
เคยได้ยินได้ฟัง...คำคม สุภาษิตว่า...คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล
หมายถึง การแนะนำให้เลือกคบคน ที่จะนำพาไปสู่จุดหมายที่ต่างกัน
คำพูดนี้ มักจะเป็นเหมือนคำซ้ำเติม หรือ คำเยินยอ เมื่อถึงปลายทางแล้ว
หากพบกับความหายนะ ก็จะสรุปว่า...เป็นเพราะคบคนพาล
แต่หากปลายทางพบกับความสำเร็จ ก็จะสรุปว่า..เป็นเพราะคบกับบัณฑิต อย่างนี้เป็นต้น
แต่ยุคนี้ สมัยนี้
หรือว่า เพราะการที่ก้าวขึ้นมายืนที่สูงขึ้น ...ทั้งๆที่รู้ว่า เขาเป็นคนไม่ดี ในสังคมไม่ได้ยอมรับ จะจัดว่า เขาอยู่ในพวกคนพาล ก็ได้ ใครล่ะ เป็นผู้กำหนดว่า เขาเป็นพวกคนพาล
อะไรมาขีดเส้นให้รู้ว่า..คนพาล หรือบัณฑิต การศึกษา หรือ ความประพฤติ
การศึกษา ยังพอรู้ว่า เรียนจบอะไรมา หากอยากรู้จริงๆ ก็ค้นหาความจริงได้
แต่คนพาลนี้ซิ จะรู้ได้อย่างไร ว่าเขาเป็นคนพาล
คนติดคุก ถูกตัดสินลงโทษ....เพราะความหลงผิด ทั้งๆที่เขาเป็นคนดีก็มี
คนดีในสังคมที่ได้รับการยกย่องว่า...มีการศึกษา..แต่.....สุดท้ายก็ออกลายของความเลวก็มี
อะไรล่ะ ที่จะมาเป็นเครื่องกำหนดให้รู้ว่า...น่าคบ น่านับว่าเป็นเพื่อนตาย..
ข้อความข้างล่างนี้ ใช้ได้ไหมว่า...
ความจริงใจ หากมีความจริงใจ คนพาลนั้นก็น่าคบ ใช่หรือไม่ และหากบัณฑิตนั้น ไม่ได้มีความจริงใจให้เรา เราไม่คบก็ได้..จะแตกต่างกันไหม
|
* คำคมน่าคิด
* การคบคน จะว่าเขาดีหรือไม่นั้น คงต้องใช้สติและความจริงใจ ประกอบกับระยะเวลาที่จะพิสูจน์อะไรได้หลายๆอย่าง
* ที่สำคัญอย่ามองเขาเพียงฝ่ายเดียวเราเองก็ต้องเป็นบุคคลที่น่าคบด้วย
* ชอบอ่านข้อคิดของครูอ้อยมากค่ะ ติดตามอ่านเสมอ
* มีโอกาสจะแวะเข้ามาคุยด้วยอีกนะคะ
สวัสดีครับ ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ ผมว่าในเรื่องของคนพาล หรือ บัณฑิต ผมมองด้วยสองมุมมองครับ คือ มุมมองในทางโลก และ มุมมองในทางธรรม ซึ่งทั้ง คนพาล และ บัณฑิต อาจจะเป็นคนละคนกันเลยก็ได้ ระหว่างทางโลกและทางธรรม เช่น นาย ก ในทางโลก คนในองค์กรอาจมองว่าเป็นคนพาล เพราะนายไม่ชอบ แต่แท้ที่จริงแล้ว ในทางธรรม นาย ก เป็นบัณฑิต เพราะเป็นคนทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม ในทางตรงกันข้าม นาย ข ในทางโลก คนในองค์กรอาจมองว่าเป็นบัณฑิต เพราะการทำงานมีความก้าวหน้าในชีวิตราชการ เป็นที่ถูกใจนาย แต่ในขณะเดียวกัน ในทางธรรม นาย ข อาจเป็นคนพาล เพราะที่ทำงานเพียงเพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์ โดยไม่ใส่ใจประโยชน์ส่วนรวม ที่นี้ถ้าแยกประเด็นดังกล่าวได้ชัดเจนแล้ว ในทางธรรม ก็ต้องถือคติที่ว่า คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล จริงแท้แน่นอนล้านเปอร์เซนต์ครับ ที่นี้ในทางโลก เรื่องพาล เรื่องบัณฑิต มันไม่ชัดเจนครับ บางครั้งก็คงต้องถือคติ คบคนพาล จริงใจ ก็ไม่ผิด คบบัณฑิต ไม่จริงใจ ก็ไร้ผล อย่างที่อาจารย์ว่ามานั่นแหละครับ…ขอบคุณครับ
คิดถึงครูอ้อยทุกวันค่ะ..
สวัสดีค่ะ..ครูอ้อย
ครูอ้อยขา..มาพบครูอ้อยแบบแปลก ๆ อีกแล้ว
พิมพ์ ๕ บรรทัดค่ะ..แต่มาบรรทัดสุดท้ายบรรทัดเดียว.. เฮ้อ..สักวันเราคงเก่งเน๊อะ..
..คมมากค่ะ..บาดลึกเชียว..กระตุกความรู้สึกได้ชะงัด..
เห็นด้วยกับท่านทั้ง ๓ ข้างบนค่ะ..มองหลายมุม
คิดถึงครูอ้อยทุกวัน..อีกแล้ว..ค่ะ
สวัสดีค่ะท่าน....ทนัน ภิวงศ์งาม
ขอบคุณค่ะท่าน โชคดีตลอดไปเช่นกันค่ะ
สวัสดีค่ะ.... Kunnid
ขอบคุณค่ะ มาคุยกับครูอ้อยบ่อยๆนะคะ
ขอให้มีความสุขและโชคดีตลอดไปค่ะ
สวัสดีค่ะท่าน ผอ...small man
ขอบคุณค่ะท่าน ผอ.
สวัสดีค่ะน้อง...วัชราภรณ์ วัตรสุข
คิดถึงเหมือนกันค่ะ
สวัสดีค่ะน้อง.... pa_daeng
สวัสดีค่ะน้องกาแฟ...coffee_mania
ขอบคุณมากค่ะ เจ้าหอยโข่งนอนหรือยังเอ่ย
พออ่านของครูอ้อยแล้วยิ้มให้กับสิ่งที่ครูอ้อยเขียน(อีกครั้ง) แต่ยิ้มเจื่อนๆให้กับตัวเองค่ะ เราเปนคนจริงใจ จริงจัง (ในเรื่องที่ควรจริงจังน่ะค่ะ ไม่ถึงกับทุกเรื่องเสมอไป) ไม่มักเจอแต่คนไม่จริงใจ เล่นๆกับของที่ไม่น่าเล่นด้วย อย่างเรื่องของความรู้สึกของคนอื่น เศร้าเลยนะคะพอพูดยังงี้ โดยเฉพาะปันหาที่มักมีกับวัยรุ่นไทยสมัยนี้ล่ะ -*- ความรักนี่ล่ะ เล่นๆ กับความรู้สึกคนอื่นดีนัก ลองเจอกับตัวสิ จะขำๆ จะชิลๆ กันออกไม๊..... เฮ้อ ของแบบนี้ผักบุ้งได้แต่เหนื่อยใจแต่ก็เป็นแบบนี้ล่ะ แบบของตัวเราต่อไปเรื่อยๆ ใครจะมองว่าเราซีเรียสเกินเหตุก็ช่าง (จริงๆแล้วบุ้งไม่ได้ซีเรียสเกินเหตุนะ พวกเค้าแหละ เล่นๆกันเกินเหตุ) ถ้าเราอยากได้ความจริงใจ เราก็ต้องให้ความจริงใจต่อไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอเอง^__________^
เกิดมาแล้ว กี่วัน กี่เดือน กี่ปี ใช้เวลาตั้งเท่าไหร่ ในการค่อยๆทำตัวเราให้เป็นตัวเรา อย่าเพิ่งเอาตัวเราไปผูก หรือยึดติดกับใคร ให้เขาทำลายเราง่ายๆ หากว่าเรายังไม่สามารถรู้ได้ว่าเค้าดีจริง คิดดูสิว่าเวลาในการสร้างตัวเราเป้นตัวเรามันตั้งเท่าไหร่ กับอีแค่ช่วงเวลาที่เค้าผ่านมาและอาจจะผ่านไปแค่วูบเดียว เราโดนเค้าทำลายในช่วงเวลาสั้นๆ คุ้มกันไหม......
เลยกลายเปนว่ามาเขียนบทความในบล็อกครูอ้อยแทน - -“ พิมผิดไปบ้างก็โปรดให้อภัย กำลังเล่นmอยู่ค่ะ เลยเผลอใช้ภาษาแชทไปบ้าง เรวจนรวนบ้าง- ขอโต๊ดด้วย งิงิ
สวัสดีอีกครั้งค่ะ น้องผักบุ้ง...ตุ้งแช่
สวัสดีครับ ครูอ้อย..ฝ่ายชอบค้านมาแล้ว
ความหมายตามพจนานุกรม ในกรณีนี้
คบ หมายถึง เข้าเป็นพวกกัน
พาล หมายถึง คนชั่วร้าย คนเกเร
บัณฑิต หมายถึง ผู้มีปัญญา นักปราชญ์
นั่นหมายถึง
เมื่อเข้าเป็นพวกกันกับคนดีก็ต้องนำสิ่งดีๆ มาให้
ตรงกันข้ามเมื่อเข้าเป็นพวกกันกับคนไม่ดีก็ต้องนำมาซึ่งสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ
จริงใจหรือไม่จริงใจก็ให้ดูความหมายของคำว่าคบ ไม่ต้องเบี่ยงประเด่น ไม่ต้องนิยามความหมายใหม่ พจนานุกรมมีไว้ทำไม
คนเราเต็มไปด้วยความประมาท ประมาทในสติปัญญา ความรู้ ความดี ฯลฯ
สวัสดีค่ะน้องชาย...เอกชน
อูย...ปวดศีรษะจัง...เคยได้ยิน การนิยามศัพท์เฉพาะไหมล่ะ..เอิกเอิ๊ก
คนพาล หมายถึงคนที่มืดบอดจากคุณธรรม คนชั่ว จะหาความจริงใจไม่มีในคนพาล
อย่างไรก็ไม่ควรคบหา ส่วนบัณฑิต ก็มิได้หมายเอาคนจบปริญญา แต่หมายเอาผู้มีคุณธรรม รู้เหตุ รู้ผล รู้ตน รู้กาล รู้ประมาณ รู้ชุมชน รู้บุคคล ฯ ดังนั้นอย่าพยายามแปลงเลยมันจะผิดฯ...
นมัสการพระคุณเจ้า... พระอธิป
พระคุรเจ้าตอบครูอ้อยก่อน ให้เข้าใจกัน จะได้ ลบบันทึกนี้ทิ้งเลยเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ