ลุงเอกแวะไปภูเก็ตจะอยู่เฉยได้ไง

วันนี้เป็นวันที่วุ่นเอาการวันหนึ่ง เพราะผมต้องขับรถจากภูเก็ตไปจัดการเรื่องยื่นอุทธรณ์ที่ตะกั่วป่า ระหว่างทางมีเสียงข้อความเข้าแต่ไม่ได้สนใจเพราะกำลังขับรถ จนกระทั่งถึงตะกั่วป่าก็รีบไปจัดการเรื่องงาน และสั่งสำนวนเสร็จเรียบร้อยไม่มีคดีต้องอุทธรณ์ ก็ต้องรีบบึ่งเข้าพังงา เพราะต้องยื่นอุทธรณ์ ๓ เรื่อง แก้อุทธรณ์อีก ๒ เรื่อง หลังจากจัดการเสร็จแล้ว ก็เอาโทรศัพท์มาดูข่าว อ้าวมีข้อความจากน้องเอก จตุพร บอกเบอร์โทรศัพท์ลุงเอก ยังไม่ทันจะกดโทร.เลย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

"สวัสดีครับ ผมลุงเอกครับ"

ต๊กกะใจ พลังแห่งความคิดถึงนี่มันแรงนะ ได้โทร.คุยกันรู้ว่าลุงเอกจะเดินทางกลับคืนนี้เลย ก็ต้องรีบขออนุญาตเลี้ยงอาหารสักมื้อ และจะไปส่งที่สนามบินเองไม่ต้องห่วง แต่ต้องขอให้ลุงเอกรอสักชั่วโมงครึ่งเพราะผมกำลังอยู่ที่พังงา

ผมมาถึงก็รีบไปหาลุงเอกยังที่พัก เตรียมเครื่องดื่มฆ่าพยาธิไว้ทั้งสามแบบไว้ให้ลุงเอกเลือก ไม่ได้เอากล้องไปด้วยเลยไม่มีภาพมาให้ชม  แต่พอเจอหน้าลุงเอก ผมเข้าไปยกมือไหว้ ลุงเอกเข้ามากอดผมเหมือนกับญาติที่ไม่ได้เจอกันนาน อบอุ่นครับรู้สึกอบอุ่นถึงพลังแห่งการกอดของชาวเฮฮาศาสตร์

ลุงเอกไม่ทานข้าวเราทานหัวปลาต้มเผือกหม้อไฟ กับปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว เปล่าๆไม่มีข้าว กับวิสกี้โซดา นั่งคุยกันเหมือนคนรู้จักกันมานาน ใครมาเห็นก็ต้องนึกว่าท่านบัณฑูรกับผู้ชายผมขาวเป็นคนรู้จักกันมานานและนานๆได้เจอกันที ข้อกันไม่หยุด อิอิ ทั้งๆที่เพิ่งเห็นตัวเป็นๆกันวันนี้ อิอิ

เมื่อกี้ไปส่งลุงเอกที่สนามบินแล้วก็กลับมารีบส่งข่าวถึงชาวเฮฮาศาสตร์ทุกท่านโดยเฉพาะอาจารย์ขจิต ว่าผมได้พาลุงเอกไปเลี้ยงอาหารและส่งขึ้นเครื่องแล้ว จึงมารายงานให้ทราบ ครั๊บกระโผ้มมมม