..บันทึกนี้มีเสียงดังฉึกฉักเป็นแบล็กกราว  เพราะพลาดท่าไม่ได้จองตัวเครื่องบินขากลับ นึกว่ามีหลายเที่ยวคงไม่กระไรกระมัง แต่เอาจริงเต็มทุกเที่ยว จึงเปลี่ยนแผนโทรฯไปหาเครือข่ายเฮฮาที่เป็นเจ้าพ่อหัวลำโพง ขอหารือว่าจะอาศัยบารมีท่านจองตั๋วตู้นอนกลับกทม.คืนนี้ได้ไหม ท่านขาใหญ่บอกว่าขอเวลานิดหนึ่งแล้วจะโทรกลับ ประมาณ20นาทีมีรายงานด่วนจากCNN.สาขาหัวลำโพงแจ้งว่า การที่จะมาหาตั๋วตู้นอนล่างในวันเดินทางไม่ควรประพฤติเป็นอันขาด ไม่มีหรอกนะตั๋ว แต่ด้วยอานุภาพของเฮฮาศาสตร์ ท่านเนรมิตที่นั่งตามที่เราต้องการมาให้จนได้ ราคา1,540 บาท น้าอึ่งอ๊อบ กับลูกชายสุดหล่อและแสนดีแห่งเมืองปายมาส่งถึงในโบกี้ เพิ่งกอดกันล่ำลาลงไปตะกี้นี้ 

 

(แผนกส่งขึ้นรถ ทดลองนั่งในโบกี้) 

เมื่อเช้าเราไปทำบุญครบรอบ100วัน คุณแม่ศรีพรรณ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักในการมาเมืองเหนือครั้งนี้ รายการปายเป็นการไปศึกษาข้อมูลในสภาพจริง  เพื่อเอาไปประกอบคำบรรยายที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ วันที่12ศกนี้ น้าอึ่งอ๊อบจัดงานที่วัดใกล้บ้าน ชื่อวัดพวกเปีย คณะญาติมาร่วมงานกันโดยมีทีมเฮฮาศาสตร์ไปสมทบ คุณหมอคนชอบวิ่งยกทีมมาทั้งครอบครัว รายการเฮฮาศาสตร์ดำเนินไปแบบฟังพระสวดครึ่งหนึ่งเราแอบคุยกันครึ่งหนึ่ง สงสัยว่าจะได้บุญครึ่งหนึ่ง อาจารย์จันทรรัตน์แต่งตัวแบบแม่อุ้ยใจดีจาวเหนือมาร่วมงานทั้งวัน พิธีไปเสร็จก่อนเที่ยง มีเลี้ยงภัตตาหารเพล และคณาญาติ แล้วไปลอยอังคารที่แม่น้ำปิงในช่วงบ่าย 

 

(อุโบสถเงินหลังแรกของโลก กับพิธีทำบุญครบ100วันแม่ศรีพรรณ) 

อาจารย์จันทรรัตน์ส่งไปเอาตั๋วรถไฟ แล้วเลยพาไปชมอุโบสถเงิน ศาสนาสถานหลังแรกของโลก ที่วัดศรีสุพรรณ ถนนวัวลาย ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสกุลช่างเงิน เขาเหล่านี้ต้องการฝากศิลป์แก่แผ่นดินถิ่นลานนา ไปเห็นแล้วมหัศจรรย์สวยงามมาก ช่างเขาบุอุโบสถด้วยแผ่นเงินที่ตอกลวดลายสวยงามวิจิตรบรรจง ขอย้ำว่าไม่ใช่บางส่วน แต่เขาสร้างอุโบสถด้วยแผ่นเงินสลักทั้งหลัง คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี2552 สิ้นเปลืองงบประมาณ 20 ล้านบาท  

 

(อาหารมื้อสุดท้ายก่อนกลับเชียงใหม่ กับ โจ๊กมื้อเช้าท่านสมนึกเลี้ยงรับ)

หลังจากนั้นเราก็มานั่งคุยกันที่บ้าน อาจารย์สร้อยเกิดผุดพรายความคิดที่น่านับถือว่า..เอาอย่างนี้ไหมคะ..หนูจะออกไปซื้ออาหารมารับประทานกันที่บ้าน จะได้อ่าน-เขียนBlogไปรับประทานอาหารมื้อบ่ายบวกมื้อเย็นไปด้วย ทานสลัดน่าจะดี แล้วอาจารย์ก็แว๊บหาย สักพักนำอาหารเข้ามาเพียบ พอดีน้าอึ่งกลับมาช่วยรับประทานอาหารและคุยกัน นับเป็นมื้อพิเศษที่อร่อย มีสลัดผักสดจานโต ปลาแซมมอลอบซ็อส ปลาซาบะ แคนตาลู๊ปรสหวาน ขนมต่างๆ มีส้มสายน้ำผึ้งผลโตอีก2พวง อิ่มจนอืดมาถึงบัดนี้  

(เครือญาติเฮฮาจากพิษณุโลกมาร่วมทำบุญด้วย)

ตะกี้พนักงานห้องอาหารเดินมาถามว่าจะสั่งอะไรไหมครับ นึกในใจว่าเราไม่ใช่ชูชกนี่หว่า ขอบายไปก่อน ถ้าหน้ามืดจริงๆก็ยังมีส้ม ขนม และของฝากจากลูกตูนอีก4ห่อใหญ่ เนื่องจากเวลาไม่เป็นใจ ขอยกยอดรูปภาพที่จะอวดเมื่อกลับไปถึงกรุงเทพฯแล้วดีไหมครับ 

..ลาแล้วหนาญาติผู้อารีศรีนครพิงค์ ถ้าวาสนาดีเราคงจะได้มาพบกันอีก ขอบคุณในน้ำใจที่มีให้แก่กัน  คืนนี้จะฝันถึงใครอย่างไรยังไม่รู้เลย  แอร์รถไฟเย็นจนหนาวแทบชัก หรือจะนอนแข็งทื่อตอนไปถึงหัวลำโพงก็ไม่รู้ เจ้าคนที่พักอยู่เตียงบน เป็นนักศึกษาชาวจีน ล้งเล๊งกับเพื่อนว่าเขาหนาวตับแลบเช่นกัน  

ไม่รู้ว่าจะถึงพิษณุโลกตอนไหน ติดต่อครูสุไม่ได้ ไม่ยังงั้นจะไปช่วยวิดน้ำออกจากบ้าน บ้านของราณี บ้านตูน เห็นบอกว่าบ้านอยู่ใกล้กัน บ้านลูกหว้า บ้านต้อย บ้านแก่นจัง หายสำลักน้ำกันแล้วยังหนอ ถ้าฉุกเฉินยังไงบอกได้นะ จะลงรถไฟไปช่วย อิอิ.