เมื่อคืนนี้ไปกราบพ่อมหาอยู่เป็นครั้งสุดท้าย ไปถึงเอาตอนพระสวดใกล้จะจบ หลังจากนั้นได้ไปจุดธูปบอกพ่อใหญ่ นัดแนะกันหลายเรื่อง รวมทั้งขออนุญาตที่จะไม่ได้มาวันประชุมเพลิง งานนี้เขาเอาทีวีมาเปิดซีดีเรื่องราวของพ่อ เสียงก้องสะท้านไปทั่วบริเวณงาน ยังไงยังงั้นเหมือนกับที่เรากำลังนั่งฟังท่านบรรยายด้วยตัวจริงเสียงจริง ขอขอบคุณความคิดนี้ ที่ทำให้อดีตออกมานำเสนอได้ตลอดไป ฟังแล้วน้ำตาซึม คิดย้อนหลังไปหลายเรื่อง จนกระทั่งมาจบด้วยธูปดอกเดียวต่อร่างที่นอนสงบนิ่งห่างไม่เกิน1วา  สรุปว่า..พ่อทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่แล้ว ผลจะเป็นประการใด คนอื่นจะมีสตินำไปสืบสานต่อก็แล้วแต่วาสนาเขานะพ่อนะ  

พระสวดจบ เราจับกลุ่มเล็กๆคุยกัน มีคุณหมอเอกชัยอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาบเชิง ที่เคยทำงานใกล้ชิดกับพ่อมานาน ตอนนี้ลาออกไปเป็นราษฎรเพราะไม่อยากเป็นผู้อำนวยการต่อไปอีก เนื่องจากเป็นคุณหมอที่มีมิติทางสังคม สนใจทุ่มเทศึกษางานภาคสนามตลอดมา ดร.แสวง ออตเล้าข้าว แม่บ้าน ร่วมวงโจ้กันแบบนาทีต่อนาที ได้รับคำถามจากคุณหมอมากมาย มีทั้งที่ตอบได้และตอบไม่ได้ เพราะคำว่าทำไมมันเยอะเหลือเกิน ทำไม ไม่ทำ ทำยังไง จึงเป็นยังงี้ ยังโง้น ยังงั้น แต่คุณหมอมองโลกในแง่ดีมันยังมีหวัง มีตัวอย่าง ค้นพบอนามัยคนเก่งคนดีหนึ่งคนเป็นตัวอย่างที่เยี่ยมมาก..

ผมก็ได้แต่หึๆในใจ ถ้าทำงานภายใต้โจทย์ที่ผิดปกติเยี่ยงนี้ ทำให้ตายก็ยากจะสำเร็จ เพราะมันเหมือนกับขึ้นรถไฟที่ตกรางทุกสถานี สถานการณ์ที่สังคมทิ้งประชาชน ประชาชนก็จะทิ้งสังคม ใส่หน้ากากแล้วเดินผ่านไปมาไม่รู้ไม่ชี้ไม่รู้สึกอะไร ไม่ยอมแตะต้องความจริง เอาแต่ความเท็จมาปรุงแต่งให้ดูดีวิศมาหรา แล้วประเมินผลงานแบบเด็กอมมือ ประเทศนี้จะทนได้แค่ไหนให้มันรู้ไป.  

สรุปว่าทั้งที่เป็นส่วนนโยบาย กระบวนการที่ทำ และตัวชุมชนเองไม่มีคำตอบ มีแต่คำอ้ำอึ้ง มันใกล้จะถึงที่สุดแล้วก็ได้ ในเมื่อหนี้สินมันท่วมแผ่นดิน จะทำมาหากินพร้อมๆกับปลดภาระหนี้ไปด้วย ในสภาพและเงื่อนไขที่ถูกเอาเปรียบทุกอย่าง มันจะมีชาวบ้านสักกี่คนที่หลุดรอดบ่วงกรรมนี้ไปได้ เห็นแต่ดิ้นแรกแหกกระเชอกันไปอย่างน่าเวทนา พระพุทธองค์ได้กำหนดท่าที่ไว้ให้แล้ว ว่าจะหยิบเอาขั้นตอนไหนมาใช้ระหว่าง เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เหมือนปลาทั้งข้อง ช้าหรือเร็วก็ต้องตายเมื่อถูกจับได้และเอามาขังไว้แล้ว      

ดีเสียอีกที่พ่อมหาอยู่เดินทางไกลไปสู่แดนสุขาวดี ไปยืนดูห่างๆ ดูว่าพวกที่ไม่เชื่อพ่อ พวกที่สนุกกับการบริหารกิเลศ พวกชะลอหลังยาว จะอยู่ในโลกของการแข่งขันไปได้อีกสักกี่น้ำ เราเริ่มงานตั้งแต่มีความพร้อม มีต้นทุนเกื้อหนุนทุกอย่างก็ยังทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้จะมาพัฒนาท่ามกลางสำนึกที่บกพร่อง ใช้เศษสวะความคิดความรู้ความเข้าใจ ที่ตลบแตลงแม้กระทั่งกันเอง มันจะเป็นยังไง  

หมอกลงจัดตลอดเส้นทาง มาถึงบ้านประมาณ5ทุ่ม อากาศทึมทึบไปทั่วบริเวณสวน เป็นสัญญาณว่าฤดูฝนกำลังจะผ่านไป ลมหนาวจะมาเยือนในไม่ช้านี้ หนาวลมยังพอว่า แต่หนาวใจนี่สิจะทำยังไง โดยเฉพาะช่วงที่ไปนอนเอ้งเม้งอยู่ที่เมืองสองแคว ไม่รู้ว่าจะเอาพลังใจของพรรคพวกที่ไปชุมนุมกัน มาจุดประกายให้เกิดความอบอุ่นได้หรือไม่ ถ้าไปนอนหนาวตายไปอีกคนก็ดี โลกนี้จะลดน้ำหนักลงบ้าง อิอิ.

(หมายเหตุ) บทความนี้ลูกหลานพ่อขอร้องให้เขียน เพื่อจะนำไปพิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์