแพร่ให้ทราบทั่วกันแล้ว