ดอกไม้ของเกลือ แปลตรงๆมาจากภาษาฝรั่งเศส คือ Fleur de Sel นี่แหละค่ะ

 

เมื่อไม่นานมานี้เพื่อนของผู้เขียนขอพาเพื่อนชาวฝรั่งเศสมาทานข้าวที่บ้านของผู้เขียน เพื่อชมบรรยากาศบ้านนอกเมืองที่อยุธยา เพราะเธอบอกว่าสามีภรรยาคู่นี้ไม่ชอบเที่ยวแบบที่มีนักท่องเที่ยวมากๆ ก็เลี้ยงอาหารกลางวันเป็นอาหารไทยๆธรรมดา ปิดท้ายด้วยมะละกอเราปลูกเอง และละมุดจากสวนชาวบ้านแถวนี้อร่อยหวานฉ่ำ ล้างคอด้วยชารสละมุนกรุ่นกลิ่นดอกไม้...ขนาดเขาต้องถามว่าชาอะไร บอกแล้วฝรั่ง(เศส)งง เพราะเป็นชาจากปารีส ยี่ห้อเก่าแก่และที่ดีที่สุดของฝรั่งเศส(ซึ่งตอนนี้คนไทยซื้อกิจการมานานแล้ว) ชารสและกลิ่นนี้นี้ชื่อว่า Montagne de Jade หรือ JadeMountain อันแปลว่าภูเขาหยก  เป็นชาเขียวที่มีส่วนผสมของดอกไม้และผลไม้จากทิเบตค่ะ  

 

ชาวฝรั่งเศสนี้มีธรรมเนียมในการใช้ชีวิตทางสังคมที่มีแบบแผนละเอียด ละเมียดละไมที่เรียกว่า Savoir-Vivre (Savoir = to know, Vivre = to live)  ผู้เขียนมองว่าก็คล้ายคนไทยคือเป็นชนที่มีสุนทรีย์ในการใช้ชีวิต รู้จักใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกด้านอย่างมีกิริยามารยาทที่ขัดเกลา (ซึ่งออกจะตามใจกิเลสมากไปหน่อย) การไปรับประทานอาหารบ้านใคร ไปเยี่ยมใคร ไปไหนเป็นธรรมเนียมที่ต้องมีของติดไม้ติดมือไปฝากเจ้าภาพหรือเจ้าบ้าน ผู้เขียนได้รับของฝากคือ แยมลูกแพร์ซึ่งเขาทำเอง ใส่ขวดแก้วมีฉลากปิดสวยงาม และ Fleur de Sel หนึ่งกระป๋องเล็กๆ มาจาก การ์มาร์ค (Carmarque)

 ดอกไม้ของเกลือ แปลตรงๆมาจากภาษาฝรั่งเศส คือ Fleur de Sel นี่แหละค่ะ

วันนี้เลยอยากคุยเรื่อง Fleur de Sel (ออกเสียงว่า "เฟลอ-เดอ-เซล")ซึ่งบ้านเราก็มีสิ่งคล้ายๆกันในชื่อของ "ดอกเกลือ"

 

 Fleur de Sel  (fleur=flower, de= of, Sel=Salt)หรือ "Flower of salt" และยังมีการขนานนามว่า Caviar of Salt ที่จริงก็คือเกลือทะเลชนิดหนึ่ง แต่เป็นเกลือชนิดพิเศษที่เพิ่งตกผลึกลอยอยู่หน้าน้ำ ต้องใช้ความประณีตจากมือมนุษย์เท่านั้นในการค่อยๆเก็บช้อนดอกเกลือขึ้นมาจากนาเกลือ ทำได้ในวันที่สภาพของลมฟ้าอากาศและอุณหภูมิเหมาะสมเท่านั้น จึงใช้คำในภาษาอังกฤษเรียก ดอกเกลือ ว่า Young Sea Salt

 

 พอกล่าวถึงFleur de Sel คนส่วนมากมักจะนึกถึงแคว้นเกร็องด์ หรือเกาะนัวร์มูติเอของฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ชายฝั่งทะเลตอนเหนือ ใกล้ช่องแคบอังกฤษแถบแคว้นบริตานี่ และอีกแห่งหนึ่งคือการ์มาร์คซึ่งอยู่ทางตอนใต้แถบโปรวองซ์  

 

หลายๆประเทศที่มีชายฝั่งทะเลก็สามารถผลิตเกลือพิเศษนี้ได้ทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่า ชื่อเสียงในความละเมียดละไมของชาวฝรั่งเศสได้ทำให้ ดอกเกลือจากฝรั่งเศสเป็นที่ชื่นชมมากกว่าดอกเกลือจากประเทศอื่นๆ แถมยังราคาแพงที่สุดด้วย อย่างปัจจุบันที่ปอร์ตุเกสก็ผลิตดอกเกลือได้ เรียกในภาษาปอร์ตุกีสว่า Flor de Sal กล่าวว่ามีคุณภาพเทียบเท่าดอกเกลือของฝรั่งเศส แต่ถูกกว่าตั้งครึ่งเลยทีเดียว

 

ฝรั่งนำ Fleur de Sel มาใช้ในมื้ออาหาร โดยเหยาะโรยลงบนอาหารที่ปรุงมาแล้วก่อนรับประทาน เช่นโรยบนสลัดผัก บนเนื้อย่าง จะดึงให้รสชาติอาหารออกมาได้ดีเต็มที่เพราะจะเสริมรสชาติให้เครื่องปรุงและส่วนผสมที่ใช้ ไม่ใช่เอาไปปรุงใส่ในการต้ม ผัด เคี่ยวอาหารบนเตา (อาจเพราะมันแพงมาก) กล่าวว่าเพราะFleur de Sel นี้มีรสชาติวิเศษนุ่มนวล ไม่เค็มโฉ่งฉ่างอย่างเกลือป่น(ที่เป็นเกลือผ่านกรรมวิธี) แต่มีรสเค็มปนหวานจากแร่ธาตุหลากชนิดตามธรรมชาติ เช่น โปแตสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ทองแดง และ ไอโอดีน ตลอดจนสารอาหารขนาดเล็ก(micronutrients) ที่อยู่ในผลึกดอกเกลือนี้

 

Fleur de Sel เป็นผลึกแผ่นจิ๋วๆออกจะเป็นรูปสี่เหลี่ยม เขาว่ามีทั้งสีออกเทา และสีออกอมชมพูแล้วแต่แร่ธาตุในแหล่งน้ำที่ผลิตดอกเกลือ แต่ที่ได้มานี้สีค่อนข้างขาว และเห็นเป็นผลึกสี่เหลี่ยมชัดเจน

 

พี่น้อย-แม่บ้าน บอกว่าเหมือนน้ำตาลละเอียดมากกว่าเหมือนเกลือ ตรงกับที่ฝรั่งบอกว่ามันมีความกรอบ(crunchy) แต่ดอกเกลือของไทยนั้นละเอียดมากเหมือนผงเกลือป่นที่ละเอียด มีความชื้นสูงเช่นเดียวกัน ทำให้สงสัยว่าทำไมหน้าตาถึงต่างกัน แล้วจะมีแร่ธาตุอะไรๆที่ทำให้มันมีคุณสมบัติดีพิเศษ-วิเศษเหมือนกันหรือไม่

 

Fleur de Sel มีกรรมวิธีการผลิตคล้ายกับการผลิตดอกเกลือของไทย คือ น้ำทะเลจะถูกลำเลียงมาไว้ในพื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีคันล้อมรอบ  แดดและลม จะทำให้น้ำทะเลค่อยๆระเหยไป ฝรั่งจะมีผลิตผลดอกเกลือได้ก็ในช่วงฤดูร้อนที่มีแสงแดดดี ไม่มีลม ชั้นบางๆของผลึกเกลือที่เพิ่งเกิดก็จะลอยอยู่ข้างบน ก็ต้องรีบไปเก็บกันแต่เช้า แค่ลมพัดเบาๆเจ้าชั้นผลึกเกลือเกิดใหม่ก็จะจมลงที่ก้นไปซึมซับแร่ธาตุจากโคลนตมข้างล่าง เป็นการได้ผลผลิตเป็นเกลืออีกชนิดคือ Sel Gris (gris=grey) หรือ เกลือสีเทา ซึ่งคนฝรั่งเศสก็ชอบเพราะเป็นเกลือจากธรรมชาติเช่นกัน แต่Fleur de Sel นั้นจะได้ก็ต่อเมื่อสภาพ ทุกอย่างมันพอเหมาะ ในการผลิตเกลือสีเทาทุก ๘๐ ปอนด์จะได้เป็น Fleur de Sel เพียง ๑ ปอนด์เท่านั้น

 

แล้วราคาของFleur de Sel จะแพงซักแค่ไหนกันเชียว ตอนหน้ามาเฉลยกันนะคะ