
จำได้ว่าตอนเขียนถึงหนังเรื่องหนึ่ง มีเพื่อนๆ ใน Blog แนะนำเรื่องนี้ อ่านเจอบทวิจารณ์ในวารสาร ก็อ่านแบบผ่านๆ เพราะโดยส่วนตัวไม่ชอบหนังผี กลัวน่ะ
เหมือนรู้ ต้องได้ดูหนังผีบนรถทัวร์ทุกที แบบว่าบังคับดู ครั้งที่แล้วก็เรื่อง แฝด ที่ก็สนุกดี
มาครั้งนี้เอาเรื่องนี้มาให้ดูอีก
ตอนดูต้นๆ เรื่อง แอบไปอ่าน Blog คนอื่น ก็ชื่นชมนะ โดยเฉพาะเนื้อเรื่อง และบทภาพยนตร์
เห็นด้วย บทสุดยอด
ดูฉากผีจะเวอร์ๆ ไปนิด ประมาณปีศาจทีเดียว
หนังดำเนินเรื่องน่าติดตาม เฉลยปมทีละนิด จนตอนจบ จบได้น่าตกใจทีเดียว
ได้ข้อคิดจากหนังเรื่องการทำความชั่ว ไม่ว่าจากอารมณ์ชั่ววูบ หรืออะไรก็ตาม มันตามทันไวจริงๆ นะครับ
นึกถึงคำหลวงปู่ชา "ทำผิดแล้วไม่มีคนเห็น ไม่บาป แล้วไอ้ที่ทำน่ะ ไม่ใช่คนรึ ทำไมดูถูกตัวเอง" นั่นสินะ ใครไม่รู้ ตัวเรารู้ครับ แล้วตัวเรานี่แหละที่พร้อมจะหลอกหลอนตัวเองตลอดเวลา
ดังนั้นจะทำอะไร ต้องใช้สติครับ คิดให้มากๆ ก่อนทำ ท่าน ว. วชิรเมธี บอกว่า "หากทำสิ่งไหนแล้ว เมื่อเรามาย้อนกลับมาคิดถึง แล้วต้องร้องไห้ อย่าทำ"
ดูเรื่องนี้แล้วคิดออกแนวนี้ครับ
ไม่รู้ผู้เขียนบทได้แรงบันดาลใจจากไหน แต่ช่างเหมือนข่าวคุณหมอท่านหนึ่งจัง คิดแล้วยังเสียว
เรื่องนี้จุดเชื่อมโยงอยู่ที่การสะกดจิต และเพลงที่นำมาสะกด เปิดเรื่องด้วยเพลงนี้ และจบด้วยเพลงเดียวกัน เจ๋งดีครับ
ดูแล้วกลัวเรื่องการสะกดจิตเหมือนกันนะครับ แต่หากเราไม่ทำอะไรผิด คงไม่น่ากลัว แต่ใครบ้างล่ะครับ ไม่เคยทำผิด ยกมือหน่อยครับ อ้าวทำไมไม่มีใครยกมือเลย
อีกฉากที่สะท้อนดีคือ ฉากที่คุณครูดารารายสะกดจิตนักศึกษา ทำให้นึกถึงเรื่องอดีตที่เป็นปม คนเป็นพ่อแม่ต้องสังวรณ์นะครับ หากดูฉากนี้ อย่าทำลูกแบบนี้เด็ดขาด หากทำ ต้องขอโทษเขา อย่าให้เป็นปมในใจนะครับ
ถ้าไม่นับฉากแหวะๆ หนังเรื่องนี้เนื้อเรื่องดีมาก น่ากลัวดี ให้ข้อคิดดี
สรุปได้ว่า หมั่นฝึกสติไว้ แล้วทำแต่สิ่งที่ถูก ที่ควร แล้วทุกอย่างจะดีเอง สวัสดีวันตรุษจีนครับ
Link ที่เกี่ยวข้อง : แฝด หนังผีดีๆ ต้องมีปม
เป็นอีกเรื่องที่ดูแล้ว ต้องไปอ่านต่อในเวบบอร์ด เพราะว่าค่อนข้างไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าที่เดาจะถูกหรือเปล่า
หนังเล่าสลับไปสลับมา ที่ค่อนข้างจะงง และคิดตามได้บางฉาก แต่ที่พอจะเดาออกแต่ไม่คิดว่า หมอที่เป็นกิ๊กกะดาราราย นี้จะเป็นคนทีสับสนตัวเอง คิดว่า ตัวเองชลสิทธิ์นี่สิ คิดไปได้ ..... เรียกว่าอ่านบทวิจารณ์หรือเฉลยแล้วขอกลับไปดูอีกรอบดีกว่า จะได้หายคาใจ หุหุ
ขึ้นรถทัวร์ ดูหนัง มีเรื่องมาเล่า นับเป็นเอกลักษณ์เลยนะนี่
หวัดดีค่ะ...
เป็นหนังเรื่องแรกค่ะที่นักศึกษาบอกว่าอาจารย์ต้องไปดูให้ได้
ก็เลยต้องไปดูซะ....แล้วก็ต้องขอบใจนักศึกษาคนนั้นมาก (กัดฟันเล็กน้อย) ที่ "แนะนำ" ให้ไปดู (แบบว่าต้องลากชาวบ้านไปดูเป็นเพื่อน...เพราะกลัวผีเช่นกัน)
สิ่งที่ได้จากการไปดู ที่นอกเหนือจาก"อาการผวาทางจิตเล็กน้อย" แล้ว กลับไปนั่งนึกถึงคนไข้ที่เคยเจอในชีวิตจริง...ว่ามีไหมที่เป็นแบบในหนัง
แล้วก็ค้นพบว่า...เคยมีบ้างเหมือนกัน..แต่ไม่ขนาดนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่เรรียกว่า Delusion (หลงผิด) คิดว่าตัวเองเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง (อ่านแล้วงงไหมคะ) เช่น คิดว่าตนเองคือพระเจ้าตากสิน คิดว่าตนเองเป็นลูกหลานเชื้อพระวงศ์ เป็นต้น
เท่าที่เจอ...รักษาแล้วอาการดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าหายหรอกนะคะ...อีกอย่างหนึ่งที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า...หากเราเจอ case ที่เป็นแบบนี้จริงๆ และเกิดขึ้นกับชีวิตเราเอง....จะเป็นอย่างไร...(แต่คิดว่า...คงกลัวไม่แพ้กับคุณหมอผู้หญิงแน่นอนค่ะ)
เฮ้อ....คืนนี้จะจิตหลอน...ผีหลอกไหมเนี่ย....