ผมตั้งใจเขียนเรื่องนี้ เพื่อศึกษาคนเรามีต่อสิ่งที่ตนเองเชื่อและศรัทธา หลายเรื่องที่เกิดขึ้นในเชิงปรัชญาและการสร้างศิลปกรรมทั้งจากพุทธและฮินดู ซึ่งมักกล่าวถึงความเป็นจักรวาลกัน จึงเข้าไปศึกษาว่า จักรวาลตามตามความเชื่อของคนที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไร

พื้นฐานของคนไทยมีทั้ง ผี พุทธ ฮินดู คริสต์ อิสลาม ซิกข์ ผสมกลมกลืนกันในสังคมไทย แต่หลายคน(อาจจะผมด้วย) ที่มีเพียงกะพี้ของความเชื่อนั้น ๆ เพราะไม่ได้เข้าไปศึกษาลงลึกจากการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดแต่อย่างใด

มักมีคำพูดที่ตรงกันข้ามกับหลักคำสอนมากมาย ไม่ว่า ทำดีได้ได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป หรือใครฆ่าคอมมูนิสต์แล้วไม่ตกนรกหรือไม่บาป เป็นต้น

จักรวาลตามความเชื่อของคนในศาสนาต่าง ๆ ประกอบด้วย โลกมนุษย์ สวรรค์ และนรก เป็นความเข้าใจของคนทั่วไป และในไตรภูมิพระร่วง ได้จำแนกโลกจักรวาลออกเป็น กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ

หากเราได้ศึกษาและแสวงหาต่อสิ่งที่เป็นที่มาของแรงบันดาลใจ ไม่เพียงแต่ช่าง หรือศิลปินในแต่ละยุคสร้างศิลปะ เพื่อให้คนทั่วไปได้สัมผัสกับความงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

...เราสามารถรับรู้หรือเลือกได้ว่า เราจะเดินไปในเส้นทางใดในโลกของจักรวาล..

กามภูมิ เป็นที่อยู่ของ สัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน มนุษย์ และเทพเทวดา

หลายคนรวมทั้งผม เมื่อก่อนเข้าใจว่า สัตว์นรก เทวดา มนุษย์ อยู่คนละชั้นในภพภูมิ แต่พอมาศึกษาเข้าจริง ๆ อยู่ชั้นเดียวกัน...

บันทึกครั้งหน้าจะมาเล่าและแบ่งปันกันต่อครับ