เป็นโจทย์ที่เราไม่อาจนิ่งดูดาย และไม่อาจหวังและรออัศวินขี่ม้าขาวคนใหม่ แม้ว่าเราอาจจะขี่ม้าไม่เป็น คงต้องตะกายขึ้นแล้วครับ เดี๋ยวจะสายเกินไป แม้ว่าอาจจะเสี่ยงตกม้า (ตาย) ก็ตาม

เริ่มจากบันทึก ที่นี่ไม่มีครู  ต่อเนื่องมาเป็น

เกี่ยวกับ Islamic Educationตอนที่ 1  ตอนที่ 2 และ 3  และวันนี้ที่มานั่งเขียนตอนที่ 4 ก็มาคิดทบทวนวิธีเขียนบันทึกว่าจะเขียนยังไงดี ซึ่งโดยทั่วไปจะเริ่มเขียนจากนิยามแล้วไล่ไปเรื่อยทีละขั้น input  process และ output  ซึ่งนั่นน่าจะไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการเขียนบันทึก จะกลายเป็นเขียนหนังสือ ตำราไป และการเขียนบันทึกแบบนั้นก็อาจจะน่าเบื่อ

จึงคิดว่า น่าจะเริ่มเขียนจากปัจจุบันดีกว่า เพราะเหตุที่ "เรา" ทุกคนต่างก็เป็น "ผลิตผลหนึ่ง" ของระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าเราจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม แต่ระบบการศึกษาที่เราได้รับมานั้นได้ให้"สิ่งต่างๆ" ที่เราใช้มันในชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งคงต้องยอมรับครับว่าโดยส่วนใหญ่เราต่างได้รับอิทธิพลจากซีกโลกตะวันตก แต่ก็น่าดีใจที่หลายๆท่านในประเทศนี้แม้จะได้รับการศึกษาแบบตะวันตกแต่ก็ได้พยายามริเริ่มคิด ค้นคว้าศึกษา วิจัย เพื่อนำเอาคุณค่าของวัฒนธรรมตะวันออกมาใช้ในการศึกษา อาทิ พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) อาจารย์สาโรช บัวศรี อาจารย์สุมน อมรวิวัฒน์ และท่านอื่นๆอีกหลายท่าน ทั้งนี้และทั้งนั้นด้วยเหตุที่เห็นว่าคุณค่าของวัฒนธรรมตะวันออกมีความสอดคล้องเหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนไทยที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธมากกว่าวัฒนธรรมตะวันตกที่ ณ ปัจจุบันได้เข้ามา "เปลี่ยนวิถีชีวิต" ของนักเรียนนักศึกษาที่ทำให้ผู้ใหญ่จำนวนมากในปัจจุบันต้องทอดถอนใจ และปริวิตกกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับลูกหลานต่อหน้าต่อตา

ในฐานะ"มุสลิม" คนหนึ่งซึ่ง "อิสลาม" คือวิถีที่ครอบคลุมมิติด้านต่างๆของชีวิต และรวมถึงพี่น้องร่วมศรัทธาของผมอีกจำนวนมากก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างมากนักกับ "ผู้ใหญ่" ท่านอื่นๆในประเทศนี้ ต่อคน"รุ่นใหม่" ที่นับวันจะแปลกแยกออกไปจาก "วัฒนธรรมอันดีงาม" และกลับไปใช้ชีวิตที่ "นำเข้ามาจากตะวันตก" ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ทั้งๆที่การศึกษา ที่นำเด็กรุ่นใหม่เหล่านั้นเข้าไป ล้วนอยู่ในการดูแลของเราในปัจจุบัน แต่น่าแปลกนะครับ"ผลผลิต" ที่ออกมากลับไม่เป็นดั่งที่เราต้องการ มันเกิดอะไรขึ้นหรือ???

เป็นโจทย์ที่เราไม่อาจนิ่งดูดาย และไม่อาจหวังและรออัศวินขี่ม้าขาวคนใหม่ แม้ว่าเราอาจจะขี่ม้าไม่เป็น คงต้องตะกายขึ้นแล้วครับ เดี๋ยวจะสายเกินไป แม้ว่าอาจจะเสี่ยงตกม้า (ตาย) ก็ตาม