ตาฉันจึงจ้องอยู่ที่ reservior bagตลอดเวลา ว่ามันขยับวูบวาบ...ตามจังหวะการหายใจของเด็ก...ถุงเล็กๆขยับอยู่สม่ำเสมอหรือเปล่า

ทำไม....เวลาถูกตามไปดมยาสลบผู้ป่วยเด็กเพื่อทำ MRI ให้มีความกลัวกันเป็นพิเศษ... 

เหตุเพราะเราต้องเตรียมอุปกรณ์ออกนอกสถานที่กัน  โอกาสเสี่ยงในการเตรียมของไม่พร้อม ไม่ครบมีมาก  เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็น OPD Case  และมักเป็นเด็กเล็กๆที่ไม่ให้ความร่วมมือในการนอนนิ่งๆให้ทำ   เราเองก็ไม่ได้เยี่ยมประเมินก่อนวันทำเพราะนัดผู้ป่วยมาเช้าวันนั้นเลย   

การเตรียมข้าวของก็เลยต้องประมาณว่ากะๆไปก่อนตามมาตรฐานในตอนแรก....พยายามให้มีเผื่อทั้งขนาดที่ใหญ่กว่าและเล็กกว่าที่คาดการณ์...(...ไม่งั้นวิ่งตับแลบ....)

ที่ว่ามานี้  ความกลัวส่วนหนึ่งของพวกเราหมายถึง เราไม่สามารถเข้าไปเฝ้าผู้ป่วยใกล้ชิดติดคนไข้ดังปกติได้เพราะผู้ป่วยต้องมุดเข้าไปในอุโมงค์  เราจำต้องเฝ้าห่างๆแต่กาย..แต่ใส่ใจตลอดเวลา   และอุปกรณ์ยังติดจากตัวผู้ป่วยเพื่อสื่อสารข้อมูลให้เราทราบได้ตลอดเวลาเช่นกัน  

คุณน้าอึ่งอ๊อบ แซ่เฮ  เคยมีประสบการณ์การเข้าอุโมงค์นี้มาแล้วในบันทึก....ระทึกขวัญ : MRI  ....เธอเครียดขนาดไหน...ลองแวะไปอ่านดูได้ค่ะ....

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาฉันและทีมไปดมยาสลบเด็กทำMRI ....ที่ต้องพึ่งยาสลบ......

  • ดมยาสลบที่ห้องinductionเสร็จ  เราย้ายเด็กเข้าห้อง MRI โดยใช้ ambu ช่วยหายใจ 
  • จากนั้นต่อเข้าเครื่องดมยาสลบ  ปรับยาสลบและดูระดับความลึกของยาสลบ 
  • ติดเครื่อง monitoring ที่สามารถถ่ายทอดภาพไปจอภาพนอกห้องได้
  • ติดทุกอย่างให้นิ่ง  เข้าที่  ไมมีการขยับ
  • ดูสายต่างไม่ให้เกิดกดทับ แล้วส่งเด็กเข้าอุโมงค์

ความรู้สึกภายหลังดมยาสลบเสร็จ  แล้วส่งให้คนไข้เด็กมุดเข้าไปในอุโมงค์...รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเพราะเห็นจอ monitor ที่บอก vital signs อยู่ตลอดเวลา...ทุกอย่างบ่งบอกว่าปลอดภัย  เพราะเราเพียงให้ยาที่แค่หลับสลบเฉยๆ ไม่ได้สลบลึกมากที่จะกดหัวใจจนเป็นอันตราย  แต่ก็เป็นความยากในการกะขนาดของยาที่พอเหมาะพอดีในแต่ละราย 

 

ทีมดมยามีทั้งอาจารย์แพทย์ พชท. วิสัญญีพยาบาล และพยาบาลฝึกอบรมวิสัญญี...กำลังเตรียมอุปกรณ์เพื่อดมยาสลบก่อนนำเข้าห้องMRI

เตรียมอุปกรณ์เฉพาะ ที่มีสายวงจรวางยาสลบที่ยาวกว่าปกติทั่วไป  ขนาดอุปกรณ์ที่พอเหมาะกับเด็กแต่ละคน  ยาที่เหมาะสม

เราขจัดความกลัวออกไป(ได้บ้าง)โดย

  • การเตรียมผู้ป่วยให้พร้อม  งดน้ำและอาหารเพื่อป้องกันการอาเจียน 
  • ซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด 
  • ทีมบุคลากรมีความชำนาญ ประสานงานกันทั้งด้านข้อมูลและเทคนิค
  • จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้  และวางแผนหากมีปัญหาฉุกเฉิน 
  • เตรียมยาตามมาตรฐาน(งานนี้น้องถูกถามคำถามว่าสติ๊กเกอร์ยาที่ไปดมนอกสถานที่ไม่ใช้มาตรฐานเดียวกับในห้องผ่าตัดรึ...)

สำหรับห้อง induction.....เตรียมอุปกรณ์ใส่ท่อช่วยหายใจของเด็ก(หลายๆขนาด)   เช็คก๊าซ  เติมยาสลบให้เพียงพอ

เตรียมเครื่องmonitor  เครื่องดมยาสลบ(แบบธรรมดา  นอกห้องMRI)  แผ่นนำคลื่นไฟฟ้าหัวใจ(ชนิดพิเศษ) เครื่องดูดเสมหะ  อุปกรณ์ใส่ท่อช่วยหายใจ

ตรวจสอบเครื่องดมยาสลบและเครื่องเฝ้าระวังผู้ป่วย(ที่ใช้ในห้องทำMRI) 

การดมยาสลบผู้ป่วยเด็กก็ทำได้เป็นปกติค่ะ  ไม่ได้มีอะไรพิเศษ  เพียงให้ผู้ป่วยสลบพอที่จะนิ่งไม่ไอ  อาจใช้เทคนิคให้หายใจเองอย่างรายนี้  หรืออาจใช้ยาหย่อนกล้ามเนื้อแล้วควบคุมการหายใจโดยเครื่องช่วยหายใจก็ได้

รายนี้  เราเฝ้าดู reservior bag  มันขยับวูบวาบตามจังหวะการหายใจของเด็ก...  มีภาพคลื่นที่แสดงการเต้นของหัวใจ  การหายใจ  และความดันเลือดตลอดเวลาให้ได้เห็นตลอดเวลา  พอจะสบายใจบ้าง.... 

ทีมงานที่ต้องคอยจ้องเฝ้าระวัง(แต่ยังหันมายิ้มกับกล้องได้) พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่เทคนิคของMRIที่ได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะกำลังเก็บข้อมูล

 ...เราเฝ้าระวังผู้ป่วยที่อยู่ไกล  ผ่านกระจก....โดยปกติแล้วเราถูกสอนและปฏิบัติในดูแลการเฝ้าระวังผู้ป่วยดมยาสลบอย่างใกล้ชิด  เกาะติดตลอดเวลา.....ชนิดตาจ้องดู  หูต้องฟัง  มือจับคลำ  ปากประสานงาน....แม้จะดูว่าทุกอย่างดูปลอดภัย...แต่ยังไงๆซะก็ไม่สบายใจเหมือนยืนเกาะติดเตียงผ่าตัดผู้ป่วยแฮะ...... 

"มีศึกษาพบว่า มีอัตราของความล้มเหลวของการทำ MRI ในกรณีให้ Sedationมากถึง 15%  และก็ใช่ว่าจะสามารถเลือกใช้วิธีการให้ยาระงับความรู้สึกได้ทุกครั้ง   เพราะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและเครื่องเฝ้าระวังที่มีความพิเศษเฉพาะของ MRI เนื่องจากเป็นห้องที่มีพลังสนามแม่เหล็ก  (Malviya S.และคณะ Efficacy, safety and cost of intravenous sedation versus general anesthesia in children undergoing endoscopic procedures. Gastrointestinal endoscopy1995; 41 (2): 99-104)   

"พึงระมัดระวังเสมอว่าจะต้องใส่ใจภาวะกระสับกระส่าย  หรือไม่นิ่งของผู้ป่วย  ที่ได้รับเพียงยา Sedative ....อาจเกิดจากภาวะขาดออกซิเจนในกระแสเลือดได้ ...ใช่ว่าเห็นเพียงคนไข้ขยับแล้วสั่งให้นิ่งๆเท่านั้น....  

Some clinically relevant contraindications to sedation:

  • conditions with an increased risk of pulmonary aspiration
  • possibility of airway obstruction or respiratory irregularities
  • raised intracranial pressure, or other conditions where increased PaCO2 could be dangerous
  • conditions where respiratory center is desensitised to carbon dioxide
  • renal or hepatic dysfunction, which may alter drug kinetics
  • unpredictable drug effect, as sedatives may increase restlessness

 (ที่มา : M.P. Boidin MD,.R. Wolff MD, C. Doelman MD ใน Sedation versus general anesthesia in MRI )