การวางแผนการผลิตแบบใช้ KM เป็นเครื่องมือทำให้การทำงานมีความหวัง และน่าจะเห็นแนวทางแห่งความสำเร็จ

กว่าระยะเวลา 1 ปีเต็มที่ผมไม่ได้ย่างก้าวเข้าไปในสวนของตนเองเลย ถึงแม้จะมีระยะทางห่างจากบ้านเพียง 11 กิโลเมตร เท่านั้นเอง ครั้นเมื่อเจอกับพักพวกเพื่อนฝูงเพื่อนๆ ก็มักจะถามเสมอว่าเป็นไงบ้างที่สวนปลูกอะไรบ้างเนื่องจากเดิมทีเดียวผมเองไม่ค่อยห่างเหินจากสวนเท่าไหร่นัก ผมก็ได้แต่อั้มๆ อึ้งๆ ...และได้แต่ยิ้ม บ้างก็ตอบว่าทำเกษตรธรรมชาติ... เมื่อทุกคนที่ถามได้คำตอบแล้วก็คิดว่าน่าจะสบายใจ เพราะไม่ถามต่อ แต่แท้ที่จริงแล้วความลำบากใจ และความทุกข์มันกลับมาตกอยู่ที่ตัวผมเอง เพราะที่ตอบว่าทำเกษตรธรรมชาติของผมนั้นหมายความว่า ไม่ได้จัดการอะไรเลย ปล่อยทิ้งเอาไว้ อะไรอยากจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิดไป...ความที่ไม่ได้เอาใจใส่ และการตอบแบบไม่ได้ไปดูของจริงมาตอบจึงเกิดภาวะที่เป็นทุกข์ 

<div style="text-align: center"> </div><p align="center">        สภาพสวนที่ถูกทิ้งมานาน                 </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หลังจากที่ต้องมาเรียนและจัดการความรู้แบบธรรมชาติ (KM ธรรมชาติ) จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมารื้อฟื้น บูรณะสวนใหม่ เพื่อจะได้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ตลอดทั้งเป็นการทดสอบทฤษฏี ที่เราต้องการจะทดสอบ และศึกษาความถูกต้องของข้อมูลอันจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่ถูกต้อง และมีความเหมาะสมทั้งต่อบริบท และวิธีการอันจะนำไปสู่การพัฒนาที่จะส่งผลถึงความยั่งยืนในอาชีพ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><div style="text-align: center"></div>

เริ่มเห็นร่องรอยของ KM

</span></span></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จะเริ่มต้นอย่างไรดี?…จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่สำคัญ…ทำให้ผมต้องครุ่นคิดอยู่นานเนื่องจากที่ดินเราก็รก แถมยังไม่มีทั้งไฟฟ้า และระบบน้ำอีกต่างหาก จึงทำให้ผมต้องมานั่งคิด นอนคิดอยู่หลายตลบ…ครั้นเมื่อแนวความคิดเริ่มตกผลึกพร้อมๆ กับการใช้ KM เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ จึงตัดสินใจในการที่จะศึกษาในพื้นที่ 1 ไร่ ตามแนวทางการจัดการความรู้เกษตรกรรมประณีต 1 ไร่ ของเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน</p><p>  เกษตรประณีต 1 ไร่ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง ทรัพยากร วิชาการ นโยบาย และแผนการพัฒนาที่ถูกต้อง ดังนั้นผมจึงเริ่มต้นที่ 1 ไร่ก่อน แล้วค่อยๆ จัดการความรู้ของตนเองที่มีอยู่ว่าจะปลูกอะไรดี หลังจากนั้นจึงได้แนวคิดว่าเราจะต้องออมต้นไม้ใหญ่เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ให้กลับมา จึงตัดสินใจปลูกต้นยางนา ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดอุบลราชธานี อีกทั้งเป็นต้นไม้ที่โตเร็ว แถมยังเป็นพืชอาศัยของเชื้อราเห็ดระโงกอีกด้วย ดังนั้นเมื่อปลูกต้นยางนาแล้วคงได้มีต้นไม้ร่มเงาที่ร่มรื่น แถมยังได้กินเห็ดอีกต่างหาก จึงตัดสินใจปลูกแบบ KM จำนวน 80 ต้น  </p><div style="text-align: center"></div><div style="text-align: center">รวมพลังคนในครอบครัวมาช่วยกันปลูก</div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กล้วย เป็นพืชพี่เลี้ยงที่น่าปลูกเช่นกันเพราะสามารถเก็บความชื้นได้ดี แต่ไม่รู้ว่ากล้วยชนิดไหนดีจึงทดลองปลูกไป 6 ชนิด ประกอบด้วยกล้วยน้ำหว้าขาว น้ำหว้าเขียว กล้วยส้ม กล้วยหอม กล้วยไข่กำแพงเพชร และกล้วยไข่พม่า  นอกจากนั้นก็คิดว่าใบกล้วยเป็นวัสดุในการห่อหมูยอที่ชาวอุบลผลิตอย่างเป็นล่ำเป็นสันมานาน น่าจะนำใบไปใช้ประโยชน์ได้อย่างดี</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พืชผักสวนครัว หัวใจของความพอเพียง… เนื่องจากพืชผักสวนครัวเป็นสิ่งที่เราใช้ประกอบอาหารเป็นหลักดังนั้นจะขาดเสียไม่ได้ จึงต้องปลูกผักหวานบ้าน ชะโอม ตำลึง ผักบุ้ง ถั่ว หอม แมงลัก โหระพา กระเพรา เป็นต้น และตอนนี้กำลังเริ่มงอกครับ </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตระกูลมะ เป็นพืชหลักที่กำลังวางแผนการปลูกโดยเฉพาะไม้ผลเนื่องจากเราต้องกินในครัวเรือน ได้แก่ มะม่วง มะนาว (มีอยู่แล้ว) มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะพร้าว และกลุ่มส้มโอ ลำไย เกาลัด ลิ้นจี่ ชมพู่ เป็นต้น นอกจากที่เราจะใช้ในการบริโภคแล้วก็จะได้เป็นการศึกษา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><div style="text-align: center"></div><div style="text-align: center">คลุมเพื่อรักษาความชื้น และกันวัชพืช</div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อย่างไรก็ตามในกระบวนการทำเกษตรประณีต 1 ไร่ในครั้งนี้เป็นกระบวนการทำสวนที่ใช้ KM ตลอดเวลา เพื่อเราจะได้เรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ของกิจกรรมที่เราทำ การเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำ KM แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการเรียนรู้คงไม่มีวันจบ เพียงแต่ว่าเราจะจัดการวันนี้ให้ดีที่สุดได้อย่างไร</p><p> ขอบคุณครับ                    </p><p>อุทัย   อันพิมพ์</p><p>1 สิงหาคม 2550 </p><p> </p>