สวัสดีครับป้าติ๋วคนสวย ผมเองครับ (จำเราได้มั้ยหนอ) ผมนักเรียนวิสัญญีเองครับ วันนี้ได้มีโอกาสเปิดอ่าน gotoknow จึงเข้ามาทักทายป้าติ๋วนะครับ (เวรครับวุ่นเกือบหมดคืนครับ) รู้สึกนอนไม่หลับครับ กังวลกับการสอบที่จะมาถึงครับ เพราะว่าความรู้ผมเท่าหางอึ่งเองครับ แฮะ แฮะ
ได้อ่านประสบการณ์ไปดมยาที่ห้อง MRI แล้ว ก้อเลยมีความรู้สึกว่า อืม เป็นความรู้สึกเหมือนกันครับยิ่งเราเป็นนักเรียนด้วยแล้ว เฮ้อ ไม่อยากบอกเลยครับว่าเครียดแค่ไหน ขนาดเฝ้าอยู่ หัวเตียง ข้างเตียง หรือปลายเตียง เรายังทำได้ไม่ดีเลย แต่นี่เราเฝ้าอยู่โน่น อีกห้องหนึ่งแน่ะ แต่ก้อยังอุ่นใจเล็กน้อยเพราะมีอาจารย์ พี่วิสัญญีพยาบาล และ recident มาอยู่ด้วย แต่ก้อแป๊บๆ ส่วนใหญ่เป็นพี่ๆวิสัญญีพยาบาลมากกว่าครับ
แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการทำ MRI ผู้ป่วยเด็กบางรายที่เราสามารถพูดคุยเพื่อให้เขาให้ความร่วมมือกับในการทำ MRI เวลาเข้าห้องอุโมงค์ เขาก้อสามารถทำได้นะครับ เพราะว่าบางทีการให้ยาสลบเพื่อทำ MRI จะต้องสังเกตอาการต่ออีกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง สำหรับผู้ป่วยนอกและอาจมีอาการข้างเคียงจากการได้รับยาสลบด้วย ในวันที่ผมได้ไปดมยาที่ห้อง MRI จึง Advice ผู้ป่วยเด็กที่สามารถให้ความร่วมมือได้ ซึ่งเด็กที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไปจะสามารถให้ความร่วมมือกับได้เป็นอย่างดีครับ เพราะเมื่อทำเสร็จแล้วเด็กสามารถรับประทานอาหารได้และกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องรอดูอาการอีกตั้ง 2 ชั่วโมง ซึ่งผู้ปกครองก้อเห็นชอบด้วย ทำให้เราเองไม่ต้องเปลืองยาและแรงงานในการจับเด็กเพื่อดมยาสลบ และเด็กเองก้อไม่ต้องเสี่ยงต่ออาการข้างเคียงของยาสลบด้วย หลังจากทำเสร็จเด็กก้อออกมาหน้าตายิ้มแย้ม เพราะว่าเขาจะได้รับประทานอาหารแล้ว (ถูกสั่งให้อดข้าว+น้ำตั้งนาน รู้มั้ยมันหิวนะครับ) ซึ่งในวันนั้นผมก้อภูมิใจนะครับที่สามารถทำให้เด็กสามารถอยู่นิ่งขณะทำ MRI ได้ เฮ้อ โม้มาเยอะแล้ว แค่นี้นะครับ ขอตัวเก็บของในห้องก่อน จะได้ลงเวรแล้วครับ ขอบคุณครับ (ปล. ผมยังไม่ได้ให้ป้าติ๋วให้คะแนน case สั้นเลย เห็นป้าติ๋วไม่ว่างสักทีครับ)