จดหมายถึงพ่อ
๑๖ มกราคม ๒๕๕๑
กราบสวัสดีวันครู ค่ะ..พ่อ “วันครู” เวียนมาอีกปีหนึ่งแล้วค่ะ..หนูขอบคุณที่วันนี้ยังมีชีวิตอยู่ ได้ส่งจดหมายถึงพ่อ พูดคุยกับพ่อในวันสำคัญนี้ คิดถึงพ่อมาหลายวันแล้วค่ะ หนูเปิดค้นดู CD เพลงวันครูที่หนูได้รับเป็นรางวัลในปีที่แล้ว และเปิดฟังเวลาขับรถไปทำงาน ไพเราะทุกเพลงค่ะ เพลงแม่พิมพ์ของชาติ .. พระคุณที่สาม.. ค่าควรเมือง.. เปลวเทียนที่ต้านลม.. ใครหนอใคร.. ครูผู้ให้คุณ.. ทำให้หนูคิดถึงพ่อที่สุด อยากร้องเพลงให้พ่อฟังค่ะ..พ่อไม่เคยได้ฟังหนูร้องเพลง..หนูได้แต่ฟังพ่อร้องฝ่ายเดียว
พ่อขา..หนูมีวันนี้เพราะพ่อและแม่ วันนี้ที่หนูอยู่อย่างสง่างามในหนทางชีวิตการเป็นข้าราชการ พ่อเป็นครูคนแรกในชีวิตของหนู พ่อให้ “ต้นทุนชีวิต” แก่หนูมากมาย
ภาพชีวิต ครั้งที่หนูยังมีพ่ออยู่ กระจ่างชัดอยู่ในความทรงจำของหนูอย่างไม่มีวันลบเลือนได้เลย หนูจำได้ถึงความรักความอบอุ่นที่พ่อมีให้หนู ตั้งแต่หนูจำความได้ หนูไม่เคยลืมว่าหนูมีความสุขมากแค่ไหนที่ได้กอดเอวพ่อ ซ้อนท้ายจักรยานคันโก้ของพ่อไปโรงเรียนนานตั้ง ๔ ปี ตั้งแต่แขนของหนูสั้นกอดไม่รอบเอวพ่อ พ่อจะสอดแขนมาโอบหนูไว้ด้านหลังด้วยเพราะพ่อกลัวหนูจะตกรถ พ่อจะขี่รถโดยใช้มือเดียว หนูชอบเอาแก้มแนบกับหลังของพ่อ เปลี่ยนแก้มซ้ายบ้าง ขวาบ้าง พ่อจะร้องเพลงให้หนูฟังด้วย หนูชอบเพลง น้ำตาลก้นแก้ว เพลงโสนน้อยเรือนงาม และเพลงดาวน้อย ทุกเพลงพ่อร้องได้ไพเราะที่สุด “แม่..น้ำตาลก้นแก้วเขาลืมเจ้าแล้ว...จึงหยดถึง..มือพี่...” "แม่..ฮึม..โสนน้อย..เรือนงาม...ใคร ๆ เขาเฝ้าติดตาม..เพราะว่าน้องงามเหลือล้น.." ..ดาว..เอ๋ย…ดาวน้อย..เจ้าลอยสูงเด่น..” น้ำเสียงของพ่อเวลาเอื้อนช่างไพเราะจับใจหนูที่สุด
หนูลายมืองาม เพราะพ่อสอนหนู คุณครูขันทอง บานนิกุล เป็นคุณครูภาษาไทยคนแรกที่อยู่ในดวงใจของหนู เมื่อหนูเรียนอยู่ชั้น ป.๔ ครูให้คัดโคลงสยามานุสสติ ด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดส่งครูในตอนเช้าของทุกวัน ครูบอกว่าคนที่ได้คะแนนเต็ม ๑๐ จะให้หยุดคัด กว่าหนูจะได้คะแนนเต็ม ๑๐ ใช้เวลาถึง ๑ ปีเต็มๆ กุศโลบายของคุณครูขันทองยอดเยี่ยมมาก ถ้าหนูไม่มีพ่อคอยให้กำลังใจ คอยช่วยหนู ดูแลหนู ตลอดปีหนูคงไม่ได้คะแนนเต็ม ทั้ง ๆ ที่คุณครูก็บอกว่าลายมือของหนูสวยกว่าใครในห้อง ครูจะหาจุดที่ต้องแก้ไข โน่นนิด นี่หน่อย “ทำไม ตัว ส กับ ล เขียนเหมือนกัน” “ ตัว พ ยังไม่ถูก เส้นกลางต้องลากขึ้นให้เท่ากับเส้นหน้าและหลัง ” “ตัว ช เขียนหัวยังไม่ถูก” “ ตัว ม ยังไม่สวย ผอมไปค่ะ..” “สระ โ ทำไมเขียนสั้นนิดเดียว ไม่ได้สัดส่วน ไม่สวย ” คุณครูขันทองเก่งจริงนะคะพ่อ เมื่อหนูเป็นครูหนูก็ใช้วิธีของคุณครูขันทองนี้แหละค่ะ นักเรียนของหนูลายมือสวยทุกคน เมื่อหนูเป็นศึกษานิเทศก์ หนูจะบอกคุณครูภาษาไทยที่ต้องการสอนให้นักเรียนคัดลายมืองามด้วยวิธีการของคุณครูขันทอง มีคุณครูหลายคนประสบความสำเร็จค่ะ....ทำให้หนูภูมิใจมาก และหนูก็คิดว่าวิธีการสอนแบบนี้แหละ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตาม พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ จริงๆ มีมาตั้งนานแล้ว และ การสอนแบบย้ำ ซ้ำ ทวน ทำบ่อย ๆ นี่แหละค่ะ ที่จะทำให้นักเรียนเขียนได้จริง ๆ
พ่อสอนหนูให้เป็นคนมุ่งมั่นในการทำงาน ตั้งใจจะทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ อย่ายอมแพ้อะไรง่าย ๆ เวลาจะทำอะไรก็ตามให้เอา “ใจ” ใส่ลงไปด้วยจะทำให้ทุกอย่างสำเร็จได้และอย่างดีด้วย พ่อจำได้ไหมคะ..พ่อให้หนูหาบน้ำใส่โอ่งและหม้อทุกใบในบ้านตั้งแต่หนูตัวเล็ก ๆ แขนหนูสั้นนิดเดียว ขนาดเหยียดจนสุดแล้วยังจับน้ำคุยังไม่ถึงเลย (“น้ำคุ” คือ “ถังน้ำ”) เพราะไม้คานยาวกว่าแขนของหนู พ่อสอนว่าเวลาเดินในการหาบน้ำ เอวต้องอ่อนไม่แข็งกระด้าง เพราะจะทำให้น้ำกระฉอกออกในเวลาเดินแต่ละก้าว พ่อสอนวิธีตักน้ำจากบ่อว่าเวลาหย่อน “น้ำถุ้ง” ลงในบ่อต้องปล่อยลงเบา ๆ และใช้เทคนิคในการตวัดเพื่อให้ปากน้ำถุ้งคว่ำลงได้ พ่อไม่ให้โยนลงไป เพราะจะต้องใช้เวลานานและหลายครั้งกว่าที่จะตวัดให้น้ำเข้าไปอยู่ในน้ำถุ้งได้ หนูท้อแท้ ปวดบ่า ปวดหลังไปหมด เพราะในแต่ละวันต้องหาบน้ำหลายเที่ยว หนูจะหยุดพักหลายครั้งกว่าจะถึงบ้าน

พ่อบอกให้อดทน ไม่ให้ยอมแพ้ต่อความเหน็ดเหนื่อย พ่อบอกว่าหาบน้ำไม่ตายหรอก หนูยังจำคำพูดของพ่อได้ดี หนูหาบน้ำทุกวันจนโต ให้พ่อ แม่ และน้องได้ใช้อาบ ดื่มกิน และใช้สอย รวมทั้งหาบน้ำรดผักที่ทุ่งนาหลังบ้านที่พ่อแม่ปลูกไว้ขายด้วย จนกระทั่งหนูไปเป็นครู หนูยังได้ไปตักน้ำและหาบให้เพื่อนๆที่อยู่บ้านพักครูด้วยกันใช้ดื่มและอาบค่ะ..พ่อ เพราะเพื่อนๆ หนูเขาหาบไม่เป็น หนูหัวเราะท่าทางของเพื่อนหนูคนหนึ่งค่ะ..เขาพยายามจะช่วยหนู เวลาเขาเดินซ้ายที ขวาที เดินหน้าบ้าง ถอยหลังบ้าง กว่าจะถึงบ้านพักน้ำเหลือครึ่งถังเอง..เพื่อน ๆ ชมหนูว่าหนูหาบน้ำเก่งที่สุด หนูก็ยอขึ้นด้วย ยิ่งได้รับคำชมยิ่งชอบค่ะ หนูคิดว่าที่หนูตัวเตี้ยเพราะหาบน้ำนี่แหละค่ะ...แต่สิ่งที่หนูได้กลับคืนมาและฝังแน่นอยู่ในตัวเอง คือ..วิธีการทำงานอย่างไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก..ที่พ่อเพียรสอนหนู
เมื่อพ่อจากหนูไป..หนูยิ่งลำบากกว่าเดิม หนูต้องช่วยแม่ทำงานทุกอย่าง หนูเป็นพี่สาวคนโต แม่ต้องทำงานหลายอย่างเพื่อส่งพี่ชาย หนูและน้องเรียนหนังสือ ทั้งขายกับข้าว ปลูกผัก ทำนา หนูถูกครูทำโทษทุกวัน เพราะหนูไปโรงเรียนสาย หนูต้องหาบของไปตลาดให้แม่ หนูต้องช่วยแม่ขายของ หนูไม่เคยทันเข้าแถวเคารพธงชาติกับเพื่อนๆ หนูต้องแอบยืนอยู่ข้างถนนหน้าโรงเรียน เมื่อกิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จเรียบร้อยแล้วหนูถึงจะวิ่งเข้าโรงเรียน หน้าที่หลักของหนูคือล้างห้องน้ำ เป็นโทษที่หนูได้รับ แรก ๆ หนูก็อายค่ะ..แต่นานไปก็ชิน หนูรู้ว่าหนูทำผิดเพราะอะไร คุณครูทุกคนท่านก็เข้าใจค่ะ แต่เป็นกฎระเบียบของโรงเรียนที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
หนูกลายเป็นคนขยัน ขยันทำงาน ขยันเรียน เมื่อไหร่หนูก็ไม่รู้ตัว เพราะหนูต้องดิ้นรนต่อสู้ช่วยแม่ หนูทำงานทุกอย่าง หนึ่งวันมี ๒๔ ชั่วโมง หนูจำได้ว่าหนูจะได้พักต่อเมื่อเข้านอนอย่างเดียว ผลการเรียนของหนูทำให้แม่ภาคภูมิใจโดยตลอดมา พ่อขา..ผลการสอบของหนูไม่เคยได้ต่ำกว่าที่ ๓ ของห้องค่ะ หนูอยากเรียนหมอ แต่แม่ไม่ให้หนูเรียน แม่บอกว่าเงินมีไม่มาก ต้องส่งลูกเรียนถึง ๓ คน แม่บอกว่าเรียนครู “ปันได้กิ๋น” (ได้เงินเร็ว ,ได้งานเร็ว) หนูเสียใจมาก หนูไม่อยากเป็นครู แต่หนูก็เชื่อฟังแม่ค่ะ..หนูเป็นคนว่านอนสอนง่าย..และหนูก็สงสารแม่มากด้วย แม่ไม่ค่อยพูดเล่นกับหนูเหมือนพ่อค่ะ..แม่เอาแต่ทำงาน..ทำงานทั้งวัน ทั้งคืน เดี๋ยวนี้แม่สบายแล้ว..แม่ได้พักชั่วนิรันดร์... แม่เป็น “ครู สอนวิชาชีวิต” ให้หนูค่ะ
หนูเรียนครู ๔ ปี หนูจำได้เทอมแรกของการเรียนครูปี ๑ หนูได้เกรดเฉลี่ย ๓.๖๙ ชื่อของหนูได้ขึ้นบอร์ดหน้าห้องวิชาการ หนูภาคภูมิใจที่สุด หนูจำที่พ่อเคยพร่ำสอนหนู ทำอะไรต้องทำจริงจัง ทำให้ดีที่สุด พ่อบอกว่าเกิดเป็นคนทั้งทีต้องเอาดีให้ได้ เพราะคำสอนของพ่อนี่แหละค่ะ ที่ทำให้หนูเหมือนขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ หนูต้องท่องหนังสืออย่างหนัก เพื่อรักษาชื่อให้อยู่บนบอร์ดไว้ตลอดทุกเทอมใน ๔ ปี หนูจำได้เมื่อหนูเรียนปี ๓ ท่านอาจารย์พรชัย สวนปาน ที่สอนวิชาประวัติศาสตร์ เรียกหนูเข้าไปคุยด้วย ท่านถามว่า “ท่องหนังสืออย่างไรถึงจำคำพูดของครูได้ทุกคำพูด” เมื่ออยู่ปี ๔ หนูก็ได้รับคำถามเช่นเดียวกันนี้จาก อาจารย์บพิตร โกมลตรี ท่านบอกว่าทึ่งหนูค่ะ..
เทคนิคการท่องหนังสือของหนูไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ..พ่อ หนูก็อ่านเยอะ ๆ อ่าน หลาย ๆ รอบ รอบแรกหนูจะอ่านแบบผ่านสายตาให้หมดก่อน รอบที่ ๒ หนูจะขีดเส้นใต้คำสำคัญไว้ รอบที่ ๓ หนูจะคัดประโยคและข้อความที่หนูขีดเส้นใต้ไว้ในสมุดบันทึก รอบที่ ๔ เป็นต้นไปหนูก็จะอ่านในสมุดที่หนูบันทึกใหม่เป็นภาษาที่หนูสรุปความเอง วิชาหนึ่งๆ หนูอ่านมากกว่า ๑๐ รอบค่ะ ..พ่อว่าหนูขยันไหมคะ.. หนูอ่านทุกวัน อ่านทุกครั้งที่มีเวลา ตลอด ๔ ปีหนูนั่งรถประจำหนูไม่เคยคุยกับใครเลยค่ะ..ขึ้นนั่งรถได้ก็ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ หนูมีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งค่ะ..เราเรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยม นั่งรถประจำด้วยกัน ท่องหนังสือเหมือนกัน เดี๋ยวนี้เขาเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาแล้วค่ะ..ก็เราขยันเหมือนกันนี่คะ เพื่อน ๆ ทุกคนกลัวการท่องหนังสือของหนูค่ะ
เมื่อหนูสอบบรรจุเป็นครู หนูก็สอบได้ที่ ๑ ค่ะ สอบเรียนต่อปริญญาโท หนูก็ได้ที่ ๑ ด้วย หนูรู้ตัวว่าหนูไม่ใช่คนเก่ง แต่หนูเป็นคนขยัน ขยันนี่เหมือนคนบ้าหรือเปล่าคะพ่อ หนูจะเล่าให้พ่อฟังค่ะ..ว่า..ครั้งหนึ่งหนูนอนอ่านสมุดโน้ตในตอนกลางคืนหลังจากทำงานช่วยแม่แล้ว หนูเอาตะเกียงวางไว้ข้างๆ ตัว ใช้สองมือจับสมุดไว้ แล้วหนูก็ง่วงค่ะ สมุดตกใส่ตะเกียง ไฟไหม้สมุดและไหม้ผมหนูด้วย...แม่ตกใจมากค่ะ..หนู หายง่วงเลย..จนถึงขณะนี้หนูยังเก็บสมุดเล่มนั้นไว้เลยค่ะ ..วิธีการแก้ง่วงของหนูในการท่องหนังสือมีหลายวิธีค่ะ วิธีหนึ่งคือหนูจะเอาถังใส่น้ำมาวางและเอาเท้าไปแช่ในน้ำค่ะ..เพื่อให้ตาสว่าง..พ่อว่าหนูทรหดไหมคะ..
เทคนิควิธีการท่องหนังสือของหนู มีคนนำไปเป็นตัวอย่างเยอะแยะมากมายค่ะ.. คุณครูที่ลาศึกษาต่อหรือน้องๆ ครูอัตราจ้างที่จะสอบบรรจุครู หรือคุณครูที่สอบเรียนต่อ ต่างมายืมสมุดโน้ตย่อของหนูซึ่งมีอยู่หลายเล่มเพื่อเอาไปอ่านประสบผลสำเร็จกันหลายคนค่ะ...ล่าสุดหนูได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรบรรยายในเรื่องเทคนิคการอ่านตำราในเวลาที่จำกัด สำหรับคุณครูที่จะต้องสอบเพื่อเลื่อนวิทยฐานะให้สูงขึ้น มีคุณครูหลายคนที่ใช้วิธีการของหนูได้สำเร็จต่างดีใจกันใหญ่ค่ะ..หนูภาคภูมิใจมาก ในช่วงนี้มีคุณครูนำช่อกล้วยไม้สัญลักษณ์ ของ“วันครู”มาขอบคุณหนูหลายคน มีทั้งคนที่อายุมากกว่าหนูด้วย..พ่อกับแม่ภูมิใจกับหนูไหมคะ..

เมื่อหนูเป็นครู หนูก็ทำหน้าที่ของหนูอย่างดีที่สุด หากหนูตั้งความหวังไว้ว่าจะทำอะไร ที่เป็นประโยชน์ต่องานในหน้าที่ หนูก็ตั้งใจทำอย่างเต็มความสามารถ และก็สำเร็จได้อย่างที่หวังไว้ค่ะ คนรอบข้างยอมรับหนูจากผลงานของหนูที่ปรากฏชัดเจน ต่อเนื่องตลอดมา หนูเปลี่ยนงานเป็นศึกษานิเทศก์เพราะหนูต้องการใช้ความรู้ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการร่วมกับคุณครูพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กและเยาวชนของชาติ โดยเฉพาะในเรื่องของภาษาไทยค่ะ..พ่อ คุณครูบอกหนูว่าศึกษานิเทศก์เป็นครูของครูแต่หนูว่าไม่ใช่ เป็นเพื่อนมากกว่า เพื่อนที่แสนดี..คำนี่มีคุณครูบอกหนูค่ะ...
ความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของหนู ที่หนูอยากบอกให้พ่อกับแม่ดีใจด้วย หนูได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ รางวัลผู้ประกอบวิชาชีพคุรุสภาดีเด่น ในปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาค่ะ...หนูเป็น ๑ ใน ๙ คน จากคุณครูทั้งหมดเจ็ดแสนคนทั่วประเทศ โดยเป็นคุณครูผู้สอน ๕ คน ผู้บริหารสถานศึกษา ๒ คน ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ๑ คน และศึกษานิเทศก์ ๑ คน หนูได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๐ ผลงานของหนูได้รับการเผยแพร่ ในรายการ “ตามรอยพระยุคลบาท : ครูของแผ่นดิน" ด้วยค่ะ..
หนูมีวันนี้ได้ วันแห่งความสง่างามในชีวิต เพราะ หนูเป็นลูกพ่อ เป็นลูกแม่ ที่สอน “วิชาชีวิต” ให้หนู จาก..ต้นกล้าเล็ก ๆ..จนกระทั่งเป็น..ไม้ที่แข็งแรง ในวันนี้..หนูกราบพ่อกับแม่ค่ะ.. กราบสวย ๆ ด้วย..วันครูปีหน้าหนูจะเขียนจดหมายถึงพ่ออีกนะคะ..แม่ขา..หนูไม่เสียใจแล้วค่ะ..ที่หนูไม่ได้เป็นหมอ..ณ วันนี้หนูภาคภูมิใจกับการเป็น "ครูของแผ่นดิน" ที่สุดค่ะ..หนูจะทำหน้าที่ของหนูให้ดีที่สุด..หนูให้สัญญาค่ะ
ด้วยความเคารพรักและเทิดทูนพ่อกับแม่ที่สุดค่ะ
จาก..ลูก
เนื่องในวันครู ๑๖ มกราคม ๒๕๕๑ หนูขอกราบคารวะคุณครูทุกท่านที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้หนู ..ค่ะ..ทุกท่าน ตั้งแต่หนูเรียนชั้นอนุบาล คุณครูสงวน ครูคนที่ ๓ ในชีวิตของหนู คุณครูขันทอง บานนิกุล คุณครูภาษาไทยคนแรกในดวงใจของหนู คุณครูทุกท่านเมื่อหนูเรียนชั้นประถมถึงมัธยม ระดับปกศ.ต้น ปกศ.สูง ปริญญาตรีและปริญญาโททุกท่านค่ะ รวมทั้งคุณครูที่ให้ความรู้ใน Gotoknow และคุณครูทุก ๆ ท่านค่ะ...
กราบคารวะคุณครูทุกท่านด้วยดวงใจค่ะ..
วัชราภรณ์
นมัสการมาตาปิตุคุณ
- ข้าขอนบชนกคุณ ชนนีเป็นเค้ามูล
- ผู้กอบนุกูลพูน ผดุงจวบเจริญวัย
- ฟูมฟักทะนุถนอม บบำราศนิราไกล
- แสนยากเท่าไรๆ บคิดยากลำบากกาย
- ตรากทนระคนทุกข์ ถนอมเลี้ยงฤรู้วาย
- ปกป้องซึ่งอันตราย จนได้รอดเป็นกายา
- เปรียบหนักชนกคุณ ชนนีคือภูผา
- ใหญ่พื้นพสุนธรา ก็บเทียบบเทียมทัน
- เหลือที่จะแทนทด จะสนองคุณานันต์
- แท้บูชไนยอัน อุดมเลิศประเสริฐคุณ
(พระยาศรีสุนทรโวหาร : น้อย อาจารยางกูร)
นมัสการอาจริยคุณ
- อนึ่งข้าคำนับน้อม ต่อพระครูผู้การุญ
- โอบเอื้อและเจือจุน อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์
- ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน
- ชี้แจงและแบ่งปัน ขยายอัตถ์ให้ชัดเจน
- จิตมากด้วยเมตตา และกรุณา บ เอียงเอน
- เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์ ให้ฉลาดและแหลมคม
- ขจัดเขลาบรรเทาโม- หะจิตมืดที่งุนงม
- กังขา ณ อารมณ์ ก็สว่างกระจ่างใจ
- คุณส่วนนี้ควรนับ ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร
- ควรนึกและตรึกใน จิตน้อมนิยมชม
(พระยาศรีสุนทรโวหาร : น้อย อาจารยางกูร)
![]()
ละเมียดละไม..อ่อนหวานเช่นเคย
แฝงด้วยความละมุนละไม..อบอุ่น
ให้ตัวอย่าง..ข้อคิด...การดำเนินชีวิต
ทึ่งค่ะ..ยอดเยี่ยมมากค่ะ ศน.คนเก่ง
แด่ ศน.คนเก่งของหนู(ขี้ตู่จังเลย...) ด้วยความเคารพรักค่ะ
"สวัสดีคุณครู" ค่ะ
สวัสดี "วันครู" ค่ะ..สาวน้อยนามใครเอ่ย
ขอบคุณมากค่ะ..ที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน "จดหมายถึงพ่อ" ในวันดีวันนี้
ปลื้มมากค่ะ..สำหรับคำชมที่ไพเราะและแสนหวาน
ตั้งใจบันทึกนี้เพื่อเก็บไว้เครื่องเตือนความจำค่ะ..ในวันสำคัญ "วันครู ปี ๕๑"
เพราะภาพชีวิตจะเหลือเพียงความทรงจำเท่านั้น..การได้เก็บเป็นบันทึกน่าจะเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่เดียวนะคะ..สาวน้อยเห็นด้วยไหมเอ่ย..
แล้วแวะเข้ามาเยี่ยมอีกนะคะ..คนน่ารัก
สุข..สดชื่น..สมหวัง..ในวันครูและตลอดปี..คิดถึงค่ะ
ดีใจมากค่ะ..ที่กรุณาเข้ามาสวัสดี ใน "วันครู" วันนี้
เย้..พบคนทำงานหนักเหมือนกันแล้ว "หาบน้ำ" หนักจริง ๆ ค่ะ..ไกลด้วย
แต่สถานที่อาบ..ไหม่เหมือนกันค่ะ" ว้าว..
คำพูดของพ่อ..ทุกคำ ทุกประโยค..เป็นข้อคิดได้ค่ะ..แบบว่าหากเราทำตามแล้วความสำเร็จต้องเกิดขึ้นแน่นอน
คุณครูกั๊ดจัง..สนุกสนานไหมคะ สำหรับการร่วมงานวันครูวันนี้..
และแล้วก็ผ่านไปอีก ๑ ปีนะคะ ..ให้กำลังใจในการทำงานค่ะ..
วัชราภรณ์ วัตรสุข
"สวัสดีวันครูค่ะ..คุณครูกั๊ตจัง..คนน่ารัก"
คุณครูกั๊ตจังขา..แถวที่ ๑ ข้างบนเวลาพิมพ์หายไปค่ะ..จึงตามมา "สวัสดี" ใหม่อีกครั้งหนึ่งค่ะ...ให้อภัยนะคะ..
คุณครูกั๊ดจัง..ขา
สวัสดีค่ะ..อาจารย์เม้ง ผู้อารีย์
อ่านแล้วตื้นตันใจ คิดถึงพ่อตัวเอง กลับไปจะเริ่มเขียนบันทึก หวังว่าคงไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ
ป๋านิล แม่จ้อง
สวัสดีครับ อาจารย์วัชราภรณ์
ขอบพระคุณครับที่นำเสนอข้อมูลจากต้นกล้าเล็กๆที่เติบโตมาเป็นครูของแผ่นดิน
มากมายด้วยสาระและรสชาดของชีวิตจริงๆครับ
ครูอบรมสอนแท้ คืออาจ๋ารย์ แม่พ่อ
ครูคือประสบก๋ารณ์ เกี่ยวได้
ใจตนสู้อาจหาญ สอนต๋น เองนา
ใจ๋ต๋นสอนต๋นเองได้ แม่นแท้คือครู......
ด้วยความปรารถนาดีจาก.....หนานพรหมมา
มีรูปมาฝาก ......เจี๊ยก ๆ ๆ
สวัสดีค่ะ..กัลยาณมิตรที่รักการอ่าน..ที่กรุณาแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมบันทึกนี้..
- ส่วนประเด็นทัศนคติที่ดีต่อนักเรียน เข้าใจนักเรียน ตัวดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นยังคงเท่าเดิม
จากคอลัมน์ "เดินหน้าชน" โดยเจตนา จนิษฐถึงแม้ว่าเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งทางวิชาการเท่านั้น..แต่ก็ชวนให้เราได้หยุดคิดพิจารณาเหมือนกันนะคะ..
ด้วยรักค่ะ...วัชราภรณ์
สวัสดีวันหยุดค่ะ...ป๋านิล
สวัสดีค่ะ...คุณคนเมือง
ครูอบรมสอนแท้ คืออาจ๋ารย์ แม่พ่อ
ครูคือประสบก๋ารณ์ เกี่ยวได้
ใจตนสู้อาจหาญ สอนต๋น เองนา
ใจ๋ต๋นสอนต๋นเองได้ แม่นแท้คือครู
"ใจ๋ต๋นสอนต๋นเองได้..แม่นแท้ คือครู.."
กำนี้แหละเจ้า..ตี้เยี๊ยะหื้อศน.อ้วน..กั๊ดอก..
ณ บัดนี้ ศน.อ้วนก็ยังเป็นครู ของตัวเองไม่ได้ค่ะ..
โคลงบทเดียว..ของพ่อครู..ทำให้ ศน.อ้วน..ต้องย้อนกลับมองตัวเอง
จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่..ค่ะ ในการพยายาม..เฮ้อ !
กราบงาม ๆ ค่ะ..พ่อครู..