มีข้อดีหลายๆอย่าง และยังหาข้อเสียไม่ได้ค่ะ

หมู่นี้คนพยา-ธิของเราหายหน้าหายตาไปจาก GotoKnow จนเข้ามาใน Smart Path เมื่อไหร่ก็เห็นแต่หน้ายายคนนี้เรียงราย แล้วสักพักถึงค่อยมีอ.ปารมี คุณศิริ พี่เม่ย อ.ประพนธ์มาคั่นบ้าง มีญาติมิตรที่แสนดีทักทายไต่ถามต่อๆกันมาผ่านหลายๆบันทึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา หายไปไหนกันหนอ  คุณเอื้อ ท่านไปตอบคุณเอก-จตุพร เอาไว้ในบันทึกเชิญชวนไปงานรวมพลฯที่เชียงใหม่ถึงสาเหตุที่เป็นไปได้

อ่านแล้วก็ย้อนคิดถึงตัวเอง ว่าเออหนอเรา.... ทำไมถึงตั้งหน้าตั้งตาเขียนอยู่ได้ ไม่ได้ดูเลยว่าพลพรรคเพื่อนพ้องหายหน้าหายตากันไปหมดแล้ว พอมีการทักถามจึงมาย้อนเปิดดูหน้าแรกของ Smart Path เห็นอย่างที่บอกข้างต้น ไม่ได้คิดมาก่อนเลยค่ะว่า เขียนทำไมได้ทุกวัน รู้แต่ว่าแต่ละวันมีอะไรที่อยากใส่ไว้ที่นี่มากกว่าที่จะเขียนได้ด้วยซ้ำ

นึกได้เหมือนกันว่าหมู่นี้ไม่มีเวลาเปิดอินเตอร์เน็ตที่ทำงานเลย แม้แต่ email ก็กลับมาเปิดที่บ้านระหว่างทานอาหารกลางวัน (วันไหนอยู่เวรเที่ยงหรือมีประชุม ก็ไม่ได้เปิดจนกว่าจะ 3-4 ทุ่ม) งานประจำก็เยอะแยะมากมายทุกวัน (มานานแล้ว) แต่สิ่งที่เพิ่มมาช่วงหลังๆนี้ก็คืองานเอกสารต่างๆเกี่ยวกับการเตรียมขอรับรอง ISO 15189 ของภาควิชาฯ, งานโครงการ PathoOTOP3 - R2R จะว่าพวกเราเครียดก็ไม่ใช่หรอกค่ะ แต่ที่แน่ๆคือไม่มีเวลาพอจะมาอ่านเขียนในช่วงเวลากลางวัน และดูเหมือนว่าจะหาคนที่เข้าเน็ตเป็นประจำที่บ้านก็มีน้อยกว่าคนที่พักผ่อนด้วยการดูทีวี หรือทำอะไรอย่างอื่น โดยเฉพาะคนที่ต้องเข้าเน็ตผ่าน modem ที่ช้าและหลุดบ่อย (อย่างคุณศิริและนายดำ) ต่างก็หมดแรงจะพยายาม

สำหรับตัวเอง การเขียนการอ่านคือการพักผ่อนที่ชอบอยู่แล้ว ดังนั้นแทนที่จะเขียนลงสมุดเก็บไว้อ่านคนเดียว ก็เขียนลง GotoKnow ดีกว่า เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆสำหรับตัวเอง และยังพบอะไรดีๆที่เกิดกับตัวเองเสมอเช่นที่เคยเขียนไว้  ยังคงมีภารกิจแน่นเอี้ยดในแต่ละวันเหมือนเดิมแต่การได้ลงมือเขียนในยามสิ้นวันก็ถือเป็นรางวัลให้ตัวเองอยู่เสมอ ไม่ได้สนใจปัจจัยต่างๆในการทำให้บันทึกน่าอ่านที่ควรจะคิด(แต่อาจจะทำให้ลงมือเขียนไม่ได้)  คิดแต่ว่า หาก"ใจ"ยังอยากเขียน ก็คงสื่อถึง "ใจ"ของใครที่อยากอ่านได้สักคนแหละน่า และยังคงอยากบอกใครต่อใครที่คิดๆอยู่ว่าจะเขียน ว่าลงมือเถอะค่ะ แล้วจะรู้ว่าเรามีเพื่อนที่มองไม่เห็น คาดไม่ถึงอีกมากมาย