ต้องขอขอบคุณอาจารย์ประพนธ์ ผาสุกยืด ที่พยายามประคับประคองดูแลให้บริบทของG2K  มีสภาพของพื้นที่ความคิดทางสังคมอย่างแท้จริง อาจารย์คอยกวัดมือให้เราวิ่งตามเป็นระยะๆ อย่างเช่นเมื่อเร็วนี้ ได้ชวนเราลองคิดดังๆ อาจารย์เล่าว่า.. ผมเข้าใจว่าในขณะนี้ GotoKnow ใช้ "ตัวชี้วัด" ที่อิง "จำนวนบันทึก" เป็นหลัก ซึ่งสำหรับในระยะเริ่มต้นนั้น ผมคิดว่าเป็นตัวชี้วัดที่ "เหมาะสม" เพราะจะได้กระตุ้นให้คน "ขยันเขียน" บันทึกจนเกิดนิสัย "รักการเขียน" ซึ่งถือว่าเป็นทักษะที่สำคัญอย่างหนึ่งของการจัดการความรู้  

        เมื่อผมเข้าเรียนรู้ในBlog สิ่งแรกคือการเรียนวิธีเขียน ว่าเขียนอย่างไรถึงจะเหมาะ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเรียนเรื่องนี้อยู่นะครับ ถึงผมจะบรรจงเขียนให้ดี แต่ไม่มีคนอ่าน ผมก็ไม่รู้จะมาเขียนรบกวนพื้นที่ของBlog ทำไม เขียนเองอ่านเองจะไม่ดีกว่าหรือ ส่วนคนอ่านถือเป็นเรื่องตามอัธยาศัย  เราไปบังคับใครมาอ่านไม่ได้ คนอ่านเขามีวุฒิภาวะนะ

        บางคนเขียนดี แต่ไม่ค่อยมีสัมพันธภาพกับใคร ไม่ไปทำความรู้จัก ไม่ไปให้ความเห็น ทำให้ไม่มีใครไปเสวนาด้วย สุดท้ายก็ฝ่อแห้งคาBlog นานไปก็จะรู้สึกว่าเหมือนโดดผีหลอก ผมถึงเห็นคุณประโยชน์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของG2K คือมันสอนให้คนมีน้ำจิตน้ำใจ รู้วิธีเรียนแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน มีบริบททางสังคม ซึ่งจุดนี้ประเทศไทยพยายามปลูกฝังแต่ทำยังไม่ดีเท่าที่ควร เพราะขาดเครื่องมือที่สอดรับจริตของสังคมดิจิตอล

       วันไหนผมมีเรื่องอยากเขียนก็เขียนๆๆ ไม่ได้คาดการเรื่องสถิติ ต่อมาเมื่อมีความคุ้นเคยกัน โจทย์ที่เขียนก็มาจากผู้อ่านนั่นแหละ ตรงนี้วัดได้ว่า นอกจากแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้ว ยังเอื้ออาทรความรู้กันได้อีกด้วย  คำว่า ขออีก”“เยี่ยมมาก ขอบคุณเพียงเท่านี้ก็ชื่นชูใจแล้ว คนอ่านคือรางวัลมีค่าที่หล่อเลี้ยงจิตใจคนเขียนBlogมิใช่หรือ

        วิชาเจ๊าะแจ๊ะศาสตร์สำคัญมาก มันทำให้เรื่องที่เขียนไม่แข็งทื่อ ทำให้งานวิชาการมีชีวิตชีวาน่าสนใจ งานเขียนมีทั้งศาสตร์และศิลป์ ขึ้นอยู่กับใครจะพลิกคว่ำพลิกหงายออกมาใช้อย่างไร

  • บางท่านเขียนเหมือนหมูไม่กลัวน้ำร้อน แต่ดูให้ดีเถิดในนั้นซ่อนเสน่ห์เหลือร้าย ยั่วให้คิดตาม ลองอ่านบันทึกอาจารย์ไร้กรอบ ท่านเล่าฮูแสวง จะรู้ได้
  • ถ้าจะอ่านเอาความคิดละเอียดลออ ก็มีหลายคนเขียน ท่านคอนดรั๊กเตอร์ ยังงี้ อ่านแต่ละบทความยิ่งกว่าเข้าโรงเรียนสัก2ปีมั๊ง
  • บางคนเขียนเชิงชวนต่อแต้มความรู้ ยั่วให้ร่วมกระบวนการ อย่างของอีตาเม้ง ท่านสิทธิรักษ์ เจ้าก๊อป ฯลฯเป็นต้น
  • กลุ่มที่เขียนได้สนุกประทับใจจ๊อส น่าจะเป็นท่านเอกชัย คุณหมอคนชอบวิ่ง อัยการชาวเกาะ เขียนได้ดีมีลูกกิ๊ก ลูกแก๊ก ที่สุดยอด
  • กลุ่มเขียนลูกฮานี้สิ ถือว่าเป็นแก้วกัลยาณีของเราเลยทีเดียว คุณจิ๊บ อ.ติ๋ว แป๊ด น้าสร้อย โผล่มาทีไรท้องคัดท้องแข็ง
  • กลุ่มเขียนงานกึ่งวิชาการคงเส้นคงวาน่าติดตามมาก ได้แก่ของคุณหมอวัลลพ  ท่านอาจารย์นลินี ครูอ้อย ปักหลักสอนภาษาอังกฤษ
  • ในกลุ่มคนแซ่เฮทุกท่าน ลองตามไปอ่านดูเถิด เขาพัฒนาการเขียนแบบไม่เป็นทางการได้เยี่ยมมาก ไม่เชื่อไม่เป็นไร รออ่านที่พิมพ์รวมเล่มฉบับ เฮฮาศาสตร์ เล่มที่1 ดูก็ได้ แล้วจะรู้ว่า ที่แท้มันเป็นเช่นนี้เอง อิอิ