ดอกไม้น้อย ชอบอ่าน ต้องชอบเขียนมาแลกเปลี่ยนเพื่อนๆ ด้วยนะ

 ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา บอกหมออ๋อ นิธิมา กัลยาณมิตรชาวg2k ผ่านโปสการ์ดไปว่า "ช่วงนี้หมดมุขสุดๆ ไม่รู้จะเขียนอะไรค่ะ" 

แรกที่เข้ามาในสังคมg2k การได้อ่านบันทึกของคนอื่นๆ  นั้น เกิดแรงบันดาลใจอยากเขียนกับเขามั่ง  แต่ระยะหลังชักเพลิน อ่านอย่างเดียว แต่ไม่รู้จะเขียนอะไร  

วันดีคืนดี ก็มีถ้อยคำสิริมงคลส่งผ่านบันทึกของพ่อ ครูบาสุทธินันท์ ว่า

"ดอกไม้น้อย ชอบอ่าน ต้องชอบเขียนมาแลกเปลี่ยนเพื่อนๆด้วยนะ"

รู้สึกว่า "โอ ขี้เกียจไม่ได้แล้ว พ่อครูบาเมตตา กรุณามอบถ้อยคำอันเป็นมงคลและเอาภาระคนเขียนบันทึกโนเนมอย่างดอกไม้ขนาดนี้ขนาดนี้"

ทำให้เกิดการทบทวนและวิเคราะห์ตนเองว่า "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ไหงหมดมุขซะแล้ว"

แต่วิเคราะห์ไม่ออกว่าทำไมใจไม่"อภิเชษ" เหมือนระยะต้น  ไม่มีอะไรจะเขียน ขี้เกียจเขียน หรือ คาดหวังอะไรกับตัวเองมากกว่าเดิมนะ

อาการเดียวกับ "วิทยานิพนธ์"ช่วงนี้เลย "หมดมุข" ยิ่งอ่าน ยิ่งหมดมุข -- ยิ่งอ่านยิ่งรู้ว่าเราไม่ได้รู้อะไรเลย เราไม่ได้มีและไม่ได้เป็นอะไรเลย  รวมทั้งงานรณรงค์ที่เริ่มวนเข้าสู่รอบปีที่ 5 เริ่มวนกับมุขเดิมๆ ทำให้ต้องหามุขใหม่ๆ เพื่อทำงานให้เห็นอิมแพ็คแรงกว่านี้

อาการเหล่านี้ผลักดันให้ลงพื้นที่อย่างหนัก ที่สำคัญ ไปเพื่อฟัง ไปเพื่อดู ไปเพื่อลงมือทำ ไปเพื่อทำความเข้าใจให้มาก  และเพื่อเช็คว่าตัวเอง "มีของจริงหรือเปล่า"

3 ประสบการณ์  อาจนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิตก็ได้  ช่วงนี้ขออนุญาต "ตามดูหัวใจสักนิดนะคะ"  แล้วจะกลับมาขยันเขียนค่ะ  ก็แหมชาว g2k มีเสน่ห์ อบอุ่น และมีน้ำใจเสียขนาดนี้ ขี้เกียจก็แย่มั่กๆ แล้วเนาะคะ