หมวกกันน็อค...เขามีไว้เพื่อสวมใส่ป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุที่ศีรษะ......ส่วนใหญ่ที่เห็นสวมใส่ก็พวกก่อส้าง ( ผู้ดูงาน...คนงานไม่ได้ใส่ ) และผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์....ตำรวจมักกวดขันให้ประชาชนสวมหมวกกันน็อคขณะขับขี่มอเตอร์ไซค์...............เหตุเกิดกับครูพรรณา...เป็นผู้ไม่นิยมสวมใส่....จะใส่ก็ต่อเมื่อทราบว่าตำรวจกำลังดักจับ( ตั้งด่านตรวจจับ )....เหตุที่ครูพรรณาไม่ชอบสวมใส่เพราะ

๑. ไม่คุ้นชิน...นานๆจะขับรถออกนอกบริเวณโรงเรียนสักครั้ง......ตลาดก็อยู่ห่างบ้าน ๑ กิโลเมตรเอง

๒. หมวกที่มีอยู่มีขนาดใหญ่เกินศีรษะ......หมวกผู้ชาย.....ครูพรรณาต้องใส่หมวกเด็ก

วันหนึ่งเวลาบ่ายคล้อยขณะกำลังขับรถเข้าตลาด........ถนนโล่ง.....ปรากฏว่าตำรวจตั้งด่านห่างจากโรงเรียนประมาณ ๕๐๐  เมตร  ซึ่งเป็นจุดที่ไม่เคยตั้ง.....ครูพรรณาขับรถไปตามทางจักรยาน ( เขามีทางจักยานด้วยนะ ) ที่เคยใช้ประจำ...ถนนใหญ่มักไม่ค่อยใช้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ  ......เห็นตำรวจแว้บๆ ๒ นาย...จึงหันหลังกลับบ้าน...ไปเอาหมวกกันน้อค......ขับกลับมาอีกครั้ง......ตำรวจก็โบกมือเป็นสัญญาณให้จอด.......

เขาเข้ามาทำความเคารพ......สวัสดีครับ.......อาจารย์ใส่หมวกผิดครับ.....นึกในใจใส่หมวก็ผิด?? จะยังไงกัน.........แถมทำหน้าไม่พอใจจราจรอีกต่างหาก......แล้วจราจรก็เข้ามาด้านหลัง.....ขอโทษนะครับอาจารย์......อาจารย์ใส่หมวกกลับด้านครับ...เอาข้างหน้าไปไว้ข้างหลัง....อาจารย์ต้องใส่อย่างนี้ครับ....เขาจัดการใส่ให้เสร็จเรียบร้อย.........เรียบร้อยแล้วครับ.......อาจารย์ต้องจำผมไม่ได้แน่เลย....ผมเคยเรียนชั้นม. ๑ และ ม. ๕ กับอาจารย์นะครับ.......................

เฮ้อไม่น่าเลยครู....ขายหน้าลูกศิษย์หมด