โลกและชีวิต (22) : ชีวิตคือการงานอันรื่นรมย์

แผ่นดิน

 

ไม่มีที่ใดไร้ความฝัน

 

งานหนัก,คือคืนวันอันผาสุก

 

ธรรมดาขื่นขมและล้มลุก

 

แต่ชีวิตย่อมถูกปลุกด้วยแรงใจ

   

ชีวิตย่อมกรำงานสำราญรื่น

 

จากตื่น  สู่หลับ,  รับรู้ได้

 

ท่ามวิถี, ร้อน - เย็นที่เป็นไป

 

ชีวิตย่อมเติบใหญ่จากการงาน

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin

คำสำคัญ (Tags)#ทุ่งนา#โลกและชีวิต#ลำนำโลกและชีวิต

หมายเลขบันทึก: 121113, เขียน: 21 Aug 2007 @ 20:43, แก้ไข, 24 May 2012 @ 00:18, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 26, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (26)

pa_daeng
เขียนเมื่อ 21 Aug 2007 @ 20:51
  • สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน
  • กล้าเขียวได้ใจจริงๆ
  • บันทึกนี้สิ้นสุดลงหรือยังคะ
  • ป้าแดง กำลัง อยากไป ถ่ายรูปทุ่งนา แต่ยังหาช่วงเวลาที่เหมาะไม่ได้

สวัสดีค่ะ

  ดูทุ่งนาอันร่มรื่น แล้วนึกถึงเมื่อตอนข้าวตั้งท้อง จะมีกลิ่นน้ำนมข้าว หอมชื่นใจ ขอร้องเพลงสมัยเด็กๆให้ฟังนะคะ " ต้นข้าวในนา พริ้วใบไปตามสายลม ชูช่อชวนชม ฟ้อนรำทำกิริยา กระโดดไปมา เริ่งร่าดังเราเป็นกบ ครั้นเมื่อยามพลบ เราก็หลบอยู่ในทุ่งนา"

แวะมาอิ่มเต็มกับภาพและคำค่ะ

ใช่เลย..ชีวิตย่อมเติบใหญ่จากการงาน!!

เกษตรยะลา
เขียนเมื่อ 21 Aug 2007 @ 23:34

          สวัสดีครับ..อาจารย์

                   **เห็นภาพแล้วนึกขึ้นมาได้จากใครสักคนจำไม่ได้ ท่านบอกว่าในหลวงเคยตรัสว่าเวลากินข้าวให้นึกถึงชาวนา (สำหรับลูกชาวนาคงทราบดี)

                    ** ขั้นตอนการที่จะมีข้าวมากินนั้นยาวไกลเหนื่อยแสนสาหัส เริ่มแต่เตรียมพื้น ที่ตกกล้า ไถ คลาด ถอนกล้าปักดำ ดูแลใส่ปุ๋ย กำจัดศัตรูพืช เก็บเกี่ยว นวด สี เป็นข้าวสาร มาเป็นข้าวสวย ข้าวสุกให้เราได้กินนั้นแสนยาก  ช่วยกันกินข้าวทุกเม็ดอย่าเหลือทิ้ง สงสารชาวนาชาวนา   

                   ** ขอบคุณมากครับ            

อ.ลูกหว้า
เขียนเมื่อ 21 Aug 2007 @ 23:37
  • แวะมาเต็มอิ่มกับภาพทุ่งนาเขียวขจีและรื่นรมย์กับตัวอักษรที่สวยงามเสมอค่ะ
  • หว้าเห็นทุ่งนาไม่ได้เลย  ชอบจริงๆค่ะ

ดิฉันก็เป็นคนทำงานคนหนึ่ง  ขอสนับสนุนความคิดของท่าน  ยอดเยี่ยมมากคะ

รูปสวย

สดชื่น

มีแรง

มีกำลังใจ

ชวนน้องเอกมาดูรูปดีกว่า

ฝากกอดออนไลน์คุณแผ่นดินด้วยความคิดถึงหา

วันนี้อาจารย์แฮนดี้ มากอดผมแล้ว จึงแบ่งไออุ่นกอดให้ทั่วๆกัน

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 22 Aug 2007 @ 07:53

สวัสดีครับ  ป้าแดง

P

ช่วงนี้ผมทยอยบันทึกภาพเกี่ยวกับนาฏกรรมท้องทุ่งไว้บ้าง  และยังคิดว่าจะบันทึกไว้เป็นระยะ ๆ

ตอนนี้ยังเขียนบันทึกทำนองนี้ หรือ เที่ยวทุ่งหน้าน้ำยังไม่จบ ,  ยังหาเวลาและสร้างจินตนาการเขียนเรื่องนี้ไม่ได้ ... เต็มที่ก็ได้เพียงนั่งฟังเสียงฝนที่ตกหนักและมองตาปริบ ๆ ...

ในเร็ววันนี้คงเขียนได้บ้างกระมังครับ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 22 Aug 2007 @ 07:59

สวัสดีครับ

P

ฟังเพลงนี้ขับเอื้อนนั้นได้บรรยากาศมากเลยทีเดียว .. เลยอดที่จะเขียนกลอนเพิ่มอีกสักบทไม่ได้  ฟังดูนะครับ  ไม่รู้ใช้ได้หรือเปล่า

พ่อบอกว่าไม่นานหรอกลูกรัก

ทุ่งนี้จักเหลืองงามอร่ามทุ่ง

เพลงเคียวจะเหนี่ยวแรงมาแต่งปรุง

ป้าลุง, พี่น้อง ..ต้องกลับนา..

กลับนากลับบ้านสู่การงานแห่งชีวิต

กลับมาเนรมิตชีวิตใหม่

ท่ามทุ่งทองอันผ่องอำไพ

หวังรำไรปลดเปลื้องเรื่อง "ปากท้อง"

 

อ๊อดดี้
เขียนเมื่อ 22 Aug 2007 @ 08:00

สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน

  • แวะเข้ามาตอนเช้า เห็นทุ่งนา......กล้าเขียว........ หัวใจดวงเดียว......ก็ชุ่มฉ่ำ

 

  • เดี๋ยวจะไปทำงาน แวะเข้ามาอ่านบันทึกของอาจารย์ เสมือนมาเติมพลังจาก  "สถานีเติมพลังใจ"  ( ที่ไม่ต้องสนใจว่าราคาต่อลิตรวันนี้จะเป็นเท่าใด)

 

  •  ขอบคุณเจ้าของสถานีค่ะ ขอไปทำงานเพื่อเติมชีวิตให้รื่นรมย์ก่อนนะคะ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 22 Aug 2007 @ 08:04

สวัสดีครับ  ท่าน อ.จันทรรัตน์

P

ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากครับที่แวะมาให้กำลังใจคนเล่าเรื่องอย่างผม -

ผมเชื่อว่าการงาน คือ ภาพสะท้อนคุณค่าของความเป็นมนุษย์  และการงานอันหนักหน่วงก็ไม่เคยทำร้ายใคร  หากแต่เป็นกระบวนการทดสอบชีวิตในห้วงหนึ่งเท่านั้น   สำคัญคือ  คนเราจะมีความอดทนต่อการถูกทดสอบมากน้อยแค่ไหน .. บางคนอาจชนะ  บางคนอาจพับพ่ายไปอย่างน่าสงสาร

บางครั้ง, ชีวิตก็เกินเข้าใจ  และบางทีชีวิตก็โศกเศร้าอย่างไม่น่าเชื่อ...

ผมชอบที่จะรำพึงรำพันเช่นนี้กับตนเองเสมอ ...

...

ขอบพระคุณครับ

สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน

  ไพเราะทั้งเนื้อหา และถ้อยคำ ส่วนทำนอง ดิฉันของใส่ไว้ในใจคนเดียวนะคะ เพราะ ทำนองแต่ละคน ย่อมไม่เหมือนกัน คิดแทนกันไม่ได้ บางคนอาจใส่จังหวะที่เศร้า โหยหา บางคนอาจเป็นทำนองที่ปลุกเร้าใจ แต่ทำนองของดิฉัน เป็นความสดสวย งามในใจ งามในจิตค่ะ

sasinanda
IP: xxx.121.139.114
เขียนเมื่อ 22 Aug 2007 @ 18:24

สวัสดีค่ะ

P

  รูปทุ่งนาสีเขียว สวยมาก ชอบดูสีเขียวแบบนี้ เวลาออกไปนอกเมือง มาตั้งแต่เด็กๆค่ะ

   อย่างที่บอกไว้ ถุกแล้วค่ะ

   Hard work is a reward of life!

   ชีวิตคือการงานอันรื่นรมย์

เป็นทุ่งนา และต้นข้าวที่เขียวขจี ดูแล้วมีความสุขมากๆ..ยิ่งพิจารณาใบของต้นข้าวในภาพแรก ยิ่งสุขสดชื่นจริงๆ...ขอบคุณนะคะ..กับธรรมชาติของชีวิตที่น่ารื่นรมย์

chainung
เขียนเมื่อ 23 Aug 2007 @ 12:20

รู้ลุก รู้ตื่น รู้ขื่นขม

หยัดยืน-ขืนข่ม-ในโลกหล้า

ท้อบ้าง ถอยบ้าง บางเวลา

ก้มหน้าก้มตาก้าวเดินไป

ซาบซึ้งและกินใจ เลยมาร่วมวงรื่นรมย์ครับคุณแผ่นดิน

 

Handy
เขียนเมื่อ 25 Aug 2007 @ 21:24

ชีวิตย่อมเติบใหญ่จากการงาน ...

    อันการงาน คือค่า ของมนุษย์
ของมีเกียรติ สูงสุด อย่าสงสัย
ถ้าสนุก กับการงาน เบิกบานใจ
ไม่เท่าไหร่ รู้ธรรม ฉ่ำซึ้งจริง

    ตัวการงาน คือการ ประพฤติธรรม
พร้อมกันไป หลายส่ำ มีค่ายิ่ง
ถ้าจะเปรียบ ก็เหมือนคน ฉลาดยิง
นัดเดียววิ่ง เก็บนก หลายพกเอยฯ

            ของท่านอาจารย์พุทธทาสครับ.

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 26 Aug 2007 @ 17:45

สวัสดีครับ  

P

ผมเองเป็นลูกชาวนา เกิดและโตอยู่กับท้องนา .. ภาพของท้องทุกในทุกฤดูกาลจากฝน - แล้ง - หนาว  แจ่มชัดและมีชีวิตอยู่ในตัวตนของผมเสมอ

การได้หวนรำลึกถึงท้องทุ่ง  เป็นเสมือนกับบอกย้ำกับตนเองว่า  ในโลกนี้  ยังมีความงดงามหลงเหลืออยู่บ้างและนั่นก็คือ การพร่ำเตือนให้ตนเองได้ศรัทธาต่อการมีชีวิตอยู่

การทำนา  ไม่ใช่อาชีพ ... หากแต่เป็น "วัฒนธรรม" ... การกินข้าว  จึงต้องคำนึงถึง "ชาวนา".....

...

ขอบพระคุณครับ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 26 Aug 2007 @ 17:47

สวัสดีครับ  อ.ลูกหว้า

P
  • แวะมาเต็มอิ่มกับภาพทุ่งนาเขียวขจีและรื่นรมย์กับตัวอักษรที่สวยงามเสมอค่ะ
  • หว้าเห็นทุ่งนาไม่ได้เลย  ชอบจริงๆค่ะ

......

ทุ่งนา , เป็นห้องเรียนอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต  และเป็นห้องเรียนที่เต็มไปด้วยชีวิต

ด้วยเหตุนี้  ผมจึงลงรักท้องทุ่งในทุกฤดูกาลอย่างจับจิตจับใจ

...

ขอบคุณครับ และขออภัยที่ตอบบันทึกล่าช้า

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 26 Aug 2007 @ 20:50

สวัสดีครับ

P

ขอบคุณนะครับที่แวะมาให้กำลังใจ

ผมเชื่อเสมอมาว่า  มนุษย์ต่างเติบใหญ่มาจากการทำงานที่หนักหน่วงของชีวิต 

และในโลกของการทำงาน,  งาน ก็เป็นเสมือนสิ่งชี้วัดคุณค่าของมนุษย์ด้วยเช่นกัน

 

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 26 Aug 2007 @ 20:58

สวัสดีครับ  ท่าน อ.พิชัย

P

รูปสวย

สดชื่น

มีแรง

มีกำลังใจ

ชวนน้องเอกมาดูรูปดีกว่า

ฝากกอดออนไลน์คุณแผ่นดินด้วยความคิดถึงหา

วันนี้อาจารย์แฮนดี้ มากอดผมแล้ว จึงแบ่งไออุ่นกอดให้ทั่วๆกัน

.....

ตอนนี้ยังไม่มีเวลาได้เขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่เชียงใหม่   แต่ยังจะต้องเขียนต่อไปเรื่อย ๆ เพราะมีหลายอย่างก่อเกิดและนิ่งนอนอย่างมีชีวิตในตัวตนของผม

ขอบพระคุณนะครับ ไออุ่นการกอดออนไลน์ .... อุ่นจนร้อนเลยครับ

 

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 26 Aug 2007 @ 21:06

สวัสดีครับ

P

ผมยิ้มแก้มปริเลยนะครับกับคำชมว่าเป็นเสมือน "สถานีเติมพลังใจ" 

งั้นแถมกลอนให้อีกบทเลยแล้วกันนะครับ

 

ฟ้ากว้างแสนไกล

หัวใจต้องไม่ท้อ

เรียนรู้การคอยรอ

เพื่อเกิดก่อความเป็นชีวิต

 

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 26 Aug 2007 @ 21:59

สวัสดีครับ

P

ขอบพระคุณครับที่แวะมาต่อยอดอีกครั้ง

และขอให้ชีวิตมีท้วงทำนองที่งดงามเสมอไป, นะครับ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 26 Aug 2007 @ 22:16

สวัสดีครับ พี่ศศินันท์

P

 

 

ท้องนานำพาความชุ่มเย็นมาเยือนผมเสมอ

และขอบคุณในการถอดสำนวนนี้นะครับ

   Hard work is a reward of life!

   ชีวิตคือการงานอันรื่นรมย์

ขอบคุณครับ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 27 Aug 2007 @ 20:36

สวัสดีครับ  คุณแหวว

P

ภาพที่ผมนำมาบันทึกไว้น่าจะบอกอะไรได้บ้าง  อย่างน้อยก็คือ  ความงดงามของธรรมชาติ  และการเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ผมมีพลังเสมอเมื่ออยู่ใกล้ หรือได้สัมผัสกับภาพในทำนองนี้  ทั้งโดยความจริง หรือแม้แต่ภาพถ่าย ..

ขอบคุณครับ

 

 

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 27 Aug 2007 @ 21:51

สวัสดีครับ

P

ขอบคุณนะครับที่แวะมาทัทายและต้องขออภัยที่ตอบบันทึกล่าช้าไปมาก

ชีวิตเราเปลี่ยนได้เสมอ ...

ผมเห็นด้วยกับวาทะนี้นะครับ

ท้อบ้าง ถอยบ้าง บางเวลา

ก้มหน้าก้มตาก้าวเดินไป

 

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 27 Aug 2007 @ 22:08

สวัสดีครับ

P

ผมเคยได้อ่านงานพระพุทธทาสมาบ้าง  โดยเฉพาะปรัชญาที่บอกว่า "การงาน คือการ ประพฤติธรรม"   แต่ก็จำไม่ได้นักว่ามีความหมายฉันใดบ้าง

...

อาจารย์สบายดีนะครับ...

ขอบคุณนะครับที่มาช่วยยืนยันว่า  "ชีวิตย่อมเติบใหญ่จากการงาน"