-----------------------------------------------------------------------
ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (Stateless Watch), รายงานความคืบหน้า โครงการประสานงานวิชาการเพื่อการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย ต่อสิทธิในหลักประกันสุขภาพของคนไร้รัฐในประเทศไทย : บทที่ 2 ภายใต้ ชุดโครงการวิจัยเพื่อสิทธิในสุขภาพของคนไร้รัฐในประเทศไทย, พฤษภาคม 2551
โครงการนี้ได้รับทุนอุดหนุนจาก สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย (เพื่อสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข)
ความเห็นและข้อเสนอแนะที่ปรากฎในเอกสารนี้เป็นของผู้วิจัย มิใช่ความเห็นของสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย
-2-
คนทุกคน, พลเมืองทุกคน, ผู้หญิง และ เด็ก คือ
“ผู้ทรงสิทธิ” ภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่รัฐไทยเป็นภาคี
“แมรี่ โรบินสัน อดีตข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า สิทธิในสุขภาพ ไม่ได้หมายถึง สิทธิที่จะมีสุขภาพที่ดี และก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลที่ยากจนจำเป็นต้องจัดหาบริการด้านสาธารณสุขที่มีราคาแพงให้แก่ประชาชน แต่หากเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาล หรือผู้มีหน้าที่กำหนดแผน หรือนโยบายที่เหมาะสมที่สามารถนำไปสู่การรักษาพยาบาลที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคนในระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุด[1] ”
บงกช นภาอัมพร, (ร่าง) รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการประเมินความคาดหวังของประชาคมระหว่างประเทศต่อรัฐไทย ในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ เพื่อการคุ้มครองสิทธิในสุขภาพหลักประกันสุขภาพของคนไร้รัฐ (ชุด D), พฤษภาคม 2551
ประเทศไทยผูกพันในฐานะรัฐภาคีต่ออนุสัญญา 5 ฉบับ และกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศอีก 1 ฉบับ ข้อค้นพบ พบว่า อนุสัญญาทุกฉบับล้วนรับรองถึงสิทธิในสุขภาพ หลักประกันสุขภาพว่า เป็นสิทธิของ
คนทุกคน หรือ everyone ตามข้อ 25 (1)แห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน, ข้อ 12 แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และข้อ 5 (ฉ) 4) แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ,
พลเมืองทุกคน หรือ every citizen ตามข้อ 25 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง,
สตรี และคนทุกคน (หรือ women ตามข้อ 12 (1) แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ และ
เด็ก หรือ the child, all children ตามข้อ 24 แห่งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก[2]
ขณะเดียวกัน โครงการวิจัยย่อยชุด D พบว่าความคาดหวังของประชาคมระหว่างประเทศต่อรัฐไทยในการดำเนินการเคารพ คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิในสุขภาพตามกติกาและอนุสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งพบว่ารัฐไทยยังคงเดินไปไม่ถึงความคาดหวังของประชาคมระหว่างประเทศ หรือการปฏิบัติตามพันธกรณีแห่งอนุสัญญา[3]
และหากพิจารณาย้อนกลับไปยังสถานการณ์ข้อเท็จจริงในบทที่ผ่านมา ก็คงต้องกล่าวว่า ข้อสรุปนี้ไม่ได้เกินเลยความจริง
[1] Mary Robinson, former UN High Commissioner for Human Rights, as quoted in: Nygren-Krug H. 25 Questions and answers on health and human rights. World Health Organization health and human rights publication series No 1. Geneva: WHO. 2002:11.
[2] ดู บงกช นภาอัมพร, ข้อ ข้อค้นพบที่ 3: ความคาดหวังของประชาคมระหว่างประเทศต่อรัฐไทยในการดำเนินการเคารพ คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิในสุขภาพตามกติกาและอนุสัญญาระหว่างประเทศ, อ้างแล้ว, น.44
[3] ดู บงกช นภาอัมพร, อ้างแล้ว
