แนะนำหนังสือดี ยั้งคิด ย้ำทำ ของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
วันนี้มีได้อ่านหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันนี้
คอลัมภ์
ยั้งคิด ย้ำธรรม: พระไพศาล วิสาโล กับ ท่าทีของชีวิต
ได้แง่คิดหลายเรื่องและน่าสนใจว่า....เราส่วนมากมีความทุกข์กันทุกวันนี้เกิดจาก ความคิด
ทำอย่างไร???? เราถึงจะหยุดความทุกข์ได้
พระอาจารย์ทุกท่านส่วนมาก....ก็สอนเราว่า
ทุกอย่างอยู่ที่ความคิดและจิตใจ เราก็ฟัง...แต่เราก็หยุดคิดไม่ได้
ไม่กล้าบอกว่า เราก็รู้....แต่เราทำไม่ได้
เพราะเคยคุยกับ ดร กระปุ๋ม เธอบอกว่า เพราะ....เราไม่รู้ เราจึงทำไม่ได้
บทความนี้พระอาจารย์ไพศาลบอกเราว่า
ให้รู้จักตัดความเป็น "ตัวกู ของกู"
ข้อเขียนหลายชิ้นในหนังสือเล่มนี้...ของพระไพศาล
สอนให้เรามีท่าทีต่อชีวิต ปรับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะคนเราจะสุขหรือทุกข์ไม่สำคัญที่ว่า มีอะไรมากระทบ
หากแต่อยู่ตรงที่เรารู้สึกอย่างไร...กับสิ่งที่มากระทบนั้น หรือทำอย่างไรกับมันต่างหาก เพราะในบางครั้งแม้มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น หากทำใจยอมรับได้ เราก็จะไม่ทุกข์ แปรเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส
สรุปก็คือ..
คนเรานั้น "ทุกข์...เพราะความคิด" ยิ่งกว่าอะไรอื่น
ในหลายๆ ครั้งเรามักจะคิดไปเอง จิตใจไม่อยู่ในที่ที่มันควรอยู่ ล่องลอย ฟุ้งซ่าน
บ้างก็ถึงขั้นเป็นบ้าไปเลยก็มี นั่นเพราะความคิดในแบบที่ว่านี้ไม่มีสติกำกับ ใจแกว่งไกวไปแกว่งมาตามสิ่งที่กระทบนั่นเอง
ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่สำหรับปุถุชนอย่างเราๆ ล่ะ จะให้คิดไปในทางที่ดีเป็นเรื่องที่ยากเอาการ
แต่ "จิต" ก็เหมือนกับสิ่งอื่นทั่วไป คือ สามารถฝึกได้
ไม่ว่าจะโดยการ.. สงบด้วยลมหายใจ การเดินจงกรม การเดินเท้า การอาบน้ำ การกินอาหาร การเดินทาง การทำงาน การใช้เทคโนโลยี การเที่ยวธรรมชาติ หรือแม้แต่ก่อนจะเข้านอน
กล่าวได้ว่า สามารถฝึกจิตได้ในทุกขณะ
เช่นเดียวกับหนังสือเล่มนี้...ที่สามารถอ่านได้ ในทุกขณะ เรียนรู้จักปรับความคิดเสียใหม่
เพื่อนำไปสู่ท่าทีของชีวิตที่สงบโดยแท้
อ่านเพิ่มได้ที่ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=20425&catid=39
สวัสดีค่ะน้องอุบล
ใช่ไหมคะ
สวัสดีครับพี่อุบล ที่คิดถึง
ทุกข์ที่เกิดขึ้น เป็นความจริงว่า เป็นทุกข์ที่เราปรุงเเต่งขึ้นจากความคิด เมื่อไหร่ก็ตามที่เราคิดไม่ดี เราก็ทุกข์ทันที เราคิดดีเราก็สุขในทันทีเช่นกัน
ผมเคยทุกข์ หาทางออกไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมคลิ๊กและโลกสว่างขึ้นมาทันทีก็เพราะผมพลิกความคิดนี่เอง
ความคิดนั้นสำคัญมาก...
การฝึกอื่นใด ขอให้เริ่มต้นฝึกที่ความคิดก่อน
โดยเฉพาะในสังเสมือนนี้เช่นกัน เป็นสนามฝึกความคิดแห่งหนึ่งให้เรามองสังคมอย่างไม่อคติ เพราะผมเชื่อว่าตัวตนของ Blogger ทุกท่านแฝงอยู่เนื้อหาที่เขาเขียน แม้แต่ปิดเร้นยังไง เราก็ยังรู้สึกได้ ดังนั้นที่นี่ก็คือ "ชีวิต"
ดังนั้น โลกเสมือน กับ โลกของความจริง นั้นแท้จริงเป็นสิ่งเดียวกันครับ
สวัสดีอรุณแห่งความสดชื่นครับ ที่ปายหนาวมากครับวันนี้ แต่อ่านบันทึกพี่อุบลแล้วรู้สึกดีครับ
ที่ผมเขียนแบบนี้ เพราะ การเขียนของผม คือ ตัวตนของผมชัดเจน อารมณ์ระหว่างช่องไฟตัวอักษร นั่นหละผม
สัมผัสงานเขียนผม ก็คือได้สัมผัสผมไปด้วยครับ
สวัสดีค่ะ คุณอุบล
สงสัยคุณอุบล ต้องไปหาตาชั่งแล้ว แล้วก็ไปหาหัวมัน แล้วก็ชั่ง อิๆๆ
สวัสดีค่ะครูอ้อย
สิ่งที่ปรากฏให้เห็น ไม่ว่าร่างกาย อาจเป็นเพราะเราไม่สามารถควบคุมจิตใจ ให้หยุดความต้องการได้
ถ้าเราควบคุมใจ ไม่ให้กินเกินไป หุ่นเราน่าจะพอดี ไม่เจ็บป่วยนะคะ
ขอให้กำลังใจค่ะ
สวัสดีค่ะเอก
ทุกข์เกิดจากความคิด เมื่อไหร่ก็ตามที่เราคิดไม่ดี เราก็ทุกข์ทันที ถ้าเราคิดดี เราก็สุขในทันทีเช่นกัน
พี่เคยได้ยินคำบอกเล่าจากเพื่อน G2K ถึงน้องเอก ว่าเอกได้ผ่านความคิดจนคลิ๊ก และได้ทำสิ่งที่ชอบ
ไม่มีอะไร....จะมีความสุขเท่าสิ่งที่ตัวเองค้นพบว่า สิ่งที่เราต้องการคืออะไร
พี่สัมผัสถึงตัวตนของเอกได้จากงานเขียนของเอก ทุกตัวอักษร มันชวนให้ติดตามค่ะ
สวัสดีค่ะหมอเจ๊
ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ
ความคิดที่ เกิดจากความอยากได้ ความโลภ ความโกรธ ความหลง
ทำให้คิดมาก ยิ่งอยาก ยิ่งโลภ ถ้าเราตัดความคิดเหล่านี้ได้ เราก็คงไม่ทุกข์
ดังนั้น เราควรฝึกจิต ตามที่พระอาจารย์ไพศาลบอกนะคะ
สวัสดีค่ะ
คงต้องไปหาตราชั่งอย่างที่คุณใบบุญแนะนำค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ
พระท่านสอน แต่เราทำไม่ได้
พระท่านบอกว่า เป็นเพราะบุญเรายังมาไม่ถึง ถึงยังไม่ยอมเดินตามทาง ที่น่าจะเดิน
แต่ขอให้ใจเราเป็นสุขบ้างก็ยังดีนะคะ
สวัสดีครับ
รู้และเข้าใจในภาษาไม่ยากหรอกครับ แต่ลองปฏิบัติบ้างหรือเปล่า บางเรื่องเรามองดูเล็กน้อย แต่พอลงมือปฏิบัติแล้วเรื่องที่เคยว่าเล็กน้อยในตอนที่ยังไม่ได้ลงมือทำนั้นแหละยิ่งใหญ่นัก คำธรรมดาพื้นๆ ของคนธรรมดา เมื่อเป็นคนไม่ธรรมดาคำธรรมดาพื้นๆ ก็จะไม่ธรรมดาอีกต่อไป
มั่นก็เป็นเช่นนั้นนั่นเอง
สวัสดีค่ะ
การอ่าน การเขียน...เป็นเรื่องที่ยากน้อยกว่าการปฏิบัติค่ะ
ข้อคิดดีดี... อย่างน้อยทำให้กระตุกต่อมความอยากลงได้บ้าง
ขอบคุณนะคะ..ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นค่ะ
ทำจิตให้ว่าง ... ทุกสิ่งคือสิ่งสมมุติ...
สวัสดีค่ะคุณมิขุ
การทำจิตให้ว่างได้ ต้องมีหลักการเหมือนกัน
ถ้าคิดได้ว่า ทุกอย่างเป็นสิ่งสมมุติ เราคงทำใจได้
ขอบคุณค่ะที่ให้ข้อคิดดีดีค่ะ