(ตำหนักไม้ยูคาลิปตัสสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี่นาถ)

ก็เรื่องพายุนี่ละครับ  เล่นเอาผมใจตุ๊บๆต้อมๆไม่กล้าเสี่ยงจองเที่ยวบินไปปาย ประกอบกับมาถึงเชียงใหม่ค่ำที่รับจองตั๋วปิดไปแล้ว ตื่นเช้าน้าอึ่งอ๊อบประสานงานให้ เจ้าหน้าที่สายการบินบอกว่าเที่ยวเช้าเต็มหมดแล้ว อ้าว!อย่างนี้ก็ตกเครื่องบินละสิ ทำไงได้ เลยเปลี่ยนแผนเดินทางไปเที่ยวบ่าย ท่านไร้กรอบเคยบอกว่า ..ครูบาตกเครื่อง ยังดีกว่าเครื่องตกนะ อิอิ 

 

(ต้นสาละออกลูกเต็มต้น อาจารย์สร้อยชื่นชมต้นขนุนยักษ์) 

ช่วงเช้าจึงผลิกแผนพลิกโผทันที บังเอิญเป็นวันราชการ น้าอึ่งอ๊อบต้องไปสะสางงานที่คณะ ผมมีอึ่งสำรองอยู่แล้ว ท่านอาจารย์อึ่งที่สองนี่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมงคลวิทยา จังหวัดลำพูน จำได้ไหมท่านตัวเล็กๆท่าทางใจดีมารับที่สนามบินเมื่อวานนี้ ท่านเตรียมการกับอาจารย์สร้อยไว้แล้ว พาคุณครูอาลัยมาเป็นโชเฟอร์ เตรียมมารับไม้ที่2ต่อจากน้าอึ่งอ๊อบ ทัวร์ทริปนี้แปลกลูกทัวร์มี1แต่ทีมไกด์มี3 ผมก็สบายไปสิครับ นี่แหละพลังของเฮฮาศาสตร์พิสูจน์ให้เห็นจะๆยังงี้เลย จะคิดจะทำอะไรทุลุปรุโปร่งอย่างเหลือเชื่อ ภาษาชาวบ้านอธิบายว่า..คนดีผีคุ้ม แต่ใครกลัวผีก็ขอยกเว้นข้อนี้ ฮ่าๆๆ  

 

(ระบำน้ำพุที่อ่างเก็บน้ำบนตำหนัก

ท่านพาผมชมแปลงสมุนไพรของคณะเภสัช ม.เชียงใหม่ และก็ขึ้นดอยพาไปไหว้พระที่พระธาตุดอยสุเทพ วันนี้อากาศและบรรยากาศดีมาก ลมเย็นบายพัดอากาศสะอาดสดชื่นมาให้เราล้างปอด คุณภาพของลมหายใจดีที่สุดในรอบปี คณะทัวร์ทะนุถนอมผมจริงๆนะครับ ท่านซื้อตั๋วให้ขึ้นรถไฟฟ้าแทนการเดินบันไดพญานาคขึ้นไปเช่นสมัยก่อน ไปเจอเรื่องมหัศจรรย์หลายๆเรื่อง เช่น ลูกสาละเต็มต้น แต่ละผลไม่ใช่เล็กๆนะครับ ขนาดลูกส้มโอ นับเป็นบุญตาแท้ๆที่โชตดีมาเห็น หลังจากนั้นเราไปเจอฆ้องยักษ์ เอามือลูบเบาๆมีเสียงกังวานเล็ก อธิฐานว่า..เจ้าประคูณลูกหลานคนไหนไม่มีแฟน ขอให้มีทีเถอะ..หลังจากนั้นแวะไปกราบพระธาตุดอยสุเทพ และพระพุทธรูปอีกหลายองค์ ยืนชมเมืองเชียงใหม่เบื้องล่าง  

 

(ต้นไผ่ยักษ์สมเด็จพระเทพฯ กับต้นกล้วยสูงเท่าตึก3ชั้น)

เดินไปเดินมาไปเจอต้นขนุนยักษ์หลายคนโอบ สงสัยว่าคงจะมีใครมากินขนุนแล้วเอาเมล็ดทิ้งไว้ตั้งแต่สมัยที่สร้างพระธาตุโน้นก็ได้ ขนุนต้นนี้ยังออกผลมาให้เห็นด้วยนะครับ  อิ่มเอิบที่ได้ทำบุญไหว้พระแล้วเราก็เดินทางต่อไปยังพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ที่นี่ท่านหัวหน้าทัวร์เช่ารถกอล์ฟให้นั่งชมตำหนัก นั่งได้สามคนไปชมโน่นนี่1ชั่วโมง ราคา300บาท สาวน้อยที่เป็นคนขับเป็นไกด์ไปในตัว  

เมื่อก่อนผมก็เคยมาหลายครั้ง แต่คราวนี้เรามีผู้ที่รู้จริงชี้แนะ จึงได้พบสิ่งมหัศจรรย์ในสถานที่นี่ เช่น พาไปชมตำหนักต่างๆ ที่จัดเลี้ยง ระบำน้ำที่อ่างเก็บน้ำ แปลงไม้ดอกนานาชนิด ทำให้คิดถึงอาจารย์แป๋วมาก  ไปเจอต้นกล้วยสูงที่สุดในโลก และเจอไผ่ยักษ์ที่สมเด็จพระเทพฯท่านนำมาปลูกไว้ ผมชี้ให้หัวหน้าทัวร์ดูต้นยูคาลิปตัสยักษ์ที่ปลูกไว้เมื่อ59ปีมาแล้ว เราได้รู้จักพรรณไม้แปลกๆภายในเขตพระราชฐาน ไปเจอตำหนักที่ทำด้วยไม้ยูคาลิปตัส2หลัง ไกด์พาแวะไปจุดที่เป็นหัวใจของคำว่า ตำหนักภูพิงค์ฯ  

กินลมชมดอยแล้วก็นึกถึงข้าวซอยตอนเที่ยง คณะเราบึ่งลงไปหาร้านข้าวซอยรับประทานกัน มื้อกลางวันท่านสั่งอาหารเหมือนจะเลี้ยงชูชก มีข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว สุกรสะเต๊ะ ข้าวคั้นจิ้น ส้มตำ แถมยังมีอาหารชื่อคล้ายอาวุธที่ชื่อตะบองมาเลี้ยงเรา ทุกอย่างอร่อยมากจนถึงมากที่สุด แทบจะลุกออกจากร้านไม่ไหว ลำแต้ลำว่ากินไปนึกไปถึงท่านJJไป ตอนบ่ายต้องบินไปปาย โฮ้โหที่นี่ ไม่อยากจะคุย เป็นเครื่องบินเล็กนั่ง10คน บินชนเมฆฝนกระจัดกระจายตลอดทาง ที่ปายนี่ของเขาไม่ธรรมดาจริงๆ เจ้าลูกชายกับคุณหมอสุพัฒน์ จัดรายการต้อนรับพ่อจน ทึ่ง อึ้ง กิมกี่ อิอิ