หายไปนานเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์สำนักกระจายอำนาจมาติดตามการถ่ายโอน ได้กำลังใจจากทีมให้ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน ตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ได้รับการอนุมัติจากก อบตจังหวัดเมื่อ 25 มกราคม มีผล 1 ธันวาคม 2550 โดยถ่ายชุดแรก 3 ตำแหน่ง คือเจ้าหน้าที่่บริหารงานสาธารณสุข7 นักวิชาการสาธารณสุข 7 พยาบาลวิชาชีพ 7 รอการย้ายถ่ายโอน 2 ตำแหน่งคือพยาบาล มีการสำรวจความต้องการในการปรับปรุงสถานบริการโดยช่างจาก อบต.ลำปางหลวง เสนอไป 8 โครงการงบประมาณ 349500 บาท การถ่ายโอนพบปัญหาคือหน่วยงานระบบอำเภอทั้ง cup ตั้งงบต่างๆเช่นงบลงทุน ตั้งpcu หลัก คงตามมาด้วยรายการที่ตัดอีกมากมายเพราะการย้ายไปอยู่ อบต. การใช้ความรู้สึกของตนเองตัดสินการทำงานว่าอยู่คนละกระทรวงไม่ได้คำนึงว่าแม้อยู่ที่ไหนการทำงานนั้นส่งผลต่อประชาชนที่รับผิดชอบดีขึ้นอย่างไร หรือแย่ลงไปอย่างไร การทำงานด้วยใจที่เป็นมนุษย์ทำให้มีความสุข บรรยากาศดูเครียดคงเพราะทีมผู้กล้ารุ่นที่ 1 ไม่ได้รับการสนับสนุนทั้งกำลังใจและกำลังทรัพย์ ทั้งที่ควรสนับสนุนเพราะไม่รู้อนาคตของตนเองว่าจะเป็นอย่างไร การเปลี่ยนแปลงย่อมมีผลต่อที่ดีและไม่ดี จะมีใครยอมเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่อยากเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ทำก็ไม่มีใครทำ ดังคำที่กล่าวว่าเราไม่ตายแล้วใครจะตาย
การถ่ายโอนสถานีอนามัยรุ่นที่ 1 หลังผ่านมา 5 เดือน
ดีที่การกระทำ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ · 17 ก.พ. 2551
kmsabai · 17 ก.พ. 2551
พี่อักษร ทับแก้ว · 17 ก.พ. 2551
kmsabai · 17 ก.พ. 2551
การถ่ายโอนล่าช้ามากนะครับ เพราะตามหลักกระจายอำนาจเราไปกำหนดกฎเกณฑ์ท้องถิ่นไม่ได้อยู่แล้วถึงเรากำหนดไปหากมีการแก้ไขระเบียบกฎข้อบังคับของ ท้องถิ่นภายหลัง ก็คงไม่แตกต่างการกันมาก นั้นหมายความว่า สิ่งที่เตรียมไปเสียเวลาเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ ทำให้ข้าราชการที่จะถ่ายโอนเกิดความกลัวในการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ไม่ยอมรับความเป็นจริงว่าประเทศนี้เดินด้วยประชาชนไม่ได้เดินด้วยราชการ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ที่ทำให้ประชาชนไม่เรียนรู้ค่อยแต่ระบบราชการมาช่วย ซึ่งระบบราชการส่วนกลางต้องยอมรับตัวเองไม่สามารถช่วยประชาชนได้ทำได้เพียงประครองไม่ให้ต่ำลงมากกว่านี้ ซึ่งก้ต้องยอมรับอีกเช่นเดียวกันว่า ระบบราชการส่วนกลางทำไม่ไหวแล้ว ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนไม่ทราบว่าประชาธิปไตยของทุกคนหมายความว่าอย่างไร มีขอบเขตอย่างไร เมื่อทุกคนยังไม่ทราบ และไม่เข้าศึกษาหาความรู้ ปฏิเสธที่จะรับรู้ คงมีทางนี้ทางเดียวหรือไม่ ที่จะทำให้เรียนรู้จากมหาวิทยาลัยชีวิต ให้ประชาชน เดินเข้ามาหาความรู้ อาจมีเจ็บตัวบ้าง แต่ก็เป็นไปตามทฤษฎีการเรียนรู้ ที่ทำให้ประชาชนประเทศนี้เข้มแข็งพาประเทศชาติเดินต่อไปได้............