เห็นความตายอยู่ตรงหน้า .. ก็ไม่บ้าพอที่จะเดินหนี

ช่วงนี้กำลังเริ่มต้นงานใหม่พร้อมทีมงานหน้าเก่า ...แต่ก็ยืนยันได้ว่า  คนหน้าเก่า ๆ เหล่านี้หัวใจเต็มไปด้วย ไฟฝัน  เสียเหลือเกินและถึงแม้ว่าคำสั่งยังไม่ปรากฏเป็นรูปรอย  ..ผมและทีมงานก็ไม่ยอมที่จะทำตัวเป็นสายลมที่ไร้ฤดูกาล  เพราะเราและเราต่างก็ระดมแรงความคิดเพื่อทำงานในสิ่งที่ยัง มาไม่ถึง  อยู่อย่างเงียบ ๆ ...

 

บางเรื่องเป็นเรื่องเดิม ๆ  ที่วิ่งตามมากับลูกสาวที่ไม่ยอมห่างพ่อ  หลายเรื่องเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องทำโดยตรง  แต่หลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่เราพยากรณ์ว่า ควรต้องทำ   เพราะขืนรอให้อะไรต่อมิอะไรชัดเจนมากกว่านี้  มีหวัง ทำกันไม่ทัน  เป็นแน่ !

 

 

ล่าสุดเมื่อวันที่  14 – 15  พฤษภาคม  2551  ที่ผ่านมา  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดประชุมภาคีเครือข่าย 7  มหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ  และในส่วนที่ผมต้องรับผิดชอบในฐานะ (เคยเป็น)  หัวหน้าโครงการในด้านยาเสพติดและโภชนาการ  จึงต้องนำเสนอผลงานต่อมวลสมาชิกอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

ด้วยความที่ว่าผมยังเป็นเหมือนสูญญากาศ  ไม่รู้จะต้องทำอะไร ?  หรือมีอำนาจอันใดที่พอจะสั่งการกับผู้คนได้บ้าง ?  และเมื่อเจอภาวะ หรือห้วงบรรยากาศที่ไม่มีใครลงมาบริหารจัดการอย่างชัดแจ้ง  ผมก็ยิ่งรู้สึกอึดอัด ,  เป็นความอึดอัดที่ไม่ใช่เพราะอยากจะทำงาน  หากแต่เป็นความอึดอัดเพราะเกรงว่ามหาวิทยาลัยจะได้รับผลกระทบไปด้วย

 

อันที่จริงเฉพาะที่กองกิจการนิสิต  ต้องรับผิดชอบนั้น  ยังมีโครงการอีก 2  ด้าน  นั่นคือด้านอุบัติเหตุและการใช้แรงกาย (ออกกำลังกาย)  แต่ด้วยความที่ตัวเองผ่านพ้นมาจากตำแหน่งนั้นแล้ว  ก็คงไม่เป็นการเห็นสมควรที่จะก้าวล้ำอะไรมาก  แต่สภาวะเช่นนั้น   หากไม่ทำอะไรสักอย่างผลพวงที่จะเกิดขึ้นก็น่าจะเป็นผลพวงแห่งความสูญเสียอยู่เหมือนกัน

 

ผมตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ... เป็นอะไรเป็นกัน  เพราะหากต้องรอให้ หัวขยับ..หางก็คงมีสิทธิ์โดนทับจนเลือดสาด  เป็นแน่  และหากยังขืนยืนดู, ทำตาปริบ ๆ และกระวนกระวายอยู่ห่าง ๆ  เช่นนี้  ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ทางออกที่ควรจะเป็นเหมือนกัน  ดังนั้นจึงตัดสินใจ รวมพลัง  ทีมงานเก่า ๆ  เทใจ  ลงสู่งานกันอย่างจ้าละหวั่น  ทั้งการทำนิทรรศการ  และขนสื่อต่าง ๆ  ที่เราทำขึ้นออกมาโชว์  ไม่ว่าจะเป็นวีดีทัศน์การประกวดเพลงลูกทุ่ง, แซววาที  , สื่อวิทยุ  เป็นต้น

 

และผลงานเหล่านั้น   ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานอันเป็นพลังทางปัญญาของนิสิตด้วยกันทั้งนั้น  เรามีหน้าที่แค่รวบรวม  แปรรูปและผลิตออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสื่อสารไปสู่สาธารณะเท่านั้นเอง

 

 

ผมพาน้อง ๆ ทีมงานไปดูสถานที่ในการจัดประชุม,  เราพากันไปดูบอร์ดเพื่อนำมาออกแบบ  รวมถึงการคิดร่วมในภาพของงานที่ควรจะต้องมีขึ้น  ...

 

นี่เป็นการทำงานแบบโดดเดี่ยวออกมาจากระบบ  เป็นการทำงานที่ปราศจากการสั่งการและบัญชาการจากเบื้องสูง ... นี่เป็นการทำงานในพื้นฐานที่ผมตระหนักว่า เห็นความตายอยู่ตรงหน้า .. ก็ไม่บ้าพอที่จะเดินหนี   ....

 

 

วันเวลาเพียงค่ำคืนเดียวกับการจัดการทุกอย่างดูหนักโขเป็นยิ่งนัก  ..  แต่ด้วยทีมงานที่เต็มไปด้วยใจและศักยภาพอย่างน้อง ๆ นั้นก็ดูจะทำให้อุปสรรคทั้งปวงละลายหายไปอย่างแทบไม่น่าเชื่อ !

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมไม่มานั่งขลุกอยู่กับพวกเขาจนเกือบสว่าง  แต่ขอตัวกลับไปฝังอยู่ที่บ้าน  และนั่นก็ไม่ใช่ความขี้เกียจ  หากแต่ต้องการให้พวกเขามีสมาธิในการทำงานให้มากที่สุด  กระนั้นก็ไม่ละเลยที่จะพูดคุยและส่งกำลังใจผ่านทางอินเตอร์เน็ตอยู่เป็นระยะ ๆ

 

รุ่งเช้า,  ผมมาทำงานเช้าเป็นพิเศษ  งานหลายชิ้นถูกวางบนโต๊ะอย่างเรียบงามเพื่อรอให้ผมตรวจทาน   ขณะที่เจ้าตัวแต่ละคนดูเหมือนจะกลับไปพักอย่างอ่อนแรง ...  

 

 

ผมไม่รู้หรอกว่าการระดมคนเข้าไปทำงานอย่างเร่งด่วนนั้นผิดหรือถูก  แต่ก็ดีใจที่งานเหล่านั้นนำพารอยยิ้มมาสู่พวกเราเกินกว่าที่คาดไว้   ...  คนทำงานก็มีรอยยิ้มเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา   คนมาดูงานก็อดที่จะสอบถามและขอรับแนวคิดไปเป็นต้นทุนเพื่อปรับใช้ให้เข้ากับตัวเอง

 

 

เป็นความโชคดีที่เราต่างมีส่วนเติมเต็มกันและกัน ...  ใครเก่งคิด  ใครเก่งด้านการออกแบบก็ลุยไปเองอย่างเต็มที่   ใครเก่งเรื่องการตกแต่งภาพก็จัดการให้เสร็จสรรพ    ใครถนัดเรื่องวีดีทัศน์ก็ว่ากันไปอย่างไม่เคอะเขิน   ใครถนัดแบกหามก็ตามมาสมทบอย่างน่ายกย่อง

 

และนั่นคือความโชคดีของผม ...
โชคดีที่มีพวกเขาอยู่เคียงข้าง  ....

 

 

 

 

 

หมายเหตุ ....ผู้ร่วมชะตากรรม 

  จันเพ็ญ   ศรีดาว   (คนตัวสูงยาวที่พูดกับคอมพอ ๆ กับพูดกับคน)

  สุริยะ  สอนสุระ  (คนที่จบสถิติแต่อาสามาตัดต่อวีดีโอ)

  อติรุจ  อัคมูล  (น้องสุดท้องที่เจอแต่งานด่วน ...แต่ไม่เคยทำงานแบบด่วน ๆ)

  วัฒนพงษ์  คงสืบเสาะ  (คนพูดน้อย  ใจดี ..ไปไหนไปกัน)

  เยาวภา  ปรีวาสนา  (คนที่ต้องทำด้วยประการทั้งปวง)
            จรัญ  วิชาคุณ  (คนที่มาแบกหามตาม ใจ สั่ง...)
            ภาราดร  จันทพันธ์   (คนที่มาด้วยใจเหมือนใครอีกหลาย ๆ คน)

  ณัฐภูมินทร์  ภูครองผา  (คนที่อาสาดูแลนิสิตต้นแบบ..)

  เกรียงศักดิ์   มูลจันทร์  (ผู้ใหญ่ที่มีใจ..มาช่วยงาน)