ความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ บางทีก็สามารถเป็นกรอบ ช่วยกำหนดให้สังคมมีระเบียบวิถี ทำให้คนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้ครับคุณ

 คนของหัวใจ.....

ผมใกล้จะเสร็จภารกิจแล้วครับ เหลือพื้นที่ที่ต้องเข้าไปเก็บข้อมูลอีกไม่มากนัก วันนี้เราจะล่องเรือเป็นวันสุดท้ายสำหรับงานรอบนี้แล้วครับ 

ผมตั้งใจจะไปบ้านหาดโสกและบ้านโคกตม ฟากตะวันออกของแม่น้ำโขงในเขตเมืองนาน เพื่อนคนลาวแซวผมว่าวันนี้มีทั้งโศก และตรม อันที่จริงเราเคยแล่นเรือผ่านสองชุมชนนี้แล้วครั้งหนึ่งแต่ผมไม่ได้แวะครับ เห็นมีงานบุญรื่นเริงกันอยู่ขืนแวะไปเก็บข้อมูลตอนนั้น เห็นทีจะได้แต่น้ำเมาแทน  

แก่งโสกตั้งอยู่ทางตอนใต้ของบ้านหาดโสก แม้ว่าจะไม่ใช่แก่งที่ยาวนักแต่ก็ขึ้นชื่อในด้านความลาดชัน แม้ว่าระดับน้ำในเดือนมกราคมยังคงลดระดับลงไม่มากนัก แก่งโสกยังแสดงความร้ายกาจได้ไม่เต็มที่ แต่กระนั้นยังทำเอาเรือเร็วของเรากระเทือนไหวไปทั้งลำตลอดเวลาที่ทะยานผ่านแก่ง พี่น้องบ้านหาดโสกเล่าว่าหากน้ำลดแก่งฮ้ายกว่านี้ต้องจัดเวรยามมาเฝ้าแก่งคอยช่วยเหลือเรือที่มักล่มเป็นประจำ ฟังแล้วน่ากลัวเหมือนกันนะคุณ 

รูปแก่งโสก กับเรือบรรทุกสินค้าที่แล่นผ่าน

รูปวาด นางฟ้า พญานาค และปลา ที่วัดบ้านหาดโสก

บ้านหาดโสกเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า ๒๕๐ปี เคยเป็นตาแสง หรือตำบล มาตั้งแต่ก่อนยุคปลดปล่อย (ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง ผมเรียกตามคำที่อ้ายน้องคนลาวใช้กันครับ) ทุกวันนี้ป้ายของสุขศาลา (สถานีอนามัย) ยังคงใช้อันเก่าอยู่เลยครับคุณ (ทำไมผมถึงได้ช่างสังเกต อย่างละเอียดลออ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขศาลา พยาบาลก็ไม่รู้เนาะ) 

 รูปป้ายสถานีโรงหมอ 

ผมใช้เวลาเก็บรายละเอียดของชุมชน ทั้งทางด้านอาชีพ วิถีชีวิต ประวัติการตั้งชุมชน การพึ่งพาแม่น้ำโขง ความเชื่อฮีตครอง และหากมีเวลาพอ ผมมักจะไม่ลืมที่จะถามไถ่ถึงเรื่องความเชื่อถือในสิ่งเหนือธรรมชาติ และนิทานโบราณประจำถิ่น เรื่องราวเหล่านี้เราสามารถสังเคราะห์และสกัด ให้เป็นนัยยะทางสังคมที่คนทำงานด้านฟื้นฟูวิถีชีวิตอย่างผม นำไปใช้ได้อย่างดีทีเดียวครับคุณ

วันนี้ผมโชคดีอีกครั้ง ในระหว่างที่เดินลัดเลาะสำรวจชุมชนอยู่นั้น ผมพบกับกลุ่มผู้อาวุโสที่นั่งคุยกันเพื่อรอเวลาดีจะไปสู่ขอผู้สาวให้หลานชาย เข้าไปนั่งคุยด้วย ได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับตำนาน ความเชื่อของพี่น้องเมืองนานมาหลายเรื่องทีเดียวครับ  

 ความเชื่อเกี่ยวกับปลาขึ้นน้ำ   พ่อเฒ่าเล่าว่า ที่หนองแสในเมืองจีนมีปลาบึกคำตัวหนึ่งขนาดใหญ่โต เป็นพญาของปลาทั้งมวลในแม่น้ำโขง ในแต่ละปีเมื่อถึงเวลาเดือนห้าเดือนหกปลาทุกตัวต้องเดินทางขึ้นไปเฝ้าพญาปลาตนนี้ ความเชื่อนี้คล้ายกับชาวมุกดาหารที่เชื่อว่าปลาเขี้ยวไก้เดินทางขึ้นไปไหว้พระธาตุพนมครับ

แต่ทุกวันนี้พญาปลาบึกคงมีปลาขึ้นไปเฝ้าน้อยลงแล้วละครับคุณ เพราะเขาสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงไว้ทางตอนเหนือตั้งหลายแห่งครับ พญาปลาบึกคำคงเหงาน่าดู หรือว่าพญาปลาบึกตนนั้นคงชินกับการอยู่คนเดียวเหมือนใครบางคนแล้วก็ไม่รู้สิ 

ความเชื่อความเคารพเจ้าพ่อผาแดงผาแดงเป็นหน้าผา ริมน้ำโขงอยู่บริเวณแก่งใหญ่ ในแม่น้ำโขงที่ชาวเรือเข็ดขยาดแห่งหนึ่ง    ผู้เฒ่าที่เคยเป็นนายท้ายเรือสมัยสี่ห้าสิบปีก่อนเล่าว่า เรือที่จะผ่านแก่งนี้ต้องมีกรวยดอกไม้ธูปเทียน กราบไหว้เจ้าพ่อผาแดงทุกครั้ง เมื่อเกิดเรือล่มครั้งใดหากคนที่ตกน้ำลอยเข้าไปทางผาแดง ก็จะรอดทุกคราว แต่หากลอยไปทางอื่นก็จะกลายเป็นศพไปทุกครั้ง ปัจจุบันนี้คนยังคงกราบไหว้เคารพนับถือเจ้าพ่อผาแดงกันอยู่มาก

พี่น้องที่อยู่ในละแวกนั้นล้วนปฏิเสธเมื่อผมขอให้พาไปไหว้พระในถ้ำที่อยู่บนผาแดง พวกท่านบอกว่าตั้งแต่รู้ความมายังไม่เคยได้ข่าวว่ามีใครเคยขึ้นไปบนถ้ำเลย ที่ว่ากันว่าในถ้ำมีพระพุทธรูปนั่นก็เป็นการบอกเล่าต่อๆกันมาเท่านั้นเอง แสดงว่าความเคารพบวกกับความเกรงกลัวของพี่น้องยังเหนียวแน่นอยู่นะครับ (คงเช่นเดียวกับที่ผม...เกรงใจ..คนชื่อเดียวกับเจ้าพ่อละมั๊ง) 

 ความเชื่อเรื่องผีเงือกอยู่เฝ้ารักษาเรือบรรทุกทองคำเจ้ามหาชีวิตที่ล่มบริเวณแก่งใหญ่  ผู้เฒ่าหลายคนแย่งกันเล่าเรื่องนี้ บางท่านก็ว่าได้ไปดูกับตา ท่านเล่าว่าเมื่อสักสิบกว่าปีที่แล้ว มีฝรั่งกลุ่มหนึ่งมาพร้อมอุปกรณ์ดำน้ำ เพื่อสำรวจหาขุมทรัพย์ในลำน้ำโขง ในบริเวณแก้งใหญ่ เขามาตามลายแทง และตำนานโบราณที่ว่า เรือบรรทุกทองคำของเจ้ามหาชีวิตล่มอยู่ตรงนี้ ประดาน้ำลงดำหลายเที่ยวและพบซากเรือโบราณนอนอยู่ใต้น้ำจริง แต่ที่พบตัวโตยาวสี่ห้าวานอนทับอยู่บนเรือคือปลายักษ์ครับ เขานอนขวางไว้ไม่ให้ใครเข้าไปใกล้เรือ คุณลุงเล่าว่า ฝรั่งพยายามอยู่หลายวันก็ไม่สามารถกู้เรือขึ้นมาได้ จนต้องกลับเมืองไป บอกว่าจะไปนำเครื่องมือมาใหม่ผู้เฒ่าชาวลาวเทิงบ้านห้วยซองก็เล่าเรื่องเดียวกันให้ฟังซ้ำอีกครั้งในวันถัดมาครับ (เอ หรือว่าจะมีมูลความจริง) 

รอยเท้าม้าเจ้าฟ้างุ้ม และถ้ำนานวลพี่น้องบ้านหาดโสก แนะนำให้ผมไปเที่ยวชมถ้ำนานวล และแวะไปดูรอยเท้ามาของเจ้าฟ้างุ้มครับ แต่เห็นว่าอยู่นอกพื้นที่ทำงานเลยไม่ได้ไป ที่ถ้ำนานวลพี่น้องเล่าว่า น่าแปลกที่ดูสะอาดสะอ้านอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับว่ามีคนมาปัดกวาดอยู่ตลอด และไม่ไกลจากถ้ำ บริเวณลานหิน มีรอยเท้าม้าปรากฏอยู่บนลานหินนั้น คนเฒ่าคนแก่เชื่อกันว่า เป็นรอยเท้าของม้าศึกสมัย เจ้าฟ้างุ้มโน่นแนะครับ เสียดายที่ไม่ได้ไปชม 

ผมลากลุ่มผู้เฒ่าบ้านโสกอย่างเสียดาย เมื่อเห็นว่าขบวนสู่ขอผู้สาวพร้อมที่จะออกเดินทาง ท่านให้พรว่า ไปหื้อฮอดนา มาหื้อฮอดเมืองเด้ออยากชวนท่านมาขอใครบางคนให้จัง เธออาจใจอ่อนก็อาจเป็นไปได้ 

ความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ บางทีก็สามารถเป็นกรอบ ช่วยกำหนดให้สังคมมีระเบียบวิถี ทำให้คนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้ครับคุณ

<p> คิดถึงคุณครับ</p><p>เรือนพักวิไลพอน หลวงพระบาง</p><p>มังกอน ๒๕๕๑  </p>