ผมได้รับการติดต่อจากมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อไปเป็นวิทยากรใน ประเด็น "การท่องเที่ยวโดยชุมชน"อีกครั้ง หลังจากที่ผมไปทำหน้าที่นัดแรกที่โครงการหลวงหมอกจ๋าม แม่อายเชียงใหม่ คิดว่าไปจุดประกายให้กับพื้นที่ในการก้าวเข้าสู่การพัฒนา ขับเคลื่อนชุมชนโดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ

 

ครั้งนี้ที่ "ดอยวาวี"  เชียงราย ผมได้เลื่อนวันกับทางผู้จัดมาแล้วสองครั้ง และจะไม่เลื่อนแล้ว กำหนดคือ ๑-๒ ก.ย.๕๐ นี้ ในโครงการ "เวทีส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ต่อการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน" กลุ่มเป้าหมาย เป็นชาวบ้านในพื้นที่โครงการหลวง บ้านดอยล้าน บ้านดอยช้าง ดอยวาวี บ้านใหม่พัฒนา พร้อมกับเจ้าหน้าที่โครงการหลวง รวมเกือน ๔๐ คน

งานนี้งานหนักเพราะ ผมเป็นวิทยากรเพียงคนเดียวในเวลาสองวันเต็ม  หากดูตามตารางที่ทางผู้จัดทำไว้ ก็เรียกได้ว่า ผมก็ต้องวิ่งขึ้น วิ่งลง แบบอยุดให้น้ำเป็นพักๆ

ดูโจทย์ที่ทางผู้จัดให้ผมดูนะครับ (ผมคัดมาให้ดูทั้ง ๒ วัน)

  • บรรยายเรื่อง "แนวทางการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน" โดย นายจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
  • เวทีชุมชน ประเด็น"การบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน" โดย นายจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
  • เวทีชุมชน ประเด็น"การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการเรียนรู้" โดย นายจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
  • ประชุมเรียนรู้ร่วมกัน ประเด็น "แนวทางความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน" โดย นายจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
  • เวทีเสวนา ประเด็น "ทำอย่างไร การท่องเที่ยวโดยชุมชน" โดย นายจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
  • และเปิดเวทีแลกเปลี่ยน โดย นายจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

ผมคัดลอกมาจากหนังสือเชิญครับ  อ่านแล้วหูอื้อ ตาลาย โชคดีที่เจ้าภาพบอกว่าให้ผมปรับเปลี่ยนกระบวนการได้ทั้งหมด

 

โจทย์นี้เป็นโจทย์ใหญ่ ที่ทำให้ผมกังวลหลายๆเรื่อง  เพราะกระบวนการที่กำหนดนั้นดูซ้ำซ้อนกัน ทั้งวิธีการ(บรรยาย,เวทีชุมชน,ประชุมเรียนรู้ร่วมกัน,เวทีเสนา,เปิดเวทีแลกเปลี่ยนซักถาม)  และเนื้อหา หากเป็นเช่นที่กำหนดมา ผมคงต้องวิ่งขึ้นลงจนซี่โครงบาน!!!

 

ผมคิดว่ากระบวนการน่าจะเติมเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน ในประเด็นแนวคิด และการพัฒนาภาพรวมในเมืองไทยก่อน และเจาะกรณีศึกษาที่บ้านแม่กำปอง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่  ซึ่งเราถือว่าเป็น Best Practice ที่อยากให้ชุมชนจุดประกาย

 

ตระหนักดีว่าการที่จะทำให้ชาวบ้านคลิ๊กวิธีคิด วิธีการพัฒนาโดยใช้การท่องเที่ยวนั้น ยากมาก มันเจือไปด้วยผลประโยชน์ และการอ่อนไหวทางวัฒนธรรม

ใช้เวลานาน และอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องด้วย

 

ลองคิดคร่าวๆ ว่าจะปรับเปลี่ยนตารางที่ผู้จัดมาให้ผมทั้งหมด เพื่อผมจะได้ออกแบบกระบวนการเอง และให้เจ้าหน้าที่โครงการหลวงมาเป็นผู้ช่วยทำกระบวนการทั้งสองวัน

 

ทั้งเรียนรู้เนื้อหา - เวทีแลกเปลี่ยน - ปฏิบัติ -และ ช่วยกันคิดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ต่อ นั่นเป็นกระบวนการหลักๆที่ผมจะนำมาใช้

 

เวทีแรกไม่ได้คาดหวังอะไรมากเหมือนที่หมอกจ๋ามแม่อาย ที่ผ่านมา เพียงแค่จุดประกายให้ชุมชน ผมคิดว่า ประสบความสำเร็จแล้ว

 

โจทย์ยากๆแบบนี้ ทำให้ผมต้องเตรียมการบ้านใช้เวลาพอสมควรทีเดียว

 

ช่วยผมคิดบ้างครับ...ผมควรจะทำกระบวนการเรียนรู้อย่างไร??

ให้สนุก มีความสุข และได้งาน


เรื่องเดิม ที่โครงการหลวงหมอกจ๋าม อ.แม่อาย เชียงใหม่

ทำงานชุมชนแบบไร้กระบวนท่า : แบบหาเช้ากินเช้า หาค่ำกินค่ำ

วันเดินทาง : ไปเป็นวิทยากรที่โครงการหลวง "หมอกจ๋าม"