ถึงแม้ว่าการกินเจจะมาจากรากเหง้าของตะวันออก แต่วิถีปฏิบัติกลับชี้ชัดว่า ยืนอยู่บนแนวคิดตะวันตกที่มีอิทธิพลกับแนวคิดสุขภาพของคนไทยในปัจจุบันมากขึ้น

     การกินเจ....คงไม่ต้องกล่าวอธิบายกันมากถึงที่มา สาเหตุ และกิจที่ควรทำ เพราะคงมีคนนำมาอธิบายกันมากอยู่แล้ว

     ประเด็นที่อยากบันทึกคือ ปรากฎการณ์กินเจของคนไทยในปัจจุบัน ค่ะ

    ในอดีตที่ทุกครัวเรือนต้องทำกับข้าวกินกันเอง การกินเจจะถือเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงมาก เห็นมีแต่ในครอบครัวคนจีน..และมักจะเป็นคนจีนที่อยู่ในเมือง...ซึ่งคนกินเจเขาจะต้องใช้หม้อ จานชาม ช้อนที่ไม่ปะปนกันกับอุปกรณ์ที่ใช้ใส่ของคาวหรือเนื้อสัตว์ และจะไปโรงเจ ไปไหว้เจ้า เผากระดาษ รับพร ทำบุญ ทำทาน ไม่แต่งหน้าทาปากเพราะถือว่าอยู่ในระยะรักษาศีลเรียกว่าประพฤติทั้งทางกายและใจไปพร้อมๆกัน

ที่แตกต่างจากระยะ 4-5 ปีมานี้ เมื่อการกินเจเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายทุกจังหวัด

    ปัจจุบัน  จะกินเจไม่ต้องไปโรงเจก็ได้ อาหารเจมีขายปักธงเหลืองกันไปทั่ว       ร้านอาหารที่ขายเจจะขายดิบขายดี ขณะที่ร้านอื่นๆ ทั่วไปยอดขายจะตกลงไป แม่ค้าอาหารก็หันมาปรุงอาหารเจ...แต่ทำไม่ครบถ้วนเพราะไม่รู้จริงก็มากเช่นมีการใช้กระเทียม คึ่นช่าย ฯลฯ ปรุงรสอยู่..คนที่กินอย่างไม่ทราบก็เยอะ และส่วนมากก็ไม่ได้ไปไหว้เจ้า ถือศีลสำรวมใจกันเหมือนเมื่อก่อน เห็นได้จากหลายโรงแรมหรูขายอาหารเจให้คนสวมเพชรเม็ดโตแต่งหน้าทาปากไปรับประทานเอากระแส ก็มี

   เฝ้าติดตามดูปรากฎการณ์กินเจในวิถีปัจจุบันของคนจำนวนมากแล้วจะเห็นว่าพฤติกรรมของคนส่วนหนึ่งมีความคล้ายกับปรากฏการณ์หลายๆอย่างในเรื่องสุขภาพที่กำลังเกิดกับคนไทย...ไม่ว่ากระแสอาหารเสริม การกินวิตามินซีในปริมาณมาก การสวนล้างทวารฯลฯ เหล่านั้น

ที่คล้ายคลึงกันคือเป็นการพยายามลดพิษเข้าตัวและถอนพิษหรือล้างพิษออกจากตัว เพื่อให้เกิดเซลล์ที่บริสุทธิ์อ่อนเยาว์ และปราศจากโรค

ซึ่งเป็นอีกปรากฏการณ์สุขภาพของคนไทยที่สะท้อนถึงความพยายามในระดับบุคคลที่จะคงภาวะสุขภาพดี และหาวิถีทางดำเนินการจัดการให้ได้มาซึ่งสุขภาพที่ดีตามที่ตนเองจะทำได้...บนฐานข้อมูลข่าวสารสุขภาพและการปฏิบัติสุขภาพของสังคมวิถีเมืองปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพระดับบุคคลมากขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งไปกว่านั้น.......การกินเจของคนไทยจำนวนมากในปัจจุบัน ที่เน้นเฉพาะเรื่องกินอาหารเจ แต่ไม่ได้ปฏิบัติให้ครบของการถือศีล  การทำจิตใจให้สงบ และสำรวมระวัง...ก็ถือว่ายังคงเป็นวิถีสุขภาพแบบแยกส่วนอยู่นั่นเองหรืออีกนัยยะหนึ่งก็คือการไป "กินอาหารอีกเมนูหนึ่ง" เท่านั้นเอง

จะเห็นได้ว่า.....ถึงแม้ว่าการกินเจจะมาจากรากเหง้าของตะวันออก แต่วิถีปฏิบัติกลับชี้ชัดว่า ยืนอยู่บนแนวคิดตะวันตกที่มีอิทธิพลกับแนวคิดสุขภาพของคนไทยในปัจจุบันมากขึ้น 

ปรากฏการณ์กินเจขณะนี้..จึงน่าจะเป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่ตั้งคำถามว่า.....ถึงเวลาแล้วหรือยังคะ ที่เราจะหันมาทบทวนวิถีและความหมายของสุขภาพคนไทยอย่างจริงๆ จังๆ กันได้แล้ว