B2S ห้างแถวๆลาดพร้าว
เป็นประจำที่ผมจะใช้เวลาช่วงวันหยุด สำรวจหนังสือออกใหม่ๆ เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายของผม วันนี้ไปที่รถไฟฟ้า เลยโทรนัดดิเรกมาจิบกาแฟนั่งคุยกัน สัพเพเหระ ก่อนจะมาลงเอยที่ร้านหนังสือ หนังสือเดี๋ยวนี้การออกแบบหน้าตาดูสะสวยเย้ายวนชวนให้หยิบ เราทั้งสองต่างก็เดินไปหยิบหนังสือท่องเที่ยวขึ้นมาอ่านมีหนังสือเล่มหนึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเมืองลาว...น่าปกสวยอีกเช่นกัน ผมบอกดิเรกว่าลาวมีเรื่องราวที่น่าสนใจ อีกทั้งบรรยากาศยังสมบูรณ์อยู่มาก ไปไม่ยาก...หากเราตั้งใจจะไป เขาดูท่าทางสนใจและบอกผมว่า อยากไปเที่ยวเหมือนกัน
แว่บแรก..ผมคิดถึง ดร.กะปุ๋ม ขึ้นมาทันที เพราะผมเคยคุยกับเธอนานแล้ว ประมาณทีเล่นทีจริงว่าผมอยากไปเบิ่งเมืองลาวแบบซำเหมาสักครั้งหากมีโอกาส ผมกดโทรศัพท์จาก B2S ลาดพร้าว ถึง ดร.กะปุ๋มที่ขอนแก่นทันที พร้อมบอกวัตถุประสงค์ เธอตอบรับด้วยความยินดีก่อนให้พวกเราแต่ละคนสำรวจวันหยุดให้พร้อมก่อน แล้วค่อยหาเวลาที่ลงตัว...แต่ไม่นานภายในสัปดาห์สองสัปดาห์นี้
เป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วและเด็ดเดี่ยว เพราะมีใจอยู่แล้ว หลังจากกลับบ้าน ดิเรกโทรมาแจ้งช่วงวันหยุดในทันที เดือนพฤษภาเป็นเดือนที่มีวันหยุดเยอะ ดังนั้นการหาวันจึงไม่ยากมากนัก การไปลาว เพื่อไปเยือนเมืองเวียงจันทร์ และวังเวียงครั้งนี้ เราจึงเรียบง่าย รวดเร็ว แบบไม่น่าเชื่อ ดิเรกไปต่อพาสปอร์ตที่หมดอายุในทันที ผมเองก็พร้อมอยู่แล้ว
วันดีเดย์ก็มาถึง
เรา(ผมกับดิเรก) ออกเดินทางจาก กทม.เช้ามืด เพื่อไปยังขอนแก่น ถึงประมาณช่วงเที่ยงพอดี มีเวลาพักอีก ๑ ชม.เศษๆที่ขอนแก่น เพื่อทานข้าวกับเพื่อนๆ มื้อนี้พิเศษมากๆ ถือว่าเป็นการเลี้ยงฉลองให้เพื่อน ดร.กาเหว่า ที่สอบบรรจุเป็นอาจารย์ที่ ม.นครพนม ด้วย
ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ยกมาพร้อมสรรพ อ.เสก และเพื่อน พร้อม ดร.กะปุ๋มคุณเด่น ดร.กัลยา รออยู่แล้วที่ร้านส้มตำใน มข. ดูร่มรื่นเชียวครับ ต้นไม้ช่วงฝนที่เขียวครึ้มทำให้บริเวณที่ทานข้าวบรรยากาศสบายๆ ...ขอบคุณผู้มีอุปการคุณ มิตรภาพที่ดีที่ขอนแก่นครับ
เราทั้งหมด ผม ดิเรกพร้อมกับ ดร.กะปุ๋ม หนึ่งหญิงสองชาย ซื้อตั๋วตรงไป เวียงจันทร์ ด้วยรถปรับอากาศ อินเตอร์แนชั่นแนล ระหว่างประเทศ (อ่านจากหน้ารถ) ต้องซื้อด้วยพาสปอร์ตครับ เขาถึงจะยอมขายให้ สนนราคาคนละ ๑๘๕ บาท ถือว่าไม่แพงสำหรับการเดินทางจากเมืองไทย(ขอนแก่น) ไปต่างประเทศ (นครหลวงเวียงจันทร์) คาดว่าไปถึงเวียงจันทร์น่าจะเย็นย่ำ ๕ - ๖ โมงเย็น แต่พวกเราไม่กังวลเพราะจะมีเพื่อนของ ดร.กะปุ๋มที่ทำงานในเวียงจันทร์ มารับตอนลงรถที่นั่น พร้อมให้เฮือนพัก สำหรับ แบคแพคเกอร์กระเป๋าหนัก(กระเป๋าตังค์เบา) ได้พักนอนหนึ่งคืนก่อนเดินทางไปวังเวียง
ใช้เวลาประมาณ ๒ ชม.เราก็เดินทางมาถึงด่านหนองคาย(ฝั่งไทย) ตรงนี้รถจอดให้พวกเราได้จัดการเรื่องการขอเข้าประเทศ ซึ่งกรอกข้อมูลเล็กน้อย แนบพาสปอร์ตปั๊มเข้า วันนี้ใช้เวลาไม่นาน เพราะคนไม่เยอะ ปกติจะเยอะและชุลมุน ดร.กะปุ๋มเธอเล่าให้ฟัง วิ่งรถไปประมาณไม่ถึงห้านาทีก็ต้องลงเพื่อไปกรอกข้อมูลที่ด่านของลาวอีก กระบวนการคล้ายกันคนไม่เยอะเหมือนเคย วิ่งขึ้นรถเดินทางต่อไปยังเวียงจันทร์ทันที
ตะวันคล้อยต่ำ กระทบน้ำโขงวาววับ ...
บรรยากาศตอนย่ำค่ำทำให้อากาศเย็นสบาย อีกไม่กี่นาทีก็ถึงใจกลางเมืองหลวงของลาว และเพื่อนของ ดร.กะปุ๋ม ก็มารอรับอยู่แล้ว หลังจากที่เราลงรถ ก็พากันเดินไปยังซุ้มประตูของเมืองเวียงจันทร์ บ้านพักของครูเอ๋ (เพื่อนของ ดร.กะปุ๋ม) อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นมากนัก
เราใช้เวลาเย็นๆ เดินสำรวจวิถีของพี่น้องลาว...การเดินช้าๆไม่รีบเร่งทำให้เราเก็บรายละเอียดของเมืองได้ทั่วถึง ปลายทางของเราคืออาหารมื้อเย็นริมฝั่งโขงตรงข้าม อ.ศรีเชียงใหม่ พร้อมกับเดินละเลียดริมโขง รับสายลมฉ่ำเย็นในช่วงกลางคืน
เวียงจันทร์ดูเงียบๆไม่คึกครื้นมากนัก เหมือนต่างจังหวัดที่ช่วงดึกก็รถน้อย เงียบสงบตามวิถีของคนที่นี่ ลาวเคยตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศลดังนั้นไม่ว่าซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่อยู่กลางเมืองจะมีกลิ่นอายของฝรั่งเศลแล้ว ตึกรามบ้านช่องบางส่วนก็เช่นกัน รวมไปถึงชื่อถนนบางสายก็เป็นชื่อฝรั่งเศล
|
|
|
พวกเราเดินทอดน่อง ชมราตรีนครหลวงเวียงจันทร์ช้าๆไม่รีบเร่ง เพราะจากนี้ก็นอนหลับเอาแรงเพื่อเดินทางไปต่อวังเวียง ในวันรุ่งขึ้น เวียงจันทร์คืนนี้ดูเหมือนไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เราก็ได้ความรู้สึกที่สบายๆของเวลาที่เดินช้าลง เราไม่ต้องกังวลกับอะไรมากนัก
| |
|
คืนนี้ที่เวียงจันทร์ ฝนฉ่ำฟ้า หลังจากเรานอนหลับไม่นานเสียงสายฝนก็กระหน่ำขับกล่อม ให้คืนนี้ในต่างแดน เป็นคืนที่ผมนอนหลับสบายอย่างที่สุด
ค่าใช้จ่ายค่าไป ถึง นครหลวงเวียงจันทร์
รวมค่าใช้จ่าย ๕๙๕ บาท
*** ค่าที่พักที่นครหลวงเวียงจันทร์ ฟรี
เตรียมให้พร้อมสรรพ์นะครับ พาสปอร์ต อย่าทำหายนะครับ เวลาอยู่ต่างประเทศ ...
แวะมาเที่ยวด้วยครับ
ตามมาเที่ยวครับผม...
สวัสดีครับ คุณรินทร์
ขอบคุณครับ อ.นายประจักษ์
รออ่านบันทึกหน้านะครับ มีภาพสวยๆครับ ประสบการณ์ที่วังเวียง มีความสุขมากครับที่นั่น
ผมจะกลับไปอีกครั้ง
ไปครั้งนี้แบบซำเหมา แบคแพคเกอร์ กระเป๋าหนัก แต่กระเป๋าตังค์เบา
น้องอำนวย สุดสวาสดิ์
ยินดีครับ
ไปลาวต้องทักทายว่า "ส บา ย ดี" แปลว่า "สวัสดี"
ตามไปเที่ยว มีโอกาสไปเที่ยวครับ ทริปนี้สุดสุข เวียงจันทร์ - วังเวียง
"สบายดี" ค่ะอาจารย์จตุพร
ใช่แล้วค่ะ ไปลาวต้องทักทายว่าสบายดีค่ะ
แม่หญิงลาวงามหลายค่ะ
ส บาย ดี ครับ คุณลิ้มศรี
แม่ญิงลาวงามคักแนครับ เลยเอาฮูปถ่ายมาฝากครับ
ดูแล้วเมืองเวียงจันทร์ก็สวย มีเสน่ห์ไปอีกแบบ ทริป 26-30 พค. นี้ คงไปที่เวียงจันทร์เช่นกัน แล้วก็ ไปจำปาศักดิ์ด้วยคะ
น้องกรรณิการ์ วิศิษฏ์โชติอังกูร
อย่างที่คุยกันไว้..
เตรียมขนมไปด้วยเยอะนะครับ เพราะอาหารการกินที่ลาวแพงมาก อย่าลืมเอารูปสวยๆมาฝากด้วยนะ
ขอให้สนุกในทริปของมหาวิทยาลัยนะครับ
เอาข้าวจี่มาฝาก
สวัสดีค่ะ น้องเอก
สบายดี ...แมน บ่ .
รวมไปกลับกี่ตังครับ
เดี๋ยวนี้เป็นไกด์นำเที่ยวไปแล้วสินะ
น่าสนใจมากครับ เมื่อก่อนนั้นนานแล้วเคยข้ามจากหนองคาย ไปลาวที่ท่าเสด็จ (ถ้าจำไม่ผิด) ก็คิดจะไปทำการค้า แต่ผลสุดท้ายก็ไม่สำเร็จครับ
แต่ก็อยากไปเที่ยวอีกครับ ขอบคุณมากครับ
เข้ามาชมความสุขด้วยคนค่ะ
ตามมาอ่านครับเพื่อน...
ดร.กะปุ๋มบอกว่าที่ลาวคล้าย ๆ กับเมืองไทยเมื่อสี่สิบปีที่แล้ว ผมไปเห็นก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกันครับ...
ว่าจะเอาภาพมาโชว์ด้วยแต่ยังไม่จัดการอะไรกับกล้องเลย ไว้บันทึกต่อไปของเพื่อนเอก จะเอาภาพมาอวดมั่ง...
เจอกันในทริปต่อ ๆ ไปนะเพื่อน...
ขอบคุณครับ...
ปล.ภาพสวยครับเพื่อน...