จากคำถามมากมายที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินโครงการวิจัยย่อยฯ ชุด A-1 นี้ รวมถึงจากข้อค้นพบ ที่ว่า ในการปล่อยให้มนุษย์ชีวิตหนึ่งๆ อยู่ในความเจ็บป่วยอย่างทุกข์ทรมานและสิ้นหวัง ด้วยเพราะเขายากจน กลัวถูกจับ แล้วหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าก็ถูกตีความว่า ไม่ควรครอบคลุมถึงคนไร้รัฐ เพียงเพราะคนไร้รัฐ ไม่ใช่ “บุคคลผู้มีสัญชาติไทย” สังคมไทยมีเหตุผลอะไรอื่นมากกว่านี้หรือไม่
หากเหตุผลมีเพียงเพราะความไร้รัฐ ไม่ใช่ผู้มีสัญชาติไทย คำถามต่อไปก็คือ เหตุผลเรื่องนี้เกิดขึ้นบนแนวคิดอย่างไร อยู่บนฐานของกฎหมายฉบับใดและกฎหมายลักษณะนี้ถูกต้อง ชอบธรรมหรือไม่
และที่สำคัญก็คือ สังคมไทยต้องการให้สภาพปัญหาเหล่านี้ดำรงอยู่ต่อไปจริงหรือ?
ระบบบริการสุขภาพซึ่งเป็นระบบบริการที่จำเป็นนั้น โดยหลักการแล้วควรต้องครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม กล่าวคือต้องให้บริการทั้งชุมชนโดยไม่แบ่งแยกหรือละเว้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จึงจะมีผลในเชิงประสิทธิภาพของงานบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะงานบริการด้านสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
รัฐไทย รวมถึงหน่วยงานรัฐไทยควรยอมรับข้อความจริง การมีอยู่จริงของ ตัวแทนของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ หรือกลุ่มคนที่มีปัญหาสถานะบุคคลเหล่านี้ อันได้แก่
หนึ่ง-กลุ่มบุคคลที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร หรือเป็นบุคคลที่มีเอกสารทางทะเบียนราษฎร (มีเลขประจำตัว 13 หลัก) หรือเป็นบุคคลที่มีเอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคล ซึ่งประกอบไปด้วยคน 3 กลุ่มคือ
1.1)กรณีบุคคลที่มีชื่อในทะเบียนราษฎรผู้มีสัญชาติไทย (ท.ร.14) ซึ่งต่อมาถูกเพิกถอนชื่อออกจากทะเบียนราษฎร ได้แก่กรณี ด.ญ.สุพัตรา ซอหริ่งและมารดา
1.2)กรณีกลุ่มบุคคลที่มีชื่อในทร.14 ใบต่างด้าว ได้แก่กรณีลุงติ
1.3)กรณีที่บุคคลมีชื่อในทะเบียนราษฎรผู้ไม่มีสัญชาติไทยหรือทะเบียนราษฎรคนต่างด้าว (ท.ร.13) และกลุ่มบุคคลที่มีชื่ออยู่ในแบบพิมพ์ประวัติ คือ เป็นบุคคลได้รับการสำรวจและบันทึกตัวบุคคลจากทางราชการว่าอาศัยอยู่จริงในประเทศไทย ได้แก่แบบพิมพ์ ทร.38/1, แบบพิมพ์ ทร.38 ก ได้แก่ นายหม่องหล้า นายอาเล็ม และคนไทยพลัดถิ่นในจังหวัดระนอง
สอง-กลุ่มบุคคลที่ไม่มีชื่อหรืออาจเคยมีชื่ออยู่ในระบบทะเบียนราษฎรหรือเอกสารทางทะเบียนราษฎร แต่อาศัยอยู่จริงในประเทศไทย หรือ บุคคลที่ไร้เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคล (ไม่มีเลข 13 หลักของระบบการทะเบียนราษฎรไทย หรือ Undocumented Person) ได้แก่กรณี ด.ช.สาละวิน (พ่อแม่เข้าเมือบงผิดกฎหมาย) และแรงงานสวนส้มพื้นที่แม่อาย (แรงงานไม่ขึ้นทะเบียน)
สาม-กลุ่มบุคคลที่ถึงจะมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรหรือเอกสารทางทะเบียนราษฎร แต่เป็นกลุ่มบุคคลเสี่ยงต่อการถูกจำหน่ายออกจากทะเบียนราษฎร ได้แก่กรณีเด็กหญิงมีซา เบียงแล
คนกลุ่มนี้คือความจริงอีกเรื่องหนึ่งของสังคมไทย ที่ไม่ว่ากฎหมายหรือนโยบายใดๆ ที่จะถูกกำหนดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมแล้ว ล้วนต่างต้องเริ่มจากการยอมรับความจริง
ดังนั้น หากเปลี่ยนคำถามเป็นว่า-มนุษย์ทุกคนควรได้รับหลักประกันในการมีสุขภาพที่ดี แล้วหลักประกันสุขภาพของคนไร้รัฐควรเป็นอย่างไรนั้น-อาจเป็นคำถามที่ง่ายกว่า (หรือไม่?)
------------------------------------------------------
ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (Stateless Watch), รายงานความคืบหน้า โครงการประสานงานวิชาการเพื่อการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย ต่อสิทธิในหลักประกันสุขภาพของคนไร้รัฐในประเทศไทย : บทที่ 1 ภายใต้ ชุดโครงการวิจัยเพื่อสิทธิในสุขภาพของคนไร้รัฐในประเทศไทย, พฤษภาคม 2551
โครงการนี้ได้รับทุนอุดหนุนจาก สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย (เพื่อสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) ความเห็นและข้อเสนอแนะที่ปรากฎในเอกสารนี้เป็นของผู้วิจัย มิใช่ความเห็นของสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย