จะเป็นการจำนำ หรือ จำนอง ที่จะฟ้องร้องบังคับคดีกันได้หรือไม่ ต้องระวัง....

อย่าลืมว่าการกู้ยืมเงินเกินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไป ต้องทำหลักฐานกันไว้เป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ยืมไว้ด้วยนะคะ จะได้ฟ้องร้องบังคับคดีลูกหนี้ได้ เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เรา

แต่มีบางกรณีเจ้าหนี้ไม่เชื่อถือลูกหนี้ว่าจะมีเงินมาชำระหนี้คืนให้หรือไม่ เจ้าหนี้ก็เลยบอกลูกหนี้ ว่าฉันต้องการให้มีการจำนองหรือจำนำไว้ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อประกันว่าถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้กู้ยืม เจ้าหนี้ก็ยังสามารถฟัองร้องบังคับคดีเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้จากการที่ได้จำนอง จำนำ เพื่อประกันหนี้ดังกล่าวนี้ได้

แต่ต้องทำความเข้าใจว่าจำนำ จำนอง เพื่อประกันนี้กู้ยืมนั้น ต้องทำอย่างไรจึงจะบังคับชำระหนี้ได้

การจำนำคือ ลูกหนี้ต้องนำเอาสังหาริมทรัพย์ เช่น แหวนเพชร นาฬิกา เป็นต้น มาวางไว้ที่เจ้าหนี้ด้วย เพื่อว่าถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เงินคืน เจ้าหนี้ก็สามารถบังคับยึดทรัพย์ที่นำมาจำนำเพื่อประกันหนี้นี้ได้

จำนอง คือ ทรัพย์ที่นำมาจำนองต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น เช่นนำโฉนดที่ดินไปจดจำนองที่สำนักงานที่ดินฯ เป็นต้น ข้อสังเกต กรณีนี้ตัวทรัพย์คือที่ดิน ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่โฉนดที่ดิน ดังนั้น การจำนองจะมีผลบังคับคดีกันได้ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกันที่สำนักงานที่ดินฯเท่านั้น(การจดจำนองมีแบบ คือต้องไปทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนฯถ้าไม่ทำ ผลจะเป็น"โมฆะ" คือไม่มีผลอะไรเลย เหมือนไม่ได้ทำอะไรกันเลย ท่านจำได้หรือไม่ว่า "แบบ"ถ้าไม่ทำเป็น "โมฆะ" เมื่อเป็นโมฆะ ก็หมายความว่าไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อไปยึดทรัพย์(ที่ดิน)ไม่ได้

ข้อควรระวัง คือบางทีเราชอบทำสัญญากู้ยืมกันเสร็จแล้ว เขียนในสัญญากู้ยืมว่า เอาโฉนดหรือเอาที่ดินแปลงโน้น แปลงนี้มาวางไว้ประกันหนี้กู้ยืม โดยไม่ได้ไปทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินฯ อันนี้ ท่านไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อยึดที่ดิน เอาจากลูกหนี้ได้ เพราะท่านไม่ได้ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ ถือว่าไม่ได้ทำสัญญาจำนองกันเลย

ถามว่าแล้วเป็นจำนำโฉนดได้ไหม ไม่ได้คะ เพราะกรณีนี้ตัวทรัพย์คือที่ดิน ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น มิฉะนั้นไม่มีผล