คืนวันศุกร์ที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ผมพร้อมด้วยเพื่อน (ประมาณพี่) อีก ๒ คน หลังจากนำของขึ้นรถกะบะ โดยพี่หนุ่ย (รศ.ศิริพร) และพี่เอก (ผศ.เอก) เป็นผู้ขับไปส่งที่ท่ารถรังสิต ประมาณ ๓ ทุ่มครึ่ง เราจึงได้ขึ้นรถ VIP 24 ของ บริษัทขนส่ง มุ่งหน้าไปสู่เชียงใหม่

   เช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อนหญิงที่กำลังทำปริญญาเอกที่ ม.เชียงใหม่ ขับรถกะบะมารับพวกเรา ๓ คน จากนั้นไปเดินเล่นกันใน ม.เชียงใหม่ เพื่อที่จะให้เพื่อนทำกิจที่ควรทำก่อน (เดินพาเหรด) เสร็จสิ้นกิจนี้ จึงไปอาบน้ำที่บ้านเพื่อนที่หางดง ก่อนเพื่อนคนนี้จะขับรถนำพวกเราไป อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน   ระหว่างนั้น ผมโทรศัพท์หาเพื่อน ผมเรียกท่านว่า อ.เอกP จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ทางคดเคี้ยววกวน ขึ้นๆลงๆ ผมไม่สามารถก้มหน้ามองเท้าที่วางอยู่บนพื้นรถได้ "มึน" นั้นคืออาการที่ผมพยายามเก็บไว้ ส่วน อ.ปิ๊งที่นั่งอยู่ข้างๆ ใช้วิธีการนอนหลับเพื่อจะไม่มึน แต่คนที่น่าจะตึงมากที่สุดน่าจะเป็น อ.เบียร์ เจ้าของรถ คนขับรถ และเป็นอะไรหลายๆ อย่างให้กับพวกเรา และแล้ว เราก็เดินทางมาถึงบ้าน อ.เอก

   การไปครั้งนี้มีเหตุผลหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือ การเป็นบุรุษไปรษณีย์ให้กับคนที่บริจาคของเพื่อชาวเขาที่อยู่ในช่วงหน้าหนาว นอกจากนั้นมีเหตุผลอื่นๆอีก ที่ผมต้องตัดสินใจไปปาย เรา ๔ คน ถึงบ้าน อ.เอกโดยสวัสดิภาพ หลังจากนำของไปไว้ในบ้าน อ.เอกได้ขับรถนำพวกเราไปกินอาหารและเที่ยวเมืองปาย อาหาร (เที่ยง-บ่าย) ที่ผมกินแล้วรู้สึกมีชีวิตชีวาคือ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ท่านนำพาเราไปเที่ยวหลายๆที่ ช่วงเย็นไปซื้ออาหารที่ตลาด ท่านแนะนำให้เรารู้จัก "หมอสุภัทร" ลูกของหมอ น่ารักมากๆ ช่วงเย็นไปซื้อของที่ตลาดเพื่อนำไปปรุงอาหารที่บ้าน

   กลับไปถึงบ้าน เราแสดงความเคารพคุณแม่ของ อ.เอก ด้วยการไหว้ การไหว้ด้วยความทุลักทุเลของผมที่ต้องถือของอยู่ในมือ แต่ผมมีความรู้สึกอิ่มเอิบเมื่อเห็นหน้าคุณแม่ของ อ.เอก นี่แหละ "อญฺชลิกรณีโย"

   เมื่ออาหารมีการจัดเตรียมเรียบร้อย ทุกคนนั่งล้อมวงกินข้าว หลังจากนั้นจึงเก็บภาชนะ ก่อนที่ อ.เอกจะนำพวกเราไป ตลาดคนเดิน และกลับบ้านเมื่อสี่ทุ่มกว่าๆ แม่นั่นเองที่เปิดประตูบ้านรับพวกเรา

   ห้องนอนที่จัดเตรียมไว้อย่างดี มีผ้าขนหนู สบู่ ที่นอน ผ้าห่ม ซึ่งจัดเตรียมไว้เหมือนกับโรงแรม "เงียบดีเหลือเกิน" "ที่ราชภัฏฯ ไม่มีความเงียบอย่างนี้เลย ลองฟังดูสิ....." ผมหลับไปและตื่นขึ้นมาประมาณตีสอง อากาศไม่ได้หนาวมาก รอจนเกือบตีสาม ลุกขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องหยุดไป เพราะรู้สึกว่าไฟที่เปิดในห้องน้ำจะไปรบกวนเพื่อนที่นอนด้วยเข้าแล้ว และแล้วผมก็หลับไปอีก ประมาณ ๖ โมงเช้า อ.เอกได้นำพวกเราไปเที่ยวที่บ้านสันติชล ทะเลหมอกที่สวยงาม อากาศที่เย็นไม่มากนัก ความเงียบสงบของหมู่บ้าน แสงไฟริบหรี่ของบ้านที่ตื่นแล้ว.....

   เราเข้าไปตลาด ซื้ออาหารเพื่อเตรียมมาปรุงกินมื้อเช้า แม่เป็นกำลังสำคัญ กินเสร็จก็ออกจากบ้านกันไปอีก ดูเหมือนวัดคือที่ท่องเที่ยวหลักของพวกเราในวันนี้ และวัดสุดท้าย ผมรู้สึกประทับใจกับพระประธานมากๆ เรียกว่า ปิดเวทีได้สวยงาม (ในความรู้สึกผม) เรากลับไปบ้าน นำของขึ้นกะบะรถ เพื่อนๆได้พูดกับผม โดยผมต้องให้ค่าตอบแทนกับ อ.เอก เพื่อนบอกว่า อ.เอกจัดบ้านเป็นโฮมสเตย์หรือเปล่า ผมบอกไม่รู้ ด้วยว่าไม่เคยได้ถามอะไรมากมาย ทั้งหมด อ.เอกบริการให้อย่างดี เพื่อนบอกว่า ต้องให้ค่าตอบแทนกับ อ.เอกด้วย "เราใช้ไฟ ใช้น้ำ อาหารและรบกวน อ.เอก ตลอดถึง แม่และน้องในหลายๆเรื่อง" ผมจะทำอย่างไรดีกับเรื่องนี้ "มิตรภาพไม่สามารถแลกได้ด้วยเงิน เงินคือสิ่งที่จะทำลายมิตรภาพ....."  "เราจะมีอะไรตอบแทน ชาวโลกเขามักตอบแทนกันด้วยเงิน....." หลายความคิดที่ผุดขึ้นหักล้างกันและกัน แต่แล้ว ผมจึงตัดสินใจยื่นเงินให้ อ.เอก "ผมและเพื่อนขอสมทบเพื่อเป็นกองทุนในการบริการเพื่อนผู้มาเยือนอื่นๆ......"

   อ.ไฉน เข้าไปคุกเข่ากราบบนขาแม่ ผมคุมเข่าห่างประมาณ ๒ ศอก ก่อนแสดงความเคารพ อ.ปิ๊ง เข้าไปแสดงความเคารพ แต่ก็ไม่ลืมที่จะหยอกเย้าแม่ อ.เบียร์อยู่ที่รถ ด้านล่างหน้าบ้าน จึงแสดงความเคารพข้างนอก แม่ให้พรกับพวกเราพอสมควร ผมทราบมาว่า แม่ชอบสวดมนต์ ชอบนั่งภาวนา ผมตั้งใจว่า จะบอกกับแม่ว่า ขออานิสงส์นั้นให้กับผมบ้าง ขอให้ผมได้มีจิตใจโน้มไปเพื่อการภาวนาบ้าง มิใช่มุ่งแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้จนลืมภาวนาไป แต่ผมก็ไม่กล้าพูด ได้แต่คิดในใจด้วยความเคารพ"

   อ.เอก ชักชวนพวกเรามาถ่ายรูปคู่หน้าบ้านกันทีละคน ก่อนที่พวกเราสี่คนจะเข้าไปในรถ ผมไม่ลืมที่จะหันกลับไปไหว้แม่ที่นั่งอยู่หน้าบ้านอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าไปข้างใน เมื่อเข้าไปนั่งพร้อมกันเรียบร้อย อ.เบียร์สตาร์ทรถ ผมบอกเพื่อนว่า "อ.เอกไม่รับเงิน" "ทำไมล่ะ" นั่นคือคำถามจากเพื่อนในรถ.......

   สังคมของโลกภายนอก เมื่อเราไปที่ไหน ติดต่อเรื่องอะไร เงินคือเครื่องมือทำให้ใจเรากระด้าง "ค่าธรรมเนียม" คืออะไร ค่าธรรมเนียมการทำบัตรประชาชน ค่าธรรมเนียมการรังวัดที่ดิน ค่าธรรมเนียมโน้นนี้ คุณค่าของคนมันหายไปเพราะเงินนี่เอง "ผมไม่ได้มีเจตนาเพื่อดูถูกน้ำใจของมิตรภาพที่ดี"

   อ.เอก ได้สละเวลาที่จำเป็นของชีวิตจำนวนหนึ่งมาเพื่อบริการพวกเรา ๔ คน แม่ทำกับข้าวให้ น้องชายคอยดูแลในบางส่วน พวกเรารบกวนท่าน ขอกราบขอบพระคุณคุณแม่เป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณ อ.เอก ที่เอาใจใส่พวกเราในทุกๆเรื่อง ขอบคุณน้องชาย

   วันนี้ ผมกลับมาถึงที่ทำงานแล้ว เมื่อคืนก่อนขึ้นรถที่เชียงใหม่ ภรรยาผมโทรมาบอกว่า หมอให้น้ำเกลือเธออยู่ที่โรงพยาบาล แม่และแม่เฒ่า ผลัดเปลี่ยนกันมาดูแล เธอไม่อยากบอกผมตั้งแต่วันที่ผมเดินทางไปปายว่าเธอไม่ค่อยสบาย เกรงว่าจะทำให้ผมกังวล .............

   คงต้องเดินทางไปสงขลาก่อนกำหนดที่ตั้งไว้แล้ว....