อากาศหนาวกำลังดี ตื่นเช้ามาหมอก น้ำค้างเย็นฉ่ำ อ้าปากพูดก็มีไอน้ำลอยออกมา เป็นที่สนุกสนานของคนที่คุ้นเคยกับอากาศร้อนๆ แถบภาคกลาง

จำได้ว่า ตอนที่ไปพะเยาช่วงนั้น อากาศหนาวกำลังดี ตื่นเช้ามามีหมอก น้ำค้างเย็นฉ่ำ อ้าปากพูดก็มีไอน้ำลอยออกมา เป็นที่สนุกสนานของคนที่คุ้นเคยกับอากาศร้อนๆ แถบภาคกลาง 

ดอยภูคา ยืมภาพจาก http://gotoknow.org/file/pookpik/ 

(ภาพยืมจาก http://gotoknow.org/file/pookpik)

คืนก่อนนอนบนอุทยานแห่งชาติภูคา ต้องตื่นแต่เช้ามืด เพราะกลัวจะไปไม่ทัน ประมาณตีห้าก็ออกเดินทางกันเลย ฟ้ามืดตื๋อ อากาศเย็นเฉียบอย่างที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน เก็บข้าวของได้ก็ออกเดินทางกันเลย (ไม่ได้เล่าข้ามนะครับ เรื่องอาบน้ำ ไม่มีใครอาบ เครื่องทำน้ำอุ่นก็ไม่มี) ขาลงนั้นเดินทางไม่นานนัก หมอกลงน้อยกว่าเมื่อวาน ครู่เดียวก็ลงมาถึงอำเภอปัว แวะกินกาแฟที่ปั๊มน้ำมันตรงทางแยกเข้าอำเภอปัวที่เรามาแวะตอนแรกจากนั้นก็ตะบึงขับรถออกไป

จุดหมายปลายทางก็คือ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เส้นทางจากปัวไปเชียงคำนั้นต้องย้อนลงไปที่อำเภอท่าวังผา แล้วไปทางเส้นตะวันตก เส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาโดยตลอด นั่งนับเขากัน แต่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องว่าเขาลูกไหนเป็นลูกไหน มันติดเป็นพืดไปหมด รถสวนมาไม่มาก ทางแค่สองเลน แต่ก็ไปได้สบาย ไม่ค่อยมีหลุมบ่อ แต่ด้วยความที่ทางสบายนี่แหละ ทำให้คนขับเร่งความเร็วสูงได้ คนนั่งจึงผะอืดผะอม โดยเฉพาะปิ่นกับบอล ใครสักคนต้องไปอาเจียน

พอดีมีที่พักริมทาง ขับเลี้ยวเข้าไป เพราะทิวทัศน์ด้านล่างสวยงามมาก เป็นแอ่งน้ำสีเขียวเข้มอยู่ไกลลิบ ด้านหลัง (ตะวันออก) เป็นภูเขาสูง ไปถ่ายรูปกัน

พอเริ่มเช้า รถวิ่งมาได้พัก เห็นหมู่บ้านชาวเขาข้างทาง ชาวเย้า (เรียกอีกอย่างว่า เมี่ยน) แต่งตัวสวย มีเด็กๆ เดินไปเรียนหนังสือ สองข้างทางมีพื้นที่ทำกินบนภูเขา ที่ถูกโค่นเหลือแต่ดินโล่ง ปลูกพืชเล็กๆ ผ่านไปได้กว่าครึ่งทาง มีปั๊มน้ำมันของชาวเขา ราคาสูงกว่าปกติเล็กน้อย แต่ก็ต้องเติม เพราะคติประจำตัวของพวกเราก็คือ "เจอปั๊มให้รีบเติม" และ "หลงทางเสียเวลา" 

ประมาณเก้าโมงก็ถึงอำเภอเชียงคำ (ช้ากว่าที่คิดไว้เล็กน้อย) ที่นี่ผู้คนคลาคล่ำ เข้าใจว่าเป็นเมืองใหญ่ทีเดียว เราไปถึงที่ว่าการอำเภอ เจ้าหน้าที่รออยู่ เที่ยวนี้หัวหน้าพัฒนาการอำเภอมาเอง พาไปที่วัดหย่วน ซึ่งไม่ไกลจากอำเภอนัก มีกลุ่มทอผ้า มีโรงกี่ เป็นผ้าลายน้ำไหลแบบไทยลื้อ ลายสีเหลืองแดงดำสลับกัน แล้วมีส่วนที่ถักทอเป็นน้ำไหลอยู่ตรงกลางคล้ายตะขอมากกว่าน้ำไหล

ผ้าทอไทลื้อ

วันนี้ช่างทอผ้าเขาแต่งชุดแบบโบราณ ผู้ชายโพกหัว ผู้หญิงก็โพกเหมือนกัน ช่างทอคนหนึ่ง หน้าใส ตาคม บอกกล้องมาถ่ายคนนี้หน่อย ที่นี่นอกจากมีลายน้ำไหลที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังมีลายขิดด้วย การทอผ้าน้ำไหลนั้นใช้หลอดด้ายเป็นแกนยาวเรียว จะได้สอดล้วงได้สะดวก ไม่เหมือนแกนไม้สั้นของน่าน ส่วนขิดนั้น มีไม้ไผ่ชะลอลายลงมาไว้เป็นช่วงๆ พอถึงจังหวะจะขิดลาย ก็พลิกไม้ไผ่เล็กเอาสันขึ้น สอดไม้หลาบเข้าไปแล้วพลิกอีกที ด้ายยืนจะยก แล้วสอดด้ายพุ่ง ทำให้ทอได้สะดวก ไม่ต้องเอื้อมไปไล่ไม้เก็บขิดด้านหลังตลอดเวลา

 

Luedress 

ถ่ายการทอผ้าเสร็จก็ไปดูตุงผ้าและผ้าทออื่นๆ ด้านหลังโรงกี่เป็นวัดหย่วน มีลวดลายแกะสลักสวยงาม เราไปที่ศูนย์วัฒนธรรมไทยลื้อ ที่อยู่ใกล้ๆ กัน ที่นี่สร้างเป็นอาคารสวยงาม แต่ไม่มีคนดูแล จึงรกร้างและมีฝุ่นเขรอะ ข้าวของที่จัดไว้ก็คงจะหลุดเลาะออกไปบ้าง แต่ก็ยังน่าสนใจ โดยเฉพาะชั้นบน ที่เก็บผ้าโดยเฉพาะ

Textile1

ผ้าในห้องนี้ส่วนหนึ่งเป็นตุงแบบไทยลื้อ สีแดงขาว อีกส่วนก็เป็นผ้านุ่ง ผ้าซิ่นลายน้ำไหลของผู้หญิง ผ้าห่ม มุ้ง ที่นอน ถ้ามีคนดูแลสักหน่อย คงจะเป็นศูนย์วัฒนธรรมที่น่าสนใจทีเดียว เพราะที่นี่ถือเป็นชุมชนใหญ่แห่งหนึ่งของชาวไทยลื้อทีเดียว

Hernlue

หัวหน้าบอกว่าจะพาไปดูบ้านไทยลื้อแบบดั้งเดิม ในละแวกใกล้ๆ กันนี่แหละ เป็นเรือนไม้สองหลังมุงหลังคาไม้สับ ตรงกลางมีชาน มีคุณตาคุณยายสองคนอยู่ที่นั่น ขอถ่ายรูปไว้ด้วย ทั้งสองคนอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว แต่คุณยายยังแข็งแรงดี พูดภาษาไทยลื้อให้ฟัง เข้าใจยากมาก นอกจากสำเนียงแล้ว บางคำก็ต่างไปจากภาษาเหนือไปเลย (เรื่องนี้ต้องให้ชาวลื้อตัวจริงมาอธิบาย)

จากนั้นไปที่วัดพระธาตุสบแวน มีกลุ่มทอผ้าที่คุณลัดดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ส.ส.พะเยามาส่งเสริม ไม่ได้ถ่ายอะไรไว้ เพราะต้องรีบเดินทาง ที่นี่มีต้นจามจุรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วย คุณยุทธภูมิ นามวงศ์ หัวหน้าพัฒนาการอำเภอพาไปกินข้าว ท่านเล่าว่า ก่อนนี้เขาได้เป็นพัฒนาการอำเภอที่อายุน้อยที่สุด แต่ตอนนี้มีคนเป็นได้เร็วกว่าเขาแล้ว เมื่อก่อนเคยอยู่ที่ อ.บ่อเกลือ จังหวัดน่าน ไปเยี่ยมชาวบ้านบ่อย มีสังสรรค์บ่อย ทำให้ติดเหล้างอมแงม จนได้เรื่อง เมื่อมาอยู่ที่พะเยาตอนแรก ก็ยังไม่เลิก เกือบต้องย้ายไปอยู่ที่กันดาร (แม่ฮ่องสอน) แต่ท่านว่าตอนนี้กลับใจแล้ว ชาวบ้านรักมาก แต่ไม่กี่เดือนก็ต้องย้ายเพราะอยู่ที่นี่มานานถึง 5 ปี (หลังจากเรากลับมาได้ไม่กี่เดือน ท่านก็ย้ายไปสำนักงานที่จังหวัดแล้ว)

กินข้าวแล้วออกเดินทางไปอำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย เส้นทางไม่ลำบากนัก ผ่านทางขึ้นภูชี้ฟ้า เสียดายที่ไม่ได้แวะไป อาฆาตไว้ว่า คราวหน้าต้องมาให้ได้...

 Tree

ขอขอบคุณ

  • คุณยุทธภูมิ นามวงศ์ และชาวบ้านหย่วน อำเภอเชียงคำ
  • ภาพจาก หนังสือ ไทลื้อ จัดพิมพ์โดย บ.มติชน จำกัด (มหาชน)
  • หนูปุ๊กปิ๊ก (http://gotoknow.org/blog/thaichinese)