หลายๆครั้ง ผู้เขียนจะเจอคำถาม ว่าลูกๆของ DSS@MSU
- ใช้คอมพิวเตอร์อย่างไร
- ใช้อินเตอร์เน็ทได้หรือ เล่นmsn ยังไง เขียน blog เองได้ด้วยหรอ
- ส่วนเรียนอย่างไรไม่ค่อยมีคนถามเท่าใดนัก แต่จะเจอคำถามว่าสอบอย่างไร และอาจารย์ตรวจข้อสอบอย่างไรมากกว่า
วันนี้เลยจะมาเล่าให้กัลยาณมิตร อ่านกันพอสังเขปนะคะ
เมื่อกล่าวถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะโดยผู้ใดก็ตามนั่นหมายถึงการทำงานกับคอมพิวเตอร์ใน 2 องค์ประกอบหลักได้แก่
• การอ่าน หรือการรับรู้ข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ หรือปรากฏบนอุปกรณ์ต่อเชื่อมอื่น ๆ
• ป้อนคำสั่งหรือข้อมูลเข้าเครื่องโดยผ่านทางแป้นพิมพ์หรือ Pointing Device เช่น Mouse list end 
แม้การมองไม่เห็นตำแหน่งต่าง ๆ บนหน้าจอจะทำให้เกิดอุปสรรค ในการใช้ Pointing Device แต่คนตาบอดก็สามารถใช้การป้อนข้อมูลหรือคำสั่งผ่านทางแป้นพิมพ์ได้ โดยจะใช้การพิมพ์แบบสัมผัส( การจดจำตำแหน่งของแป้นพิมพ์ ) สำหรับแป้นพิมพ์ที่ใช้ก็เป็นแป้นพิมพ์ปกติของคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องมีการออกแบบเพิ่มเติมหรือปรับปรุงให้มีลักษณะเฉพาะแต่อย่างใด คอมพิวเตอร์ที่คนตาบอดใช้นั้นก็ไม่ต้องเป็นคอมพิวเตอร์ พิเศษอะไรเลยค่ะ ใช้เครื่อง PC หรือ notebook ธรรมดาที่คนทั่วๆ ไปใช้กันนี่แหล่ะค่ะ เพียงแต่ว่าขอให้มี ram เยอะๆนิดนึง ถ้าแยกการ์ดจอและการ์ดเสียงจะดีมากค่ะ ( ส่วนมากปัจจุบันมักจะ on board กัน) และที่สำคัญที่สุดก็คือ โปรแกรมช่วยสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการเห็นค่ะ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">นอกจากมีโปรแกรมพื้นฐานอย่างพวก Office แล้ว ต้องมีโปรแกรมช่วยอื่นๆ ที่ต่างไป ตามความต้องการของแต่ละคน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal">· คนตาบอดจะมีพระเอกคือ โปรแกรมอ่านจอภาพ (screen reader ) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal">· คนที่มีสายตาเลือนราง ( low vision ) ก็มีพระเอกคือ โปรแกรมขยายหน้าจอ ( magnifier ) เข้าไปเพื่อช่วยขยายสิ่งต่างๆ บนหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น ( เหมือนแว่นขยายค่ะ ) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">โปรแกรมอ่านจอภาพนั้นมีหลายภาษา ทั้งไทย อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ฯลฯ แต่ละชาติก็พัฒนาปรับปรุงโปรแกรมอ่านจอภาพในภาษาของตน แต่ภาษาที่ใช้มากที่สุดก็ภาษาอังกฤษ ซึ่งก็มีด้วยกันหลายโปรแกรมของหลายบริษัท แต่คนส่วนใหญ่ทั่วโลกจะใช้โปรแกรมJAWS for windows ( ต้องซื้อ ) ซึ่งลุงจอวส์ เป็นฝรั่งค่ะจะรู้จักแค่ภาษาอังกฤษ ดังนั้น เด็กๆจะต้องใช้ โปรแกรมตาทิพย์ด้วยค่ะ ( ฟรีแวร์สำหรับคนตาบอดไทย ) เป็นโปรแกรมสังเคราะห์เสียงภาษาไทย (Thai text to Speech)ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ส่งเสียงภาษาไทยได้ </p> โปรแกรมตาทิพย์ เป็นผลงานวิจัยของ นายพุฒิพันธุ์ พลยานันท์ Puttipan Ponyanun นักวิจัยและพัฒนา Software อดีตแชมป์เหรียญเงินคอมพิวเตอร์โอลิมปิก ปี 2540 ณ ประเทศแอฟริกาใต้ โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากกองทุนเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภาษาไทยสำหรับคนตาบอด / มูลนิธิราชสุดานอกจากโปรแกรมตาทิพย์แล้ว กองทุนเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภาษาไทยสำหรับคนตาบอดยังสนับสนุนให้มีการวิจัยและพัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ เช่น โปรแกรมแปลงอักษรเบรลล์เป็นอักษรตัวพิมพ์ปกติ (Thai Braille Translation Software) โปรแกรมอ่านจอภาพภาษาไทย (Thai Screen Reader Software) โปรแกรม Thai OCR โปรแกรมผลิตหนังสือ Multimedia และอื่น ๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">การป้อนคำสั่งหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ของคนตาบอดนั้นจะเป็นการสั่งงานจากคีย์บอร์ด โดยการใช้พวก shortcut key ที่ทางผู้เขียนโปรแกรมทำไว้ให้ ซึ่งคนทั่วๆ ไปก็สามารถใช้ได้เช่นกัน เช่น ctrl+s, ctrl+o, alt+f4, ctrl+c เป็นต้น นอกจากพวก shortcut key ทั่วไปพวกนี้แล้ว โปรแกรมอ่านจอภาพเองก็จะมี shortcut key เพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้อีกด้วย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> อย่างเวลาจะอ่านทีละบรรทัดก็กดลูกศรขึ้นลง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ถ้าจะอ่านทีละย่อหน้าก็กด ctrl+ลูกศร </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">หรืออย่างบนหน้าเว็บก็จะมีการทำ link list ให้ (insert+f7) เป็นการรวมลิงค์ทุกลิงค์บนหน้าเว็บให้ผู้ใช้โปรแกรม JAWs ที่รู้ลิงค์ที่ตัวเองต้องการจะไปอยู่แล้ว สามารถกดตัวอักษรตัวแรกของชื่อลิงค์นั้นๆ เพื่อไปยังลิงค์ที่มีตัวอักษรนั้นๆ ขึ้นต้นได้เลย หรือถ้าจะไปที่ address bar เพื่อพิมพ์ URL ก็กด alt+d เป็นต้น ( เอ…ชักงงไหมนี่)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">แต่...บางครั้งลุงจอวส์กับน้อง’ทิพย์ ก็ไม่สามารถอ่านให้ฟังได้ อย่างเช่น เวลาที่เลื่อนไปเจอรูปต่างๆ แล้วคนเขียนเว็บไม่ได้ใส่คำบรรยายภาพไว้ (alt tag) ตัวโปรแกรมก็จะไม่สามารถอ่านออกเสียงให้รู้ได้ค่ะว่ารูปนั้นเป็นรูปอะไร แม้จะมีการรณรงค์การทำสื่อเพื่อความเท่าเทียมของ ICT แต่บรรดา webmaster น้อยคนนักจะนึกถึงเด็กๆของเราค่ะ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เท่านี้คงพอจะนึกออกกันใช่ไหมคะ ว่า ลูกๆที่นี่ ใช้อินเตอร์เน็ทกันอย่างไร อิอิ เรื่องเล่น msn นี่ chat กันทั้งวันค่ะ บางคนส่ง emotion การ์ตูนน่ารักๆ เยอะกว่าคนมองเห็นอีกนะคะ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ดูสิ !! ถึงเขาจะมองไม่เห็น แต่เขาก็พยายามเข้าใจและเพิ่มสีสันการสนทนากับคนมองเห็นได้ค่ะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p> Blog นี้ยาวแล้ว งั้นตอนต่อไปจะเล่าวิธีการเรียนและสอบของเด็กๆ DSS@MSU นะคะ
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนครับ
อ่ะนะ พี่สะมะนึก แซ่เฮ อ่ะ
นานๆที ให้น้องมีสาระบ้างจิ อิอิ ก็ของเขามันมาจากเมืองนอกค่ะ เป็นฝรั่งเกือบทั้งนั้น จึงไม่แปลกใจที่คนตาบอดที่เก่งภาษาอังกฤษจะเก่งและเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ได้ไวกว่าคนตาบอดอื่นค่ะ
เจ๋งเลยพี่ ที่บันทึกนี้คลอดออกมาเ้สียที
เผื่อจะพาน้องๆ หรือ ลูกๆของ DSS@MSU ไปออกทีวตอนปิดเทอมมั่งน่้ะ
ขอบพระคุณค่ะน้องชายนายบอนที่อยู่กาฬสินธุ์
แล้ว...อย่าหลอกให้เป็นสายบัวนะคะ อิอิ
หนิงรักเด็ก จริงๆๆด้วย
สวัสดีคะ พี่หนิง...นางงาม (เพราะรักเด็กใช่ไหมคะป้าแดง)
เห็นความพยายามมากเลยคะ เพราะแค่ทำความเข้าใจกับวิธีการที่ต้องพิเศษกว่าคนธรรมดาก็เหนื่อยแล้ว...
เอาใจช่วยพี่หนิงและลูกๆ นะคะ
รักษาสุขภาพด้วยคะ
---^.^---
ดีจังเลยครับที่มีอุปกรณ์ดี ๆ สำหรับน้อง ๆ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ...
ไม่มีอะไรที่เป็นอุปสรรคเกินความพยายามของตัวเราครับ...
เป็นกำลังใจให้น้อง ๆ นะครับ...
ขอบคุณมากครับ...
สวัสดีครับ พี่หนิง
ขอบคุณครับ
เรื่องนี้ น่าคิด
ขอบพระคุณค่ะอาจารย์วสวัต
พี่หนิงมั่นใจว่า เป็นลักษณะและหลักการเดียวกันนะคะ แต่จะโปรแกรมเดียวกันหรือไม่นั้น ขึ้นกับความถนัดของผู้ใช้งานและงบประมาณค่ะ เพราะแต่ละโปรแกรมแพงเหลือใจ จะใช้แบบละเมิดลิขสิทธิ์ก็กระไรอยู่ อิอิ
น่าทึ่งมากเลยค่ะ
พี่เคยไปในโรงเรียนมัธยมเห็นคุณครูใช้เครื่องคอมที่มีลักษณะพิเศษแป้นพิมพ์ก็ไม่เหมือนทั่วไป คุณครูบอกว่าพิมพ์ออกมาเป็นอักษรเบลล์ ก็เลยเข้าใจผิดว่าทุกๆคนคงใช้เครื่องแบบนั้น ขอบคุณน้องหนิงมากค่ะที่บันทึกให้ได้รู้ไปด้วย
อ๋อ ...
อุปกรณ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์หรือป่าวค่ะพี่สร้อย ถ้าใช่นั้นคงเป็น braille display ค่ะ ( ราคาประมาณ 2 แสนบาท)
วันนี้หนิงขอเล่าถึงการใช้คอมพิวเตอร์แบบธรรมดา กับ software เฉพาะด้านของคนมองไม่เห็น ก่อนนะคะ ส่วนพวกอุปกรณ์พ่วง hardware นั้นจะเล่าต่อไปอีกค่ะ
นอกจากโปรแกรมที่ช่วยให้คนมองไม่เห็นใช้คอมพิวเตอร์ธรรมดาได้แล้ว เรายังมี software ในการทำเอกสารอักษรเบรลล์ให้คนมองไม่เห็นอ่าน(สัมผัส) ด้วยนะคะพี่สร้อย เช่น ที่ DSS@MSU ใช้งานอยู่ duxbery หรือ TBT
และ software ในการผลิตหนังสือเสียงเดซี่ เช่น
หรือโปรแกรมเล่นหนังสือเสียงเดซี่
และโปรแกรมสำหรับอ่านหนังสือภาษาอังกฤษอีกตัวนึง ดีมากค่ะ openbook อันนี้ใช้คู่กับเครื่องแสกนเนอร์ทั่วไป อ่านจากหนังสือเป็นเล่มหรือ ไฟล์ pdf ก็ได้ค่ะ
แหะๆ นี่เท่าที่ใช้อยู่นะคะ ที่อื่นอาจจะมีเยอะกว่านี้
สวัสดีครับอาจารย์หนิง
เก่งมากครับ...อีกหน่อยสังคมต้องยอมรับมากขึ้นเพราะเขามีความพยายามสูง คนตาดีซะอีกปล่อยปละละเลยจนตามเทคโนโลยีไม่ทันครับ
ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะพี่ภัทร
ที่ชมว่าเก่ง นี่ชมแม่หรือชมลูกค่ะ หรือชมโปรแกรมเมอร์ อิอิ แต่ไม่ต้องตอบก็ได้นะคะ แม่จะเหมาไว้เอง
หาโอกาสมีคนชมยากอ่ะค่ะ
ขอบพระคุณค่ะปู่หลง
เอ๊... ชมเราหรือป่าวเนี่ย...
เอ้า รับไว้ก่อนหละกัน อิอิ นานๆจะมีคนชมทีนี่นา