วันที่ 5 เมษายน 2551
วันนี้วางแผนจะไปเที่ยวเขาพนมกุเลน เราเดินทางออกจากที่พัก ประมาณ 8 โมงหลังอาหารเช้า ป้าแดงเลือกของกินถูกปากและลิ้นแบบเดิมๆ อันได้แก่ ปาท่องโก๋ราดนมข้น มายด์แนะนำว่า เอาเข้าอบซักแป๊บนึงจะกรอบอร่อย ถูกของมายด์อร่อยจริงๆด้วย
น้ำส้มที่นี่ไม่อร่อย ข้าวต้ม ผลไม้(แตงโม สับปะรด) แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว ป้าแดงจะหลีกเลี่ยงกาแฟ อาหารเลี่ยนๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ จะทำให้เมารถ แต่ก็ยังต้องพึ่งพายาแก้เมารถเหมือนเดิม
พนมกุเลนต้องออกนอกเมืองไปประมาณ 60-70 กิโลเมตร แวะซื้อบัตรเข้าชมปราสาทแบบ 3 วันคนละ 40 ดอลล่าร์ใช้ผ่านได้ทุกปราสาท ที่ขายบัตรอยู่ที่ด่านใหญ่ทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์ ห่างจากเสียมเรียมประมาณ 2 กิโลเมตร มีถ่ายรูปติดบัตรด้วย จะแอคชั่นท่าไหนก็ตามสบาย ขณะที่ป้าแดงถ่าย ก็มีคนเข้ามาล้อ เลยออกมาซะสวย จนบางที่คนตรวจบัตรคงไม่แน่ใจว่ารูปคนหรือรูปอะไรกันแน่(ดูจากสีหน้า)
ระหว่างทางทัวร์แวะให้ลงถ่ายรูปปราสาทแปรรูป 30 นาที ทางไกด์บอกว่าที่นี่ไม่น่าสนใจแต่จะจอดแวะให้ก็ได้ เพราะลูกทัวร์อยากลงไปดู ก็เป็นวันแรกของการเที่ยวชมปราสาทนี่นา กำลังเฟรช
ปราสาทแปรรูป ไกด์บอกว่า หมายถึง เปลี่ยนแปลงรูปร่าง

ส่วนพนมกุเลน หมายถึง ภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นลิ้นจี่
กุเลน หมายถึง ลิ้นจี่ แต่เป็นลิ้นจี่อิสาน ทีคนอิสาน เรียกกันว่า หมากแงว ทุ้ยบอกว่า มากับคนอิสานก็หลายครั้ง ไม่เห็นมีใครบอก ก็ทุ้ยไม่รู้เหรอะ ว่ามากับสาวลาดพ่าว เหอะเหอะเหอะ
ปราสาทหลายๆๆปราสาทล้วนถูกสร้างด้วยหินจากเขาพนมกุเลน โดยเฉพาะมหาปราสาทนครวัด ณ ยอดเขาแห่งนี้ เป็นต้นน้ำลำธาร หนึ่งในนั้นคือ ต้นน้ำเสียมเรียบ
ที่นี่ เราจะเที่ยวชม 3 ที่ อันได้แก่ ศิวลึงค์ใต้น้ำ วัดพระองค์ธม และไปกินข้าวเที่ยงแบบปิคนิค(ข้าวกล่อง ซื้อมาจากในเมือง) ที่น้ำตกพนมกุเลน
ต้นน้ำเสียมเรียบนยอดเขาพนมกุเลน ใต้ลำธารเป็นแผ่นหินทอดยาวหลายร้อยเมตรและมีรูปศิวลึงค์พันๆองค์ แม่น้ำที่ไหลผ่านศิวลึงค์จึงถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์(ลืมลงแช่)

หลังจากชื่นชมในสิ่งมหัศจรรย์รูปแกะสลักใต้เราก็เดินไปดูน้ำผุด แต่วันนี้ไม่ผุด ดูผิดหวังกันเล็กน้อย เราเจอกลุ่มทัวร์ของ อ.วีระ ธีรภัทร ด้วย(เสียงอาจรนย์ดังมาก) ทำเนียนไปขอถ่ายรูปด้วย บอกอาจารย์ไปว่า หลงไหลเป็นปลื้มอาจารย์ม๊ากมาก

แล้วก็ขึ้นไปทำบุญกันที่วัดพระองค์ธม บันไดขึ้นไปวัด คนนั่งขอทานเต็มไปหมดเลย ป้าแดง แลกเงิน 1 ดอล ได้เงินเขมร มาไม่ถึง 4 พันเรียล ได้แบงค์ร้อยมา จะแจกทุกคนก็ไม่คงพอ แถมไม่ค่อยอยากได้ด้วย 100 เรียล
500 เรียล ซื้อกล้วยปิ้งได้ 3 ลูก ขนมรวงผึ้งได้ แผ่นเดียว
ข้างบนนี้ มีรูปจำลองศิวลึงค์บนฐานโยนีด้วย ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวฮินดู ป้าแดง แวะไปเอาน้ำลูบแขนด้วย ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน คลายร้อนได้ทันตา

หลังจากกินข้าวเที่ยง ป้าแดงมัวแต่นั่งคุยกับคุณแม่น้องเนื่อง ซึ่งเพิ่งเกษียณมา 3 ปี แข็งแรงมาก เที่ยวหลังเกษียณเกือบรอบโลกแล้วมั้ง มีความสุขแท้
ป้าแดงเลยอดไปถ่ายรูปน้ำตกชั้นล่าง ซึ่งดูจากรูปสวยมาก(ตกสูง) หลายคนบอกว่า ทางแคบและชันไม่ต้องลงไป อยากไป แต่หมดเวลาแล้วต้องเดินทางต่อ
กลับเข้าเมืองไปชื่นชมปราสาทบันทายสรี ที่ล่ำลือกันนักว่างาม เป็นปราสาทหินทรายสีชมพูเล็กๆแกะสลักลวดลายวิจิตรสวยงาม ป้าแดงก็รู้สึกดีใจมากที่จะได้ไปบันทายสรี
ไกด์บอกว่า เพี้ยนมาจาก บั้นท้ายสตรี จึงงดงามเหมือนสตรี
แล้วคำล่ำลือในมุมมองของเราละ จะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม
pl : เพิ่งรู้สึกว่า จัดรูปไม่เข้าหมวดหมู่เลย เป็นนายพันซะหมด
สวัสดีค่ะป้าแดง
ปล. ป้าแดงเป็นคนดีเลยถ่ายรูปดีค่ะ หุหุหุ
อ.ขจิต
ใส่แว่นเพิ่มตัวอักษร รึไงจ๊ะ
คนเค้ากำลังอิน กับอินทิรา อิอิอิ
สวยๆ
ว่าแต่ เห็นรูป ป้าแดง เนียงละออ ที่ไหนกัน เนี่ย.....อิอิอิ
อ้อ...ไกด์บอกว่า ห้ามพูดเนียงละออ เพราะจะหมายถึง ผู้หญิงกลางคืน ต้องบอกว่าเนียงสะอาดค่ะ
ก็บ้านเราพูดอย่างนั้น นี่เน่อะ ป้าแดงก็เกือบโดนสาวขแมร์ตบค่ะ อิอิอิ
สวัสดีค่ะป้าแดง
สวัสดีครับป้ามณีศรีแดงแดง
สวยจังเลยครับ...ไม่ว่าจะดูมุมไหน...ใคร ๆ ก็กล่าวถึง...นี่ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนคงงงมากครับ...ทุกอย่างที่ปรากฏช่างอ่อนช้อย เหมาะสมกลมกลืนกันพอดี ดุจเทวดาบรรจงสร้างมาอย่างดี...จึงปรากฏในรูปได้อย่างนุ่มนวลอย่างเนรมิต
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ คุณครูมิม
สวัสดีค่ะ พี่ใหญ่
ป้ามณีแดงคนสวย แซ่เฮครับ
บทพูดที่ขอไว้เสร็จแล้วนะครับ อ่านได้ที่นี่ อิอิ
สวัสดีค่ะ ท่าเกษตร(อยู่)จังหวัด
สวัสดีค่ะ อาจารย์คนชอบวิ่ง