น้องสร้อย
เขียนได้ดีครับ
กินเจเป็นวิถีชีวิตหรือกระแสแฟชั่นที่วิ่งตามยุคไป
กินเจเพื่ออะไร น้อยคนจะนำมาคิด
บางคนกินเจเพื่อสุขภาพ อยากผอม
บางคนกินเจเพราะหน้าเทศกาลมาแล้ว
บางคนกินเจ แต่ใจยังถวิลหาเนื้อสัตว์ เลยเลือกกินอาหารเจที่มีแต่รูปลักษณ์ของสัตว์ต่างๆ...
แปลกมากที่ทำใจอ้าปากกินแป้ง... แต่ใจนั้นกินเนื้อ
จิตเลยแย่กว่าคนกินเนื้อตามปกติอีก เพราะกินด้วยอุปาทานสองชั้น...หลอกตนเองว่ากำลังกินเจ
กินเจนั้น มีจุดหมายสร้างจิตเมตตา ไม่เบียดเบียนสัตว์ ความจริงชีวิตที่มานั้นย่อมเบียดเบียนกันและกันอยู่แล้ว แต่ประสงค์ให้เบียดเบียนน้อยลง เป็นฐานการเจริญเมตตาครับ
แต่ห้ามเอาไปอวดอ้าง..หรือยกตนว่ามีจิตสูงกว่าคนอื่นๆ เพราะการเจริญเมตตานั้นทำได้หลายทาง
ดังนั้น การกินเจเป็นเรื่องเฉพาะตน ดังที่น้องสร้อยว่า จึงมักจะพูดกำกับไปด้วยกันว่าจุดสำคัญของการกินเจนั้น อยู่ที่ ถือศีล จึงมีคำรวมว่า ถือศีล-กินแจ
แสดงว่า จุดสำคัญ คือการถือศีล หรือการปฏิบัติรักษาศีล
ส่วนการกินนั้น เป็นบำรุงกายเพื่อการอยู่รอด
พระพุทธองค์จึงทรงไม่อนุญาต เมื่อพระเทวทัตไปทูลขอให้พระองค์บัญญัติให้สงฆ์ไม่ฉันอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ เพราะเล็งเห็นเจตนาที่พระเทวฑัตจะเอาไปกล่างอ้างว่าหมู่ตนปฏิบัติได้ดีกว่าเคร่งครัดกว่า
ดังนั้น พระองค์จึงกล่าวว่า การกินอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์หรือผัก มิใช่ทางนำไปสู่มรรคหรือการพ้นทุกข์ แล้วทรงบัญญัติเพียงมิให้สงฆ์ฉันอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์เมื่อเห็นเขาฆ่าหรือรู้ว่าจะฆ่าเพื่อนำมาถวายตนเท่านั้น
อ้าวเขียนซะยาว ขอยุติเท่านี้ครับ