เมื่อเร็วๆนี้ได้ลองชวนวิทยากรกระบวนการมหาชีวาลัยอีสานรุ่นที่1 ไปเรียนวิธีจัดการความรู้ความรู้ในตัวคน ผสมความรู้ในธรรมชาติ ระหว่างเดินทางไปชมต้นไม้ พระเอกของเราก็โพล่งว่า

..ผมจะเพาะต้นยางนาขาย เคยทดลองแล้ว มีคนมาขอไปปลูกเยอะแยะ

..ปีนี้ผมเก็บเมล็ดยางนามาเพาะแล้ว ยังเก็บอีกส่วนหนึ่งไว้หลายกระสอบ

ถ้าพิจารณาจะเห็นว่า การพูดคุยระหว่างทางเรื่องโน้นเรื่องนี้

นั่นคือโจทย์ทำให้เรารู้ว่า เขาคิด เขาทำ เขาชอบ เขาสนใจ เรื่องอะไร

เมื่อเราประมวลแล้ว ก็จะทราบว่า เขาทำไม่ถูกต้องตรงไหน เช่น การเอาเมล็ดไปเก็บไว้ ทำให้ความงอกลดลง ต้องรีบเพาะด่วน

เมื่อเจอจุดบกพร่อง  เจ้าตัวความรู้ก็จะออกมาแนะนำในจังหวะที่เหมาะสม เรียกว่าบรรยากาศที่สุกงอม ความสนใจพุ่งสูงสุดเราจึงหยุดคุยกันใต้ต้นยางนาแล้ว..

อธิบาย: เรื่องเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดในแต่ละชนิดไม้        

: ชี้ให้ดูว่าแม่ไม้ยางนามีหลายสายพันธุ์ ดูสิ ต้นนี้พันธุ์ดี ต้นโน่นพันธุ์ด้อย       

: คุณสมบัติเฉพาะ เรื่องการฟักตัว จะโตช้า5 ปี แรก หลังจากนั้นจะโตเร็ว       

: ต้นทุน กำไร ในการเพาะกล้าไม้เป็นอาชีพ         

: ชี้ให้ดูว่า นอกจากต้นไม้แล้วยังปลูกมันมือเสือ หวาย สมุนไพรได้สารพัด       

: ภูมิปัญญาเสริมวิชาการ เอาเชื้อเห็ดมาราดโคนต้นยาง ทำให้เห็ดละโงกแพร่ขยายได้มากขึ้น เป็นการช่วยธรรมชาติขยายพันธุ์เห็ด

..เดินต่อไปๆ เจอกอไผ่ หยุดชะงัก

อธิบายเพิ่ม : ปลูกไผ่ผสมลงในพื้นที่ป่ายางก็ดีนะ ไผ่ให้ผลตอบแทนเร็วไผ่มีหลายชนิด ต้นเล็ก ต้นกลาง ต้นใหญ่ นอกจากกินหน่อ ขายลำ ขายกิ่งตอน ยังเอามาสร้างกระท่อมรจนาได้อีก ลำใหญ่ทำเสา ทำตง ทำคาน  ขนาดกลางทำโครงหลังคา ฝา-พื้น ใช้แผ่นไม้ไผ่สำเร็จรูปมาปู ออกแบบเก๋ๆ นุ่งเตี่ยวแดง เหน็บดอกชบา จิบชาน้ำผึ้งสมุนไพรคุยกับแม่ย่านางท่ามกลางแดดอุ่น  เจ้าประคูณเอ๋ย..

จะเห็นว่า àถ้าเราได้คิด àเราก็จะคิดได้ àถ้าเราคิดได้ àแล้วทำตามที่คิด àเราก็จะทำได้ àการที่เราทำได้ดียิ่งขึ้น àเราก็จะเป็นผู้ที่ได้ทำดี àคนทำดีย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดี

ไม่มีกำไรอะไรจะมีคุณค่าเท่ากับความดี

ความดีไม่มีขาย แต่มีไว้ให้ทำ

ถ้ายังข้องใจ ก็ไปจีบสาวๆแซ่เฮสิครับ คนกลุ่มนี้มุ่งทำความดีจนลืมมีแฟน! อิ.อิ