• สวัสดีครับอาจารย์แสวง
  • เห็นด้วยอย่างมากเลยครับที่ว่าปัจจุบันเกษตรกรบ้านเรา "ที่ดินก็มี" "เวลาก็มี" แต่ก็ยังหลงจะเข้าระบบมนุษย์สายพาน ฯลฯ
  • ตอนนี้หากจะกลับตัว  ผมคิดว่าส่วนมากยังทัน  แต่หากให้สายไปกว่านี้  ถลำลึกเข้าไปมากๆ แล้วจะกลับตัวลำบากมาก เพราะหนี้สินจะมากจนศักยภาพการผลิตจะไม่สามารถใช้นี้ได้
  • สุดท้ายก็ต้องสูญเสียที่ดินอย่างแน่นอน
  • คงต้องกระตุกให้ชาวบ้านรู้ตัว รู้ตนจริงๆ ไม่หลอกๆ ขายฝันเหมือนนัก.....บ้านเราเขาทำกัน โดยคิดและทำร่วมกัน/ไปในทิศทางเดียวกัน ฯลฯ อีกมากมาย
  • โดยเฉพาะตัวชาวบ้านเองต้องเปลี่ยนในหลายๆ อย่างทั้งวิธีคิดวิธีการปฏิบัติชนิดที่เขาว่าเป็นคนบ้าไปเลย นั่นแหละถึงจะหลุดพ้นตรงจุดนี้ได้ เพราะอย่างไรแล้วก็อยู่ที่การกระทำ-การดำเนินชีวิตของชาวบ้านเองเสียเป็นส่วนใหญ่  คนอื่นเป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น  หากชาวบ้านไม่เปลี่ยนเองเราก็คงทำอะไรได้ไม่มาก
  • ผมไปคุยกับชาวบ้านหรือเกษตรกรที่ไหนมักจะพูดอยู่เสมอว่า เรายังโชคดีที่ยังมีบ้านมีที่ดิน มีทรัพยากรที่สามารถพึ่งพาได้  และเป็นเจ้าของกิจการ (การเกษตร) อาชีพอื่นเขาเป็นเพียงลูกจ้างกินเงินเดือนไม่ทำก็ไม่ได้ เราต้องพอเพียงในบริบทของเราอย่างหลงไปตามเขา
  • หลายอย่างในเบื้องต้นที่ชาวบ้านปรับได้ทันที เช่น  การลดอบายมุขต่างๆ   หันกลับมาพึ่งพาตนเองทางด้านอาหารให้ได้มากที่สุด  หยุดการทำตัวตามกระแสที่เขาเรียกกันว่า "คนทันสมัย"   หันกลับมาใช้แรงงานในไร่นาหรือพึ่งพาตนเองให้มากที่สุดในกระบวนการผลิตเท่าที่จะทำได้ (นาในเขตชลประทานชาวนาจะเป็นผู้จัดการ ซื้อและจ้างไปหมดทุกอย่าง แม้แต่อาหารเลี้ยงแขกในนาข้าวก็ยังใช้โทรศัพท์โทรสั่งข้าวกล่อง)  กินข้าวของตัวเองที่ปลูก(ในบางพื้นที่ขายข้าวเปลือกแต่ซื้อข้าวสาร)  จิตใจต้องไม่ร้อนรนและตั้งความหวังว่าจะรวยเพียงอย่างเดียว    ต้องกลับมาทบทวนตนเองแล้วร่วมกันในชุมชนหาแนวทางปรับปรุงตนเองและวิถีต่างๆ ด้วยการพึ่งพาตนเอง หวังพึ่งคนอื่นให้น้อยที่สุดแม้แต่ที่บอกว่าจะมาปลดหนี้สินให้
  • ฯลฯ
  • แลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ