เย็นวันที่  ๒๑  สิงหาคม ๒๕๕๐  หลังจากสอนเสร็จในรายวิชาสุดท้ายของวัน เมื่อเวลาบ่ายสามโมงกว่า  ผมก็รีบกระวีกระวาดมาเก็บข้าวข้องแต่งเนื้อแต่งตัว  เพราะวันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมจะได้กลับ "อีสานบ้านเฮา"

การกลับสู่ถิ่นหมอแคนแดนหมอลำอีกครั้งในวันนี้นั้น  มาเพื่อร่วมงาน "การเสวนาเครือข่ายจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย ครั้งที่  ๑๑  ซึ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามเป็นเจ้าภาพ

ผมออกจากปัตตานีโดยรถทัวร์ ซึ่งกว่าจะถึง กทม. ก็ปาเข้าไป  ๑๔  ชั่วโมง  และยังจะต้องนั่งรถทัวร์ต่อมา จ.มหาสารคามอีกกว่า ๖  ชั่วโมง  เอาเป็นว่า  ผมต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถกว่า ๒๐  ชั่วโมงเลยเชียวแหละ

มาถึงมหาสารคาม ประมาณบ่ายสามกว่าของวันที่  ๒๒  สิงหาคม  พบ พ่อครูบาสุทธินันท์  และครอบครัวชาวเฮฮาศาสตร์  นั่งเสวนารออยู่แล้วอย่างพร้อมพรั่ง...ความอบอุ่นที่เปี่ยมล้นด้วยมิตรภาพได้ฉาบทาขึ้นที่นี่อย่างน่าชื่นใจ

ช่วงค่ำผมขอสัมผัสบรรยากาศอีสานหน่อยเถอะ...โดยได้รับการดูแลอย่างดียิ่งจาก ดร.พยายุทธ และ น้องอ๊อต  จาก ม.มหาสารคาม  หลังจากที่เดินเที่ยวเดินทัวร์ในเมืองมหาสาคามสักพัก ผมก็เข้าไปใน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 

มหาวิทยาลัยมหาสารคามโตเร็วมากครับ....ผมเคยมาครั้งสุดท้ายเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว  มาปีนี้มีอะไรใหม่ ๆ อีกเยอะแยะจนน่าอิจฉา...

ปิดท้ายรายการโดยการรับประทานส้มตำ  อาหารอีสานที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลก  ตอนนี้มีการพัฒนาเป็นสารพัดตำ  ทั้งตำไทย ตำลาว ตำโคราช ตำซั่ว ตำป่า.........

วันนี้ผมสั่งตำป่า  ซึ่งเป็นการตำมะละกอ ผสมกับ หน่อไม้ ผักกระเฉด  หอย และอื่น ๆ อีกพอสมควร  โดยมีปลาร้าเป็นตัวประสานรสชาดเพิ่มความอร่อย  ถ้าผมจะบอกว่าส้มตำที่มหาสารคามอร่อยที่สุดในโลกก็คงไม่ผิดนัก  ผมมาทานที่นี่ ๖-๗ ครั้ง ไม่เคยผิดหวังสักครั้งครับ

 

ได้ข้าวเหนียวอีกหนึ่งปั้น  พร้อมหมกเห็ดขอนขาว และหมกปลาดุก  แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำรับการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดาของอีสานบ้านเฮา.....