สมัยเด็กๆ ที่พ่อผมได้มอบหมายให้ผมเป็น Buffalo boy (เด็กเลี้ยงควาย) นั้น หลังจากปล่อยควายลงทุ่ง ผมก็จะไปเข้ากลุ่มเพื่อน ที่ชอบไปขุดดินเหนียวริมฝั่งคลองมาปั้นควายชนกันกับเพื่อนๆ แบบไม่มีเดิมพันอะไร มีแต่สนุก และภูมิใจที่ทำของเล่นเอง ไม่ต้องซื้อหาที่ไหน เขาควายของใครหักก่อนถือว่าแพ้ ผู้ชนะ ก็ไปสู้กับควายดินเหนียวตัวอื่นๆต่อไป จนกว่าจะเหลือตัวสุดท้าย จึงจะถือเป็นผู้ชนะในรอบนั้นๆ
ทุกคนพยามคนหาวิธีว่าทำอย่างไรจะชนะ ทั้ง
- แหล่งดินเหนียว
- ส่วนผสม
- วิธีการปั้น
- วิธีการทำให้แห้งได้ทันเข้าสนามแข่ง รอบเช้าและรอบบ่าย
รอบเช้า ก่อนพักกินข้าวตอนเพล (สมัยก่อนใช้ฟังเสียงกลองเพล เป็นหมายเวลาพักกลางวัน) และ รอบบ่าย ก่อนกลับบ้าน
ผมได้ลองใช้วิธีเอาใยไม้เสริมเขาควาย ก็ได้ผล และเป็นความภาคภูมิใจของผมในสมัยนั้น ทั้ง ปั้นของเล่นเอง และ หาวิธีทำให้ของเล่นที่ทำมีคุณภาพดีกว่าของเพื่อนคนอื่น จน “ชนะ” การชนควายดินเหนียว ในสนามชนควาย “ใต้ร่มมะขามใหญ่” กลางทุ่งนา ได้สำเร็จ
สมัยเริ่มทำงานเป็นอาจารย์ ที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่นใหม่ๆ ผมภูมิใจมาก ที่มีเงินเดือนมาซื้ออาหารและของใช้เอง โดยไม่ต้องลุ้นขอจากพี่ ที่ไม่รู้จะได้หรือเปล่า และไม่เคยคิดว่าจะขอจากพ่อแม่ เพราะผมรู้ว่าท่านแทบไม่มีเงินติดตัว
และแม่ของผมเปรยให้ลูกทุกคนรับรู้ว่า ไม่มีเงิน “วันนี้ ถ้ามีใครเอาช้างมาขายตัวละบาท แม่ก็ไม่มีเงินซื้อ” ที่เป็นที่รับรู้กันในครอบครัวว่าเราลำบากกันขนาดไหน
เมื่อผมเริ่มมาทำนาเอง ปลูกกล้วย จับปลากินเอง ผมภูมิใจมากที่ช่วยเหลือตัวเองได้ โดยไม่ต้องไปรอผลผลิตจากตลาดตลอดเวลา
ข้าวกล้อง "หอมมะลิ" แดง (สายพันธุ์ต้านมะเร็ง) ที่ปลูกในระบบ ไม่ดำ ไม่ไถ ไม่หว่าน ไม่เกี่ยว
หุงด้วยเทคนิคพิเศษ "ใช้น้ำมากๆ" นุ่มเหมือนข้าวสารธรรมดา
ปลาที่จับในร่องน้ำ "หนองปลาข้อน" หลังนา นำมาใส่เกลือ ตากแห้ง ทอดกรอบ ทานได้ทั้งตัว
ป่นปลา (น้ำพริกปลา) ทานกับผักชี เก็บจากที่นา
แกงพริก "ปลาข้อน" แบบปักษ์ใต้
การปลูกเองจนได้ผลผลิตมาเลี้ยงครอบครัว เป็นความภาคภูมิใจของความเป็น “พ่อ” ที่หาอาหารให้ครอบครัวและลูกได้ โดยไม่ต้องรอส่วนบุญจากใคร
ทำให้ผมรู้จัก คำนิยาม ของคำว่า “พ่อ” ขึ้นมาอีกมุมหนึ่ง
วันนี้ผมปลูกข้าวกินเอง ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองแบบ ๑๐๐% ไม่ต้องพึ่งใคร
หรือต้องไปง้อจ้างแรงงานภายนอกแต่อย่างใด
“ไม่ไถ ไม่ดำ ไม่หว่าน ไม่เกี่ยว” แต่มีข้าวที่มีคุณภาพสูงรับประทาน แบบ
ไม่ต้องกังวลกับสารพิษ
ไม่ทำลายทรัพยากร
ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ดูแลพระแม่ธรณี
คุ้มครองพระแม่โพสพ พระแม่คงคา และ
กำลังจะสร้างที่อยู่ให้กับเจ้าที่ เทพาอารักษ์
วันนี้ผมได้ทานข้าวกล้อง (หอมมะลิแดง อินทรีย์ High anti-oxidant variant) กับแกงปลาตัวเล็กๆ จากหนองปลาข้อน อย่างมีความสุข และภูมิใจจริงๆ กับสิ่งเล็กๆ ในชีวิตผมครับ
ใครไม่เชื่อ ลองทำดูซิครับ
แล้วท่านจะเข้าใจและซึ้ง ว่า ทำไมผมจึงภูมิใจกับแค่ “ข้าว ๑ จาน แกงปลาสารพัดชนิด ๒ -๓ อย่าง”
ผมอยากหาเพื่อนร่วมความภูมิใจ ในการทำเอง ปลูกเอง เก็บเอง ทานเอง มั่นใจ ๑๐๐% นะครับ
ขอบคุณครับ




สวัสดีค่ะ ท่าน ดร.แสวง
โชคดีปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง และตลอดไปนะคะ
ครูบาครับ
ที่ผมชวนนี่ ไม่ได้ชวนกิน แต่ชวนกันมาทำกินเอง จึงจะภาคภูมิใจ อย่างที่ผมภาคภูมิใจตอนนี้ ไม่ใช่เพราะคนอื่นทำให้กิน แต่ผมทำเอง กินเอง มันภาคภูมิใจคนละอย่างกันครับ
ถ้าจะชวนมากิน ก็เท่ากับกินของคนอื่นทำ มันจะไม่ได้ความภาคภูมิใจอย่างที่ผมได้รับอยู่ แต่ถ้าใครสนใจผมเต็มที่อยู่แล้ว กลัวแต่จะไม่กล้ามากินครับ
วันที่ 8 ม.ค ผมอยู่ที่ไหนก็ได้ แล้วแต่ครูบาสั่ง
ด้วยความเคารพอย่างสูง ควรมิควรแล้วแต่จะกรุณาครับ
สวัสดีครับท่านอาจารย์ ดร.แสวง
มาแอบค้อน กินไม่เรียกอีกคนค่ะ อิอิ
ว่าแต่ว่า ยามนี้กล้วยบ้านน้องน้อยหน่าสุกหรือยังหนอ
อิอิ กลายเป็นตลกบริโภค อีกแล้วเรา
อิอิ มาเห็นด้วยกับพ่อครูบากินไม่เรียกอีกแล้ว เหอๆ ชอบข้าวกล้องสีสวยมากๆๆๆๆ นั่งอ่านอยู่หลายรอบค่ะ ขำตั้งแต่ แรกที่พ่อตั้งชื่อให้ และเพิ่งเข้าใจเองที่เขาตั้งชื่อให้เพราะ ปั้นควาย แล้วเอาไปแข่งชนะ
ราณีก็เล่นลูกแก้วแข่งกับเพื่อนผู้ชายบ่อย ๆ ค่ะ อิอิ.
น่าภูมิใจนะครับ
คำถามมุมกลับคือ ทำไมเกษตรกรจึงไม่ภูมิใจอย่างที่เราภูมิใจ กลับไปเน้นการพึ่งคนอื่นให้เสียศักดิ์ศรี
ที่ก็มี เวลาก็มี ความรู้ก็มี น้ำก็มี
หรือว่าการพึ่งคนอื่นมันเป็นศักด์ศรี
คิดแล้วงง ครับ
ใครคิดออกบอกทีครับ
ขอบคุณครับ
แต่
ผมก็ยังไม่ได้คำตอบว่าทำไมชาวบ้านจึงไม่ภูมิใจในอาหารที่ผลิตเอง
มันเสียศักดิ์ศรีมากเลยหรือไงครับ ถ้าจะต้องทำเอง
คนสายสังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ มีคำตอบไหมครับ
คนไทย มีนิสัยที่แปลกอย่าง คือ ไม่ค่อยจะชื่นชมฝีมือ หรือผลงานที่เป็นของคนไทยเอง
ควรมีการปรับวิธีคิดใหม่ เพราะขณะนี้ ยุคโลกาภิวัฒน์ ไปไกลสุดกู่แล้ว
สังคมไทยเปลี่ยนไปมาก ถูกคุกคามทางวัฒนธรรมไทย ทำให้คนไทยปรับเปลี่ยนตามสังคมนิยม และลืมนึกไปว่า จริงๆ แล้ว คนไทยมีอะไรดีเยอะ มีที่ทำกิน มีนา มีน้ำ มีแหล่งท่องเที่ยว มีทุกอย่างที่ประเทศอื่นๆ หลายประเทศไม่มี
คงต้องปลูกฝังค่านิยมที่ถูก บ่มเพราะลูกหลานที่เป็นคนรุ่นใหม่ให้รู้สึกหวงแหนถิ่นเกิด สร้างและรวมพลังให้คนในชุมชนเข้มแข็ง ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว สุดท้าย คนรุ่นเก่า ก็ปรับวิธีคิดตามคนรุ่นใหม่ และที่สำคัญ ควรให้คนรุ่นเก่าได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาแก่ลูกหลาน เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ อย่างน้อย เกษตรกรทั้งหลายจะรู้สึกว่า ตนเองมีคุณค่าต่อสังคมในยุคนี้
เรามาร่วมกันช่วยสนับสนุน เสริมสร้าง และช่วยให้คนท้องถิ่นมีความภูมิใจ 1 หมู่บ้าน 1 ตำบล แล้วก็ขยาย…ไปเรื่อยๆ น่าจะดีไม่น้อย
สวัสดีปีใหม่นะค่ะอาจารย์
ครับ
ขอบคุณมากครับ
ตอนนี้งานผยุ่งมากจริงๆ ครับ วันหลังจะคุยนะครับ
เรียน อ.แสวง รวยสูงเนิน
หนูขอสมัครเป็นสมาชิก gotoknow ด้วยคนเพราะอ่านแล้วเพลินดี หนูเรียน โท กับอาจารย์วิชา การวางแผนการใช้ที่ดิน เรียนตามตรงเลยว่าไม่รู้ไม่เข้าใจที่อาจารย์สอน เพราะเวลาอาจารย์สอนมันเหมือนยื่นลายแทงขุมทรัพย์ของมหามังนอรทา งมจนจบเทอมก็ยังไม่เข้าใจ concept ของวิชานี้จนมาเรียนวิชาวนเกษตร ค่อยรู้แนวคิดของอาจารย์ขึ้นมาบ้าง จนมาถึงวันนี้ไม่รู้อะไรมาดลใจให้พิมพ์ชื่ออาจารย์ลง กูเกิล แล้วก็เลือกคลิกที่ เวปของgotoknow เลยได้รู้จักอาจารย์มากขึ้น อ่านเรื่องความภูมิใจเล็กๆของอาจารย์ก็ยิ่งทำให้เข้าใจในความเป็นตัวตนของอาจารย์ยิ่งขึ้น คนบางคนเราใช้เวลาทั้งปีทั้งเดือนไม่สามารถอ่านเขาได้ว่า ตัวตนที่แท้จริงเขาเป็นอย่าง ไร พอได้แอบอ่านบันทึกเล็กๆน้อยๆ ทำให้เราได้เห็นแง่มุมบางมุมที่เราไม่เคยเห็น เราทุกคน ล้วนเป็นเพื่อนเกิดแก่ เจ็บตาย ร่วมสังสารวัฎ จะเอาอะไรกับความไม่ชอบใจเพียงหนสองหน บางคนเราเข้าใจว่าเขาเป็นคนไม่ปกติ แต่แท้ที่จริงไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ไม่ปกติ ในโลกที่ผู้คนถูกอวิชชาบิดบังความจริง กว่าจะรู้ว่าจริงๆแล้วคืออะไรก็เวียนว่ายตายเกิดนับชาติไม่ถ้วน กว่าจะเจอพระสัทธรรมต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกนานแค่ไหน อาจารย์ค่ะยินดีมากที่กรรมอันใดก็ไม่อาจรู้ ดลบันดาลให้หนูได้รู้จักอาจารย์อีกแง่มุมหนึ่ง
ความจริงคือสิ่งที่พูดได้ตลอดกาลครับ
ไปคิดต่อเองครับ