"กษัตริย์นักพัฒนา"
มหาราชผู้เป็นกำลังแห่งแผ่นดินไทย
<h4>
นับตั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงขึ้นครองราชสมบัติ วันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙และทรงมีปฐมบรมราชโองการไว้ประดุจคำมั่นสัญญาแก่พสกนิกรทั่วหล้าว่า
</h4><h3>"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม"</h3><h4>นับตั้งแต่นั้นมาจวบจนบัดนี้ พระองค์ทรงครองราชย์ยาวนานกว่ากษัตริย์ใดในโลก คือรองราชย์นานถึง ๖๐ ปี พระองค์ได้ทรงพิสูจน์คำมั่นสัญญาในกาลปฐมนั้นแล้วว่า ทรงปฏิบัติตามสัญญาอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด ด้วยโครงการกว่า ๓,๐๐๐ โครงการ พระองค์จึงทรงได้รับความเคารพเทิดทูนยิ่งจากพสกนิกรเสมือนหนึ่ง "พ่อของแผ่นดิน" ทรงกลายเป็นบุคคลอันเป็นที่รักและเป็นแรงบันดาลใจของมวลเหล่ากษัตริย์และผู้นำประเทศต่างๆทั่วโลก </h4><h4>
ในโอกาสแห่งกาลจำเริญพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษาในวันที่ ๕ ธันวาคมพุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้ คนไทยทุกหมู่เหล่า พร้อมพรั่งกษัตริย์ราชวงศ์ต่างๆและบุคคลสำคัญๆ ของนานาประเทศ จึงได้พร้อมกันถวายพระพรและแสดงความจงรักภักดีอย่างยิ่งใหญ่หลากหลายกิจกรรม ทำให้คนไทยได้มีความสุขอีกครั้งในช่วงเดือนธันวาคม ศกนี้
</h4><h4>
เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ในเวลา ๑๖.๓๐ น.ของวันอังคารที่ ๔ ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคล ๗๘๐ คณะ จำนวน ๒๓,๖๙๖ คนเข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล ซึ่ง ภายหลังที่พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูล ถวายพระพรชัยมงคลในนามของคณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานกระแสพระราชดำรัสตอบซึ่งทรงพระราชทานไว้ทุกปีต่อเนื่อง ปีนี้จึงขออัญเชิญพระราชดำรัสมาให้ทุกท่านได้อ่านอีกครั้งเพื่อเป็นสิริมงคลเป็นแนวทางปฏิบัติของท่านสืบไป
</h4><p> "ขอขอบใจนายกรัฐมนตรีที่ได้กล่าวคำอวยพรและขอขอบใจท่านทั้งหลายที่ได้มาเยี่ยมและมาให้พรทำให้มีกำลังใจความจริงการที่ท่านมานี่เป็นการให้กำลังใจ ที่บอกว่าดูแข็งแรง ดูมีอนามัยที่ดี ความจริงไม่ใช่ความดีของแพทย์ เป็นความดีของเรา ที่ตั้งใจให้แข็งแรงเพื่อที่จะต้อนรับท่านได้ถ้าไม่ได้ตั้งใจที่จะแข็งแรงที่จะต้อนรับท่านก็เดินมาต้อนรับท่านไม่ได้เพราะว่าเดินก็เดินขาล้ำไปข้างหน้าข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งล้ำไปข้างหลังไม่ค่อยยอมสามัคคี ต้องสามัคคี
แล้วก็ได้พูดเมื่อวานซืนนี้ว่า ทหารก็ตาม พลเรือนก็ตามต้องสามัคคีเหมือนขาของเราที่จะต้องเดินสามัคคีกันหมายความว่าก้าวไปข้างหน้าแล้วอีกข้างหนึ่งก็ยันข้างหลังและเมื่อยันข้างหลังเรียบร้อยแล้วก็ก้าวไปข้างหน้าอีกข้างหนึ่งอันนี้ก็สามารถเดินได้และไม่หกล้มซึ่งถ้าไม่สามัคคีก็บอกแล้วว่าประเทศจะประสบความหายนะไม่ใช่คำหายนะแต่ก็คล้าย ๆ กันว่าถ้าไม่สามัคคีกันไม่ปรองดองกันประเทศชาติล้ม ถ้าล้มก็ผลของการล้มนั้นมีหลายอย่างถ้าร่างกายก็ ร่างกายกระดูกหักและต้องเข้ารักษาที่รักษานาน ๆ ไม่มีสิ้นสุดถ้าไม่ระวังประเทศชาติก็ล่ม เมื่อล่มเราจะไปอยู่ที่ไหนคือล่ม ล่มก็หมายถึงว่าลงไปจม ล่มจมถ้าเราไม่ระวังประเทศชาติล่มจมเพราะว่าเมืองไทยก็ติดทะเลถ้าล่มไปล่มมาก็ลงทะเลและสมัยนี้เขาก็ขู่กันว่าน้ำทะเลจะขึ้น แล้วก็เพราะว่า อากาศมันร้อนแต่ทำไปทำมาก็ไม่ได้ร้อนจริง มาตั้งแต่ต้นธันวานี้ คนบ่นว่าอากาศเย็น อากาศหนาวก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครว่า ตอนนี้จะหนาวหรือจะร้อน
แต่ว่าคำว่าร้อนร้อนจริง ๆ คือ เดือน ร้อน เดือดร้อนมากกว่า ทุกคนที่มานั่งอยู่ที่นี่ก็จะเดือดร้อนภาษาไทยใช้คำว่าเดือดร้อน ร้อนแล้วเดือด น้ำเดือดมันร้อนอากาศร้อนก็อากาศทำให้เราไม่สบาย ถ้าไม่สบายแล้ว อยู่ไม่ค่อยได้ที่อากาศร้อนก็เพราะว่า เพราะว่าอากาศมันเจอความร้อนของพระอาทิตย์ซึ่งเมืองไทยก็ดีอยู่เหมือนกันว่าอากาศร้อนไม่ได้เย็น ไม่ได้เย็นเหมือนอเมริกาเดี๋ยวนี้ที่อเมริกากำลังเดือดร้อน เพราะอากาศเย็น อากาศเย็น หิมะตก มีซึ่งตามปกติไม่น่าจะตกอย่างนี้ แต่ว่าอเมริกากำลังร้อน เดือดร้อนในความเย็น
เมืองไทยนี้ก็มีความเดือดร้อนด้วยความเย็นเหมือนกัน แต่ว่าพูดว่าเดือดร้อนแล้วก็พูดถึงว่าเมืองไทย บ่นว่าเดือด ที่จริงไม่ได้เดือด แต่คนน่ะเดือดคนมันทำเดือด ทำให้คนเดือดร้อน แล้วเวลาเดือดร้อนเนี่ยมันไม่สบายน้ำเดือดมีประโยชน์ต้มไข่ได้ แต่ว่าถ้าเดือดเฉย ๆ ไม่มีประโยชน์ทำให้คนเดือดร้อนนี่สิ้นเปลืองเปล่า ๆ แล้วก็เมื่อคนทำให้เดือดร้อน ที่ว่าสิ้นเปลืองเปล่า ๆแล้วก็บ่นบ่นว่าประเทศลุกเป็นไฟ ก็ต้องระวังไม่ให้ลุกเป็นไฟ เพราะว่าจะทำให้ล่มจมล่มจมนี้ที่ต่างประเทศเขาบอกว่า เมืองไทยจะล่มจะจม ความจริงยังไม่ล่มแล้วก็ไม่จมแต่ถ้าไม่ระวังก็จะล่มจม
ฉะนั้น ก็จะต้องระมัดระวังทุกวันนี้ไม่ปรองดองกัน เมื่อไม่ปรองดองก็มีรู ก็จะล่มจะล่มจมลงไป ที่จริงพยายามจะอุดช่องไว้อย่างมาก เช่นน้ำจะท่วมก็ปิดกั้นไม่ให้น้ำท่วมแต่ที่เขาทำน้ำจะท่วมก็ต้องสูบน้ำออกไปใส่ในทะเล ทะเลก็มีน้ำมากเกินไปน้ำก็ล้นเข้ามาในผืนแผ่นดิน ประเทศชาติก็ล่มจมฉะนั้นการป้องกันไม่ให้ล่มจมจะต้องระวังไม่ให้น้ำขึ้นมากเกินไปซึ่งถ้าน้ำขึ้นมากเกินไปก็ต้องแก้ไข จะแก้ไขนี่มีหลายวิธีจะต้องทำเขื่อนแต่ว่าเขาด่ากันว่าถ้าทำเขื่อนเท่ากับประเทศก็จะจมจมในน้ำเพราะว่าตั้งเขื่อนน้ำก็ต้องขังไว้ แต่ว่าการขังน้ำโดยใช้เขื่อนนั้นมันมีหลายวิธีซึ่งบางทีไม่เข้าใจทำเขื่อนก็น้ำก็ท่วมแต่ถ้าหากว่าทำเขื่อนแล้วไม่ระวัง ไม่ได้บริหารเขื่อนนั้นให้ดี ก็อาจทำให้น้ำท่วมอย่างที่เคยพูดถึงเขื่อนป่าสัก
เขื่อนป่าสักนี้ถ้าไม่ได้ทำ ถ้าไม่ได้ทำก็จะเสียเงินเป็นพันล้านทุกปี แล้วก็เสียเงินอย่างนี้แล้ว ไม่ได้อะไรเลยเดี๋ยวนี้ที่ได้ทำป่าสักมาทุกปี มีผลดีคือ ทำการเกษตรกสิกรรมได้ผลแล้วเมื่อได้ผลแล้วก็ได้รายได้ถ้าไม่ได้ผลก็จะต้อง ก็จะต้อง นี่ก็น้ำท่วมทุ่งนี่อย่างนี้น้ำท่วมทุ่งเลย นี่เหมือนพ่อ พูดมาก ปู่พูดไม่มากเวลาพูดเค้าก็ว่าบาปพูดมาก หาว่าทำน้ำท่วมทุ่ง ไอ้น้ำท่วมทุ่งนี้มันไม่ดีเพราะว่าเวลาท่วมทุ่ง ไอ้ทุ่งนั้นน่ะทำอะไรไม่ได้ พืชผลต่าง ๆ ก็เน่าแล้วก็ถ้าพืชผลเน่าก็เท่ากับทำให้ทำลายพืชผลนั้น ซึ่งตามปกติพืชผลขึ้นมาสามารถที่จะขายได้ แต่พืชผลที่เน่าขายไม่ได้ พืชผลที่เน่าทำให้เสียหาย
แต่ที่ปลื้มใจที่ป่าสักนี้ น้ำท่วมมีบ้างแต่น้อยมาก คือว่าแต่ก่อนนี้ทุกปีก็เสียเงินเป็นพันล้าน สำหรับแก้ไขเรื่อย เรื่องน้ำท่วมเสียหายไปพันล้านนั้นน่ะไม่มีรายได้เลย มีแต่รายจ่าย ถ้ามีรายได้ก็ไม่เป็นไรน้ำท่วมที่ เวลามี มีน้ำท่วมขึ้นมาความจริงก็มีรายได้เพราะว่าอย่างเช่นข้าวถ้าไม่มีน้ำก็แห้ง แห้งผาดไม่มีผลแต่อย่างไรไม่มีผลอย่างนั้นยังงอกออกมาได้ ก็ยังมีข้าว ถ้าข้าวนั้นถูกท่วมและเน่าต้องเสียข้าวต้องเสียไม่ได้ผล มีแต่ทำเสียไม่มีทำได้ ฉะนั้นการที่ทำเขื่อนแล้วก็ไม่มีน้ำท่วมก็มีจ่ายเงินสำหรับค่าทำเขื่อนแล้วก็มีเสียหายเล็กน้อย จนถึงเดี๋ยวนี้เมืองไทยก็ มีรายได้ มากกว่ารายจ่ายแต่ว่าถ้าไม่ได้ทำโครง การป้องกันไม่ให้น้ำท่วมมีแต่รายจ่ายไม่มีรายได้อย่างนี้เราก็อยู่ไม่ได้
อันนี้พูดเป็นปริศนาว่าถ้าไม่มีรายได้ก็ไม่มีรายจ่ายคือว่าถ้าไม่มีรายได้ก็ไม่สามารถที่จะจ่ายเพื่อให้อยู่ดีมีแต่ต้องจ่ายสำหรับป้องกันน้ำท่วมนั้น ป้องกันแล้วไม่มีกำไรเลย มีแต่เสีย ฉะนั้นที่คนเขาว่าทำโครงการแล้วก็เสียทิ้ง เสียเงิน แต่ว่าไม่เสียผลประโยชน์ ฉะนั้นก็ต้องคิดให้ดีว่า ที่ได้ทำหลายด้าน ทำโครงการนั้นก็มีจุดประสงค์ที่จะให้มีรายได้แต่ถ้าพูดอย่างที่เขาพูดจ่ายเงินเยอะแยะ แต่ไม่ถูกใจ จ่ายแยะ แต่ว่าไม่ได้เสียเพราะว่ามีรายได้
นี่เราพูดกลับไปกลับมาอย่างนี้นะ ท่านก็งงท่านมองหน้าว่าเอ๊ะจะไปไหน ไปเถอะ ต้องทำโครงการอะไรก็ตามจะต้องมีเหตุผลก็ต้องบริหารงานการให้ดี พูดถึงบริหาร ข้างหน้านี้ก็มีฝ่ายที่จะเป็นรัฐบาลรัฐบาลการบริหาร แต่ว่าบริหารนี้มีทุกอย่าง บริหารโครงการ บริหารกิจการต่าง ๆบริหารการเงินทุกอย่างก็ต้องบริหารดี ๆ ฉะนั้นก็ถ้าไม่บริหารก็ล่มจมแต่คนที่ไม่ได้เป็นฝ่ายบริหาร มีแต่ตำหนิติเตียนว่า ไม่ทำ ที่จริงฝ่ายบริหารเขาก็ทำคนที่ติเตียนนั้นก็เป็นคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ตรงข้ามมีแต่ทำลาย
ฉะนั้นที่มาเมื่อสองสามวันนี่ ชักกลุ้มใจที่ฟังวิทยุเขาพูดพูดว่าเมืองไทยนี้ไม่ก้าวหน้าเลย แต่ความจริงก็ก้าวหน้าถ้าไม่ทำอะไรเลยป่านนี้ก็ล่มจมแล้ว ถ้าไม่ทำก็ล่มจมเหมือนน้ำท่วม ล่มจมนี่พูดถึงน้ำมากเกินไปแล้ว เดี๋ยวหาว่าพูดน้ำท่วมทุ่งแต่ว่าอย่างไรก็ตามต้องพูดวันนี้ตั้งใจจะต้องพูดว่าถ้าไม่ทำอะไร ทำแต่พูด ก็จะไม่ดีนี่ก็พูดมาก มามากแล้ว คล้าย ๆ ปรามไม่ให้พูดแต่อย่างไรก็ตามวันนี้ท่านเงียบหมดทุกคนเงียบ ก็หมายความว่าท่านตั้งใจจะไม่พูดเราก็เห็นว่าท่านไม่พูด เราก็จะไม่พูด แต่ก็พูดมากแล้ว ยังไงก็ตามก็จะต้องอธิบายว่าไปเข้าโรงพยาบาลนี้ เข้า ๆ ออก ๆ เข้า ๆ ออก ๆหนังสือพิมพ์ก็ลงวันนี้เข้าแต่งสีชมพู ออกมาแต่งสีฟ้าเขาเหมือนตำหนิติเตียนว่าทำไมเปลี่ยน ก็เข้า ๆ ออก ๆ ก็ต้องเปลี่ยนบ้าง ถ้าเข้า ๆออก ๆ แล้วแต่งเครื่องแบบมันก็น่าเบื่อ
อย่างท่านนายกฯแต่งเครื่องแบบก็บอกน่าเบื่อ เบื่อหน้าแล้ว ถ้าเบื่อหน้าก็ไล่ออกสิ แต่ท่านนายกฯไม่ได้ยินเดี๋ยวหาว่าท่านนายกฯเดี๋ยวนี่ก็แก่แล้ว เค้าว่าแก่ที่จริงหนุ่ม หนุ่มนิดเดียวของเราหนุ่มแบบพรุ่งนี้จะอายุ 80 ไม่นึกเลยว่าจะถึงอายุ 80 ใครจะว่าแก่ก็ไม่ว่าใครตำหนิว่าแก่ไม่ว่า เพราะว่าแก่จริง ๆ แต่คนที่อายุ 60 ไม่แก่ แต่ว่าท่านนายกฯก็น่าเบื่อ น่าเบื่อเพราะว่าเจอทีไรก็แต่งเครื่องแบบขาวความจริงควรจะแต่งสีอื่นบ้าง ของเราวันนี้ไม่มีสีขาว สีเหลืองแล้วเนกไทเป็นสีเหลือง ก็ต้องมีสีชมพูด้วย ก็หมายความว่าเราก็แก่แล้วทำไมไม่อยากแต่งตัวให้น่าเบื่อ วันนี้ก็เตรียม เสื้อคล้ายองคมนตรี เสื้อเชิ้ตขาวแล้วก็เสื้อไม่ใช่ ท่านองคมนตรีประธาน......คนอื่นก็มี แต่ว่าเสื้อสีน้ำเงินแก่เราก็แต่งสีเทา ที่จริงแต่งไม่น่าเบื่อแต่ก็ยังมีเนกไทสีเหลือง ก็ให้เก๋หน่อยอย่างดีไม่ได้ใส่สีชมพู แต่วันนั้นใส่สีชมพู เขาก็ตื่นเต้นเวลาใส่สีชมพูแล้วก็ใส่สีเขียว ใส่สีอะไรก็ได้ สีแดงก็ยังได้ สีแดงนี่เป็นกาลกิณีของเรา คนเขาว่ามาเป็นกาลกิณีของเราไม่น่าจะใช่ นี่ยังไงตั้งแต่แม่ ท่านเกิดวันอาทิตย์ท่านก็สีแดง พี่สาวก็เกิดวันอาทิตย์พี่ชายก็เกิดวันอาทิตย์ เป็นสีแดง คนที่รับใช้ก็เกิดวันอาทิตย์ยังดีทองแดงนี้ดีก็ไม่ได้ เกิดวันอาทิตย์ เขาเกิดวันเสาร์เขาเป็นสีม่วงทองแดงสีม่วง เราก็ไม่เดือดร้อน สีม่วงก็ดี วันก่อนนี้ใส่สีม่วงก็เลยใช้ได้ทุกอย่างไม่เหมือนท่านนายกฯใส่เครื่องแบบขาวทุกวันทุกครั้งมันน่าเบื่อ ก็จริงน่าเบื่อแต่ว่าท่านเรียบร้อย แล้วก็แต่งขาวมาทำงานได้ดี ถ้าทำงานได้ดีก็ไม่น่าเบื่อท่านผู้หญิงสีเหลือง สีเหลืองแต่เหลืองอ๋อย สีเหลืองนี่ความจริงตามเรื่องต้องเป็นสีค่อนข้างเหลืองอ่อนมาก อย่างวันออกเมื่อวานนี้ใส่สีเหลือง สีเหลืองอ่อนนั่นน่ะเป็นสีเหลืองที่ถูกต้องก็เพราะเป็นสีเหลืองที่สว่างของพระจันทร์ ส่วนใหญ่ที่เขาให้มีกระต่ายอยู่ด้วยเป็นสีเหลืองที่ถูกต้อง
แต่มาพูดบอกว่าท่านนายกฯ แต่งขาวนี่ก็ได้เหมือนกันเพราะว่าวันจันทร์ก็เป็นสีขาว อยู่ดี แล้วก็จะบอก ใครมาบอกว่าท่านนายกฯ น่าเบื่อไม่ได้แต่งสีขาวสวยมาก ดีมาก ทำงานอะไรก็คล่องแคล่ว ไม่ใช่ทำงานไม่ดี ทำงานดีสีขาวก็หมายความว่าหมดจดดี แล้วก็ตั้งแต่ครั้งแรกที่คนเขาตำหนิเมื่อปีที่แล้วไปบอกว่านายกฯอายุมาก ก็เปรียบเทียบกับนายกฯเก่า นายกฯเก่านั้นน่ะ เขาเด็กกว่าแต่ก็ไม่เท่าไรก็แก่ ฉะนั้นนายกฯกำลังดี 60 กว่า ๆ กำลังดี ไม่เหมือนเราเราแก่เกินไป เราแก่แล้วก็ประธานองคมนตรีก็ยิ้ม ๆ บอกว่าท่านก็แก่กว่า แต่ท่านเปรมท่านเก่งกว่าท่านแข็งแรง ท่านแข็งแรง 80 กว่านี้ กำลังดี พรุ่งนี้ข้าพเจ้าก็จะ 80 กว่า กำลังแข็งแรง คนอื่นไม่แข็งแรง ยังไม่ 80
พูดถึง 80 ก็มีอยู่ว่าพี่สาวอายุ 84 ท่านค่อนข้างแก่ แล้วเมื่อวาน เมื่อวานนี้ไปเยี่ยมที่จริงไม่ควรจะ ควรจะมาพักที่สวนจิตร แต่ท่าน ไม่สบายก็ไม่สบายอยู่มากก็ต้องไปให้กำลังใจกัน วันนี้ก็ไปไม่ได้เพราะว่ามีงาน พรุ่งนี้ก็ไปไม่ได้มะรืนนี้ก็ไปไม่ได้ เรียกว่าต้องไปเยี่ยมท่านไม่สบายแต่ว่ามีอยู่ว่าประชาชนไปเยี่ยมอยู่มากมาย ที่โรงพยาบาลมีประชาชนไปเยี่ยมเต็มเต็มลาน ห้องชุมนุมเต็ม ก็เลยทำให้สบายใจว่ามีคนเอาใจใส่ คนที่ไม่สบายให้กำลังใจ
อันนี้ต้องชมคนไทยว่าคนไหนไม่สบายก็ให้กำลังใจถึงว่าคนไหนไม่สบายรู้ว่ามีคนเอาใจใส่ก็สบาย อย่างที่เข้าโรงพยาบาลไม่รู้ตัวว่าไม่สบาย เขาหาว่าเราจะแย่ก็ดูแล คนเขาว่าพิการที่สมอง สมองเราเราก็รู้สึกว่าไม่มีอะไร ทำไปทำมาบอกว่าเป็นที่ลำไส้เขาบอกว่าพิการหรือป่วยที่ลำไส้เขาก็หาใหญ่ ตามธรรมดาลำไส้ที่พิการเขาจะดูทางขวาทางซ้าย ทางซ้าย ทำไปทำมากลับดูว่าเป็นพิการทางขวา ทางขวาของเรานี่ เขาไปดูทางซ้ายทางซ้ายไม่มีอะไรเขาก็เคาะใหญ่ เคาะใหญ่ ไม่เป็นไรแท้ที่จริงเป็นทางขวาเขาก็บอกว่าประหลาดพิการทางขวา เลยนึกว่าตัวเราเราเป็นคนประหลาด เวลาดูว่าป่วยทางไหน ก็มากดดู ป่วยทางขวา ก็แล้วไป
แต่ทีหลังทำไปทำมาก็เรียบร้อย ดูแล้วไม่เป็นแล้วไม่เป็นแล้วเขาก็บอกว่าเป็นที่สมอง เป็นที่สมองไม่ใช่ของเรา เป็นที่สมองของหมอเขาก็ว่า เขาว่าพิการ อันที่จริงพิการที่สมองของหมอ เสร็จแล้วไปเข้าเครื่อง เครื่องในเครื่อง ทำโป๊ง ๆๆๆๆ ไม่เป็นไร ไม่มีพิการ ก็เลยออกจากโรงพยาบาลออกจากโรงพยาบาลดีกว่า ถ้าอยู่ ในโรงพยาบาลก็พิการจริง ๆเพราะว่าอยู่โรงพยาบาลนี่แย่ เกือบจะเปลี่ยนโรงพยาบาลไปอยู่โรงพยาบาลที่อยู่ฝั่งนี้ ไปอยู่ฝั่งโน้น จะเป็นบ้า แล้วก็เลยนึกไปไปดูว่าทำไมเป็นบ้า เป็นบ้าเพราะน้ำมันจะท่วม
น้ำจะท่วมน้ำมันก็เลยขึ้นไปขึ้นมา แล้วมาบอกว่าน้ำจะท่วม แต่น้ำไม่ท่วมเพราะมีโครงการมีโครงการที่พระประแดง แต่ถ้าพูดไปพูดมาเขาเอาเรือของกองทัพเรือเขาสร้างเรือใหญ่เขาบอกว่าให้ไปเรือนี้ ก็เอาเรือนั้นมาจอด เรือสวยด้วยก็เลยร่ำลือกันใหญ่ว่าพรุ่งนี้จะเสด็จฯ เรายังไม่ไปเพราะว่ามีงาน มีงานตลอดปีตลอดทั้งเดือน ก็เลยต้องปฏิเสธไม่ใช่พรุ่งนี้ มะรืนนี้ไม่ไป ไปบอกว่าจะไปจะไปเยี่ยมโครงการที่พระประแดง บอกว่ายังไม่ไปไม่เชื่อ แต่ทำไปทำมาก็เชื่อเรือไม่เอามาแล้ว ไม่งั้นเอาเรือมาจอด เอาเรือมาจอดให้เราไปเราก็เลยบอกว่าเรือนี้ใช้น้ำมัน เปลืองน้ำมันเหมือนกัน แต่เราจะใช้ไบโอดีเซลท่านบอกว่าใช้ไม่ได้ ถ้าใช้ไม่ได้เราไม่ไป แต่เรือเรือที่เป็นเรือแท็กซี่เขาใช้ไบโอดีเซลได้ เดี๋ยวนี้กำลังพัฒนาไบโอดีเซลเพราะว่าถ้าใช้ดีเซลเปลืองจะหมดโลกแล้ว แต่ไบโอดีเซลแบบฝรั่งอีก 10 เปอร์เซ็นต์แล้วไม่ยอมเราจะใช้ไบโอดีเซล 100 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าดีเซลแบบไบโอแบบพืชใช้ 100 เปอร์เซ็นต์
อย่างคราวก่อนนี้ไป แล้วก็นายกฯ ใช้ไบโอ 100 เปอร์เซ็นต์ไบโอใช้น้ำมัน น้ำมันแบบแก๊สโซฮอล์ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ 10 เปอร์เซ็นต์อย่างที่เขาใช้ ขึ้นภูเขา ขึ้นเขื่อน ขึ้นชัน มันก็ไปได้ดีรถใช้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์แบบของเราก็ขึ้นได้ดีแต่ก็อาจจะมีน้อยหน่อย ราคาถูกกว่าถูกกว่าดีเซลเดี๋ยวนี้ก็ใช้ดีเซลแบบแก๊สโซฮอล์มาตอนนี้จะใช้ดีเซลแบบน้ำมันปาล์ม น้ำมันปาล์ม 100 เปอร์เซ็นต์ ยังใช้ได้ไม่ต้องใช้ดีเซลสั่งนำมาจากเมืองแขกคือถ้าเราใช้ดีเซลจากเมืองแขกอีกหน่อยก็หมด อีกหน่อยหมดแล้วก็ เดี๋ยวนี้เขาก็มีเขาก็ไม่ใช้ เก็บเอาไว้สำหรับมาขายเรา เราต้องเสียแพง ๆ
เราจะใช้ไบโอดีเซลแบบน้ำมันปาล์ม ที่เราปลูกเองเราปลูกเองอาจจะมีน้อยหน่อย ก็ใช้น้อย อย่าไปฟุ่มเฟือยใช้มากเกินไป น้ำมันใช้น้อย ๆหน่อย แต่เราจะมี มีใช้ ปลูกต้นปาล์มแล้วมา มาทำเชื้อเพลิงน้ำมันปาล์มมาทอดปลาทอดอะไรต่าง ๆ ได้แล้วก็มาใส่ในรถดีเซล ได้ใช้แล้วก็ใช้ได้วิ่งช้าหน่อย วิ่งช้าก็ไม่เป็นไร เราอย่าเร่งรีบ ชีวิตอย่าให้เร่งรีบมากเกินไปแต่ราคาก็ถูกแล้วถือหลักว่าใช้ของราคาไม่แพงเกินไปอาจจะไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับไฮสปีดดีเซลแต่ก็ไปได้ ก็ขอให้คิดว่าทำอะไรต้องประหยัดคนก็ว่าประหยัด ๆ ดีกว่าไม่มีเลย ถ้าไม่มี ถ้าไม่มีดีเซลเราคงต้องไปซื้ออยู่ดี
เราไปซื้อก็มีสองแห่งที่เขาขายเป็นสำคัญ ของแขกกับของฝรั่งของฝรั่งก็คืออเมริกัน ของ อเมริกันเขาไม่ค่อยขาย เขาบอกไม่มีแท้จริงเขามีเยอะแต่ว่าเขาไม่ขาย เพราะว่าเขาเก็บเอาไว้มาขายให้เราแพง ๆที่น้ำมันจะเป็นดีเซลหรือน้ำมันเบนซินทั้งหลาย มันราคาไม่ถึงที่เขาขายอย่างนี้ จนกระทั่งเขาแย่เพราะว่าเขาขายแพงเหลือเกิน เลยขายไม่ได้ ขายไม่ออกบางทีก็ต้องลดราคา ฉะนั้น เราซื้อน้ำมันราคาถูกของเราเอง ถูกกว่าของฝรั่งของแขกแล้วก็อาจจะคุณภาพหรือกำลังน้อยกว่าดีเซลที่ขุดจากดินแต่ที่จริงที่ขุดจากดินราคาไม่น่าจะแพงอย่างนั้นแต่เราก็โลภอยากได้น้ำมันที่มีกำลัง ก็เลยยอมเสียเงินเสียเงินซึ่งควรจะเอาไปใช้อย่างอื่น
ฉะนั้นก็การที่เราเสียรู้ทางฝรั่งทางแขกเสียเงินเขาฝรั่งกับแขกเขาได้เงินเยอะ ๆก็ไปซื้ออาวุธ เขาสำหรับสู้รบกันเอง อิรักเขาก็มีน้ำมันมากแต่ว่าเขาไม่ขายที่เขาไม่ขายก็เพราะว่าเขาขายไม่ได้ ไม่มีโรงที่จะกลั่น ก็ขายให้เราแล้วเราก็กลั่นแล้วเราก็ขายให้แขกแต่เขาซื้อในราคาถูก เขาขายในราคาแพง เอ...มันไม่ค่อยถูกหลักของการค้าการค้าที่รัฐบาลมีผู้เชี่ยวชาญการค้าต้องขายอะไรให้ราคาแพงจะได้มีกำไรแล้วซื้อในราคาถูกแต่เราทำตรงข้าม เราซื้ออะไรราคาถูก ราคาแพง เราขายราคาถูกอย่างนี้เราแย่ เราไม่มีทางที่จะขายอะไรราคาแพงเพราะเขาก็บอกว่าเขาขาดทุนเวลาไปที่ร้านก็บอกผมขาดทุนเป็นเสียง เสียงภาษาแขก เสียงภาษาจีน ภาษาฝรั่งเขาก็ต้องบอกเขาต้องขาดทุนถ้าเราขายราคาแพง โห....มันแพงเกินไป เราก็เลยซื้อไม่ได้เขาบอกเขาซื้อไม่ได้ เวลาจะซื้อเขา เขาก็ขายไม่ได้ เขาขาดทุน</p><p>(อ่านต่อบันทึกต่อไป)</p>
