สะพานเก่าแก่...แต่มีความหมาย..

ก็นำมาฝากอีกครั้งนะครับ..สำหรับชาวเฮฮาศาสตร์..ที่จะมุ่งสู่เกาะภูเก็ต...

สืบเนื่องจากบันทึกที่แล้ว..ได้นำชม."ประตูเมือง..ภูเก็ต" ไปแล้ว..ก็พยายามอยู่นาน และหลายครั้งในการใส่รูปภาพ เพื่อให้พี่น้องได้ชมกั้น.ก็ทำเอาทุลักทุเล.ไปตามๆ กัน..นะครับ..มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายต่อหลายคน เข้ามาแนะนำ และให้กำลังใจ..ในการฝึกฝนใส่ไฟล์รูปภาพ..

มาถึง ณ ตอนนี้ ก็พอเริ่มมีวิชาติดตัวบ้างแล้วครับ..

บันทึกการเดินทาง..ที่ผ่านมา ผมนำทุกท่านผ่านเลยไปยัง.."ประตูเมือง" โดยได้กล่าวถึง"สะพานสารสิน" เพียงแค่เล็กน้อย  ซึ่งสะพานสารสินนั้น เป็นสิ่งก่อสร้างอีกแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากมาย ต่อเกาะภูเก็ต ถือได้ว่า..เป็นเสมือนด่านแรก..ของเมืองภูเก็ต เลยละครับ..

มาวันนี้..ผมก็ได้ตรึกตรอง  และได้ลงมติ (แค่คนเดียว ครับ) ว่า...เห็นสมควรให้มีการเพิ่มบันทึกขึ้น ในหัวข้อ  "สะพานคู่ขนาน..หลอดเลือดของ..เกาะภูเก็ต" ครับ..

ขอเกริ่นนิดนะครับ.ว่า...จังหวัดภูเก็ตนั้น ลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะที่แยกตัวออกมาจากแผ่นดินใหญ่ (จะด้วยเหตุผล.อันใด ก็ไม่ทราบครัว ว่าทำไม.ต้องแยกตัวออกมา) เพราะฉะนั้น ในอดีตเมื่อจะเดินทางมายังเกาะภูเก็ต..จะต้องนั่งเรื่อข้ามฟาก ครับ...

ซึ่งผมก็มีภาพเก่าๆ มาฝาก ครับ เพื่อให้เห็นบรรยากาศในสมัยนั้น..

                       

              

              เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2502 เวลา 16.05 น. หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดพังงา  ทรงเสด็จถึงท่านุ่น เวลา 16.25 ด้วยรถยนต์พระที่นั่ง ลงเรือขนานยนต์ข้ามฟากมายังภูเก็ต..ครับ...ในภาพ..จะเห็นได้ว่า..ทางจังหวัดภูเก็ต ได้จัดทำซุ้มเพื่อถวายการต้อนรับ ..ในภาพที่ท่านเห็น นั้น..เป็นซุ้มบริเวณท่าฉัตรไชย..ซึ่งในปัจจุบัน..ก็คือบริเวณจุดแรกเมื่อท่านข้ามสะพานลงไป..ครับ...

              สืบเนื่องมากจาก มีความยากลำบากในการเดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต..ก็ได้มีการสร้างสะพานขึ้นมา.เพื่อเชื่อมทางระหว่างเกาะภูเก็ต ตรงบริเวณท่าฉัตรไชย กับท่านุ่น ทางฝั่ง จ.พังงา

             โดยสะพาน สารสิน ได้มีการเปิดใช้ เมื่อ วันที่ 7 กรกฏาคม 2510 ครับ..

             ถ้าจะถามว่า..ทำไมต้องเป็นชื่อ"สะพานสารสิน"???  เท่าที่ได้ข้อมูลมา สืบเนื่องมาจาก เป็นการตั้งชื่อสะพาน ตาม นามสกุลของ รมต.กระทรวงพัฒนาการแห่งชาต (ในขณะนั้น) คือ นายพจน์ สารสิน ครับ...

             ผมขอนำเสนอภาพ.."สะพานสารสิน" ในอีกมุมมอง..หนึ่งนะครับ..

         

ภาพแรก..เป็นมุมมอง.จากทางฝั่งของ จ.พังงา..ให้มองเห็น สะพานสารสิน กันให้จะจะ..เลย..ครับ จะเห็นได้ว่า..เป็นสะพานที่ค่อนข้างจะต่ำ..ถ้าเทียบกับรูปทางขวามือแล้ว..จะเห็นชัดเจนครับ..สะพานที่สูงกว่า..นั้น..เป็นสะพานใหม่..ชื่อว่า..สะพานเทพกระษัตรี..ซึ่งสร้างคู่ขนานกัน..ใช้เป็นเส้นทางขาเข้าเกาะภูเก็ต ส่วนสะพานสารสิน ใช้เป็นเส้นทางขาออก ครับ..

            ในช่วงเย็นๆ ก็มักจะเห็นภาพ.นักตกปลา ยืนตกปลาอยู่บนสะพานสารสิน ครับ..เป็นภาพที่ผมเห็นจนชินตา.เสียแล้วครับ...(ซึ่งโดยปกติ..ก็จะเห็นป้ายว่า..ห้ามตกปลาบนสะพาน ครับ แต่ภาพคนตกปลา นี้..เกิดมา..ก่อนที่จะติดป้ายห้าม..เสียอีกนะครับ..เป็นวิถีชีวิตมาตั้งแต่เก่าก่อน.โน่นแนะครับ.//ถ้าเป็นกฏหมาย..ก็ไม่น่าจะมีผลใช่ไม๊ครับ..เพราะป้ายห้ามมาทีหลัง..??? คงต้องรบกวนเรียนถาม..ท่านอัยการฯ ชาวเกาะแล้วละครับ.. ลองชมดูภาพกันนะครับ.

เห็นไม๊ครับ.?? เทคนิคการตกปลา....คนอยู่ส่วนคน..เบ็ดอยู่ส่วนเบ็ด..ครับ.. 5 5 5 55  5  5

ที่เห็น.ในภาพไกลๆ นั้นเรียกว่า.."หาดทรายแก้ว" ครับ...ซึ่งเป็นหาดหนึ่ง.ในจำนวน สี่หาดของ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ซึ่งเป็นอุทยานเดียวในจังหวัดภูเก็ต...ที่มีอาณาเขตครอลคลุมหาดถึง 4 แห่งด้วยกันคือ หาดทรายแก้ว,หาดไม๊ขาว,หาดในยาง และหาดในทอน..ครับ..

หาดทรายแก้ว..เป็นหาดที่สวยงาม และเงียบสงบ..จึงเป็นสถานที่วางไข่ของเต่าทะเล ครั้บ..แต่ตอนนี้ ก็ลดลง เพราะระยะหลังเกิดสภาะทางอากาศ คลื่นลมแปรปรวน รวมถึงมนุษย์ไประราน  มันครับ...

อ้าว..ไปไกลอีกแล้ว..พูดถึงสะพานสารสิน ไปออกหาดทรายอีกแล้ว..อีกแล้วนะ"พิชิตชัย"

ย้อนกลับ.มาสะพานต่อนะครับ..อีกนิดเดียว..ถ้าไม่คุยถึงเสียเลย..ก็จะไม่ครบถ้วน..

เมื่อพูดถึง"สะพานสารสิน" หลายท่านก็คงจะพอนึกออกนะครับ..ว่าเคยมีเหตุโศกนาฏกรรมความรักต่างชนชั้นขึ้น.ของหนุ่มสาว(ที่ตามข้อมูลได้กล่าวว่าถูกกีดกัน) ที่ต่างชาติตระกูลและฐานะทางสังคม..

จนในที่สุด..เมื่อความรักถึงทางตัน....///////////////////////// ทั้งสองจึงตัดสินใจจบเรื่องราวความรัก ด้วยการนำผ้าขาวม้าผูกมัดตัวทั้งสองติดกัน แล้วกระโดดจากกลางสะพานลงสู่พื้นน้ำ...ทิ้งเรื่องราวและตำนาน ความรักที่อมตะ "สะพานรักสารสิน" จารึกไว้เป็นตำนานคู่เมืองภูเก็ตให้ได้กล่าวขานมาจนถึงทุกว้นนี้..ครับ....

ขอขอบคุณ..ข้อมูลจาก...นิตยสารมุกอันดามัน..ของ อบจ.ภูเก็ต นะครับ..ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล...

ผมหวังว่า..ข้อมูลที่ได้นำมาลงนี้..น่าจะมีประโยชน์ต่อ..ทีม..เฮฮาศาสตร์..ที่จะแวะมาเยี่ยมเยียนนะครับ.....