นานมากแล้ว, นานพอที่จะทำให้บางสิ่งบางอย่างลบเลือนหายไปจากความทรงจำของผม... ยกเว้นแต่เรื่องราวและนาฏกรรมบนท้องถนนแห่งวิถีกิจกรรมที่ผมไม่เคยเลยแม้แต่คิดที่จะ “ลืม” ...
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ล่าสุด, ในห้วงพักผ่อนอันต่อเนื่องเพียงไม่กี่วันที่ผ่านมา บังเอิญผมเข้าเว็บไซด์และลองคลิกหาชื่อตนเองดูว่าถูกจารึกไว้เช่นใดบ้าง พลันพบเจอชื่อตนเองคลับคล้ายปรากฏในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว และเรื่องที่ถูกกล่าวถึงก็คือ “วิถีแห่งนิสิตบ้า” …</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่รู้มาก่อนว่าถูกกล่าวขวัญถึง, และไม่รู้มาก่อนว่าเรื่องราวของมหกรรมคนอาสาจะได้รับการดูแลจากสังคมเช่นนั้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตราบจนบัดนี้ผมก็ยังไม่พบเจอต้นฉบับในหนังสือพิมพ์และไม่อาจล่วงรู้เลยว่า ผู้ที่ให้ความกรุณานำเรื่องไปเผยแพร่นั้นเป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนามใด … และรู้จักมักคุ้นกับผมอย่างไรบ้าง ?</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และนี่คือเรื่องราวที่ผมกล่าวถึง ….. (วิถีแห่งนิสิตบ้า: โรแมนติกเร็บเบิล) เชิญครับ….</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ……. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
ผ่านไปกี่วันแล้วนะ ที่ได้ฟังเรื่องเล่าซึ่งออกไปแนวพิลึกแต่ทว่าดีงามและควรค่าต่อการรับรู้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
พนัส ปรีวาสนาพี่ชายที่รู้จักมักคุ้นเมื่อหลายปีก่อนเวลานี้พี่แกยังคงดำรงสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.)กว่าสิบปีที่คลุกคลีและข้องแวะอยู่กับทั้งนิสิต-คณาจารย์ รวมกระทั่งคนพื้นถิ่นในฐานะนักกิจกรรมตัวเอ้ หลากเรื่องราวที่บอกเล่าผ่านพี่ชายคนนี้จึงน่ารับฟังเสมอ</p><p></p><p>
เช่นการสนทนาในเที่ยวล่า แกนำเรื่องของนักศึกษากลุ่มที่เรียกตนเองว่า “นิสิตบ้า” มาเล่าสู่ ซึ่งผมได้สดับแล้วเชื่อว่า เรื่องราวเช่นนี้มีคุณค่าพอที่จะนำมาบอกต่อเผื่อจะเกิดประโยชน์โภชผลอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป</p><p></p><p>
กลุ่มผู้เรียกตนว่า “นิสิตบ้า” คือกลุ่มคนอาสา ซึ่งเป็นนิสิต มมส.ที่หนีการเรียนในห้องไปช่วยชาวบ้านเกี่ยวข้าว</p><p></p><p>เพื่อขอรับบริจาคข้าวเปลือกไปช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วม โคลนถล่มที่อ.ท่าปลาจ.อุตรดิตถ์</p><p>
พลพรรคแห่งนิสิตบ้านี้มีแกนนำที่ขับเคลื่อนล้วนเป็นผู้นำองค์กรนิสิตทั้งนั้นแต่ประหลาดตรงที่ไม่ยักกะขออนุมัติกิจกรรมตามระเบียบมหาวิทยาลัยเพียงหยิบยืมพื้นที่เล็กๆ ในมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ระดมพลอาสาจากชมรมต่างๆรวมไปกระทั่งเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน หรือแม้แต่มูลนิธิกองทุนไทยสืบมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่าน</p><p>
ผมเห็นพ้องกับพี่พนัส ที่บอกว่าให้ความสำคัญกับเนื้องาน อันเป็นน้ำใสใจจริงของพวกเขามากกว่าการยึดติดระบบกระนั้นแกอดไม่ได้ที่จะไม่ชักชวนพรรคพลอาสานำกิจกรรมดีๆ เข้าสู่ระบบของมหาวิทยาลัยหรือไม่เช่นนั้น มหาวิทยาลัยก็ควรจะกระโจนร่วมขบวน สนับสนุนพวกเขาเสียเพราะนี่คือกิจกรรมที่ให้ได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด</p><p></p><p>
กิจกรรมของนิสิตบ้าเหล่านี้ต้องสัญจรลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลในนามอาสาสมัครสัญจรอาสาช่วยลงแขกเกี่ยวข้าวในหมู่บ้านใกล้ไกล (แม้ว่าจะไม่ค่อยได้เห็นกันแล้วในวิถีชาวนาปัจจุบัน)จากนั้นจึงจะขอรับบริจาคข้าวเปลือกเก็บไว้เพื่อรอนำส่งไปช่วยชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมดังที่ตั้งหวังไว้อีกทอดหนึ่ง
</p><p>
เหตุที่นิสิตบ้ากลุ่มนี้เลือกที่จะนำข้าวเปลือกส่งไปที่อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์เนื่องเพราะพวกเขาเคยนำชมรมอาสาสมัครลงพื้นที่นี้มาแล้วครั้งหนึ่งและเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ก่อผลกระเทือนจิตใจจึงยิ่งเป็นแรงผลักให้พวกเขาต้องกลับไปร่วมทุกข์กับพี่น้องที่นั่นอีกคราครั้ง</p><p></p><p>
พี่พนัสเล่าว่า จากวันเริ่มต้นจวบกระทั่งเพลานี้มีข้าวเปลือกกองใหญ่ตั้งพะเนินกันอยู่ที่วัดบ้านดอนนา (จ.มหาสารคาม)ทั้งมีบางส่วนที่ยังไม่ได้ขนย้ายจากพื้นที่ในตำบลหนึ่งของจ.ร้อยเอ็ด</p><p>
ผมยิ่งฟังยิ่งตื้นตันและคลับคล้ายกับมีเสียงเพรียกภายในร่ำร้อง ราวกับมันอยากจะออกไปร่วมกิจกรรมร่วมลงแรงพร้อมกับนิสิตบ้าเหล่านั้น-และยิ่งตื้นใจเมื่อพบว่าพลังศรัทธาบริสุทธิ์ที่ร่วมแรงแข็งขันช่วยชาวบ้านลงแขกเกี่ยวข้าวนำมาซึ่งข้าวเปลือกกว่า 200 กระสอบ
</p><p>
คืนวันผันผ่านห้วงเดือนมกราคมคือช่วงยามที่นิสิตบ้าตั้งใจจะร่วมทำบุญสู่ขวัญข้าวอันเป็นพิธีกรรมที่พวกเขาให้ความสำคัญมากก่อนที่จะมีการขนย้ายและส่งมอบข้าวเปลือกสู่พี่น้องชาวอุตรดิตถ์ วันนี้ผมไม่แน่ใจว่าพิธีกรรมสู่ขวัญข้าวผ่านพ้นไปแล้วหรือยังแต่กับน้ำเสียงที่ซ่อนแววกังวลของพี่พนัสในวันนั้นอดมิได้ที่จะเอ่ยถึงเรื่องหนักค้างใจ ซึ่งก็คือเรื่องของเงิน-งบประมาณค่าใช้จ่ายที่ไม่พอต่อการขนย้ายข้าวเปลือกจากร้อยเอ็ดมายังมหาสารคามและถ่ายโยงไปสู่อุตรดิตถ์ แน่ละว่า ยิ่งการขนถ่ายล่าช้าทิ้งข้าวเปลือกเผชิญความชื้นจากน้ำหมอกนับวันข้าวเปลือกยิ่งถูกกร่อนคุณภาพลงหลายส่วนซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าเสียดาย เพราะเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วแต่ยังขาดพลังเรี่ยวแรงในภาคส่วนอื่นของสังคม (โดยเฉพาะรัฐบาล) มิใส่ใจแลเหลียวกระทั่งหมางเมินด้วยซ้ำ
</p><p></p><p>เช่นนี้แล้ว น้ำเหงื่อจากเหล่านิสิตบ้านิสิตนอก (ห้องเรียน) และพลพรรค จะหยดหายไปอย่างสูญเปล่ากระนั้นหรือหรือต้องปล่อยให้หลั่งเหงื่ออีกสักกี่ร้อยกี่หมื่นเม็ด จึงจะได้รับการช่วยเหลือช่วยขับเคลื่อน ผมว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องและแม้แต่ใครที่เห็นดีเห็นงามกับขบวนการเพื่อสังคมของพลพรรคนิสิตบ้านี้มาช่วยกันผลักดันพวกเขาดีกว่าแม้จะเพียงแค่บางคุ้งโค้งก็ยังดี
</p><p>
และวันนี้เช่นกันถึงแม้ว่าการทำบุญสู่ขวัญข้าวจะผ่านไป (หรือไม่)ทั้งการขนถ่ายลำเลียงกระสอบข้าวเปลือกนับร้อยจะไปถึงไหน อย่างไรแล้ว แต่กระนั้นผมยังมีความหวังดังที่พี่พนัสแกทิ้งไว้ก่อนจากลากันว่าปีหน้าฟ้าใหม่เราคงจะขับเคลื่อนกองทุนข้าวขึ้นที่ชุมชนใกล้มหาวิทยาลัยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเก็บเกี่ยวของการถ่ายโยงหรืออะไรก็แล้วแต่ที่พอจะยื่นมือช่วยเหลือพลพรรคอาสาเหล่านั้นได้เหมือนที่เคยเป็นมา…และจะมากกว่าในวันนี้
</p>วิถีแห่งนิสิตบ้า, จากโพสต์ทูเดย์ วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2550
การทำในสิ่งตามที่ใจคิด บวกความฝันและอุดมการณ์สุ่มเสี่ยงต่อข้อกล่าวหาว่า "บ้า" เป็นอย่างยิ่ง
แต่เราก็น้อมรับคำว่า "บ้า " มันคือพลังบวกใจ ของคนหนึ่งคนที่กล้าที่จะฝัน เพราะเขามีฝัน
ผมศรัทธาคุณ และให้กำลังใจ
สวัสดีค่ะ
เรื่องที่ลงก็ดีนะคะ
ศรัทธางานคุณพนัสเสมอค่ะ
มีความฝัน พยายามทำฝันให้เป็นจริง และบันทึกเรื่องราวไว้ได้อย่างสวยงามจริงๆค่ะ
^^,
มาสนับสนุน และเป็นกำลังใจให้กับ กิจกรรมของคนบ้า ... ...
... นามนั้นสำคัญไฉน ใจเราต่างหากที่รับรู้
... ผลงานเท่านั้น รับประกัน ....
.... เชื่อมั่นและศรัทธา ในพลังของนักกิจกรรมค่ะ
เป็นกำลังใจให้สำหรับ การสานฝันอันยิ่งใหญ่
ขอบคุณค่ะ สำหรับเรื่องราวดีๆ
ยอดเยี่ยมจริงๆ เพราะ เค้าและคุณ บ้าความดี กัน น่ะค่ะ ขอชื่นชม
นิสิตบ้า
ถ้าในวงการสาธารณสุข เขาเรียกว่า จิตอาสาค่ะ
วึงปัจจุบัน กำลังเป็นที่ต้องการและมีการรณรรงค์กันค่ะ
ยินดีด้วยค่ะที่มีคนเขานำเรื่องราวดีดี ไปเผยแพร่ต่อค่ะ
ตามมาอ่านเพื่อเรียนรู้ก่อนพบตัวจริงครับ
ความบ้ามีหลายแบบ ทั้งบ้าจริงๆและบ้าเทียม
เช่น การทำอะไรโดยปราศจากสติ...ก็บ้า
ขาดความยั้งคิด...ก็บ้า
ลุ่มหลงในสิ่งใดมากเกินไป...ก็บ้า
รึ..มีอุดมคติเกินไป..ก็ถูกกล่าวขาน...ว่าบ้า
การที่ทำอะไรนอกขนบนั้นมักถูกเรียกขานว่าบ้าเสมอ
ทั้งๆที่ มีสติ มีความยั้งคิดและไม่ลุ่มหลง
หากมีศรัทธาในอุดมคติ ต่างหาก
ผมเอง...บางครั้งก็เป็นคณบดีบ้า เหมือนกัน
จนแฟนค้อนเอาบ่อยๆ...
ช่วงนี้ถูกรองๆคณบดี ค่อนว่า บ้าGotoknow ครับ :)
.
ขอขอบพระคุณพี่พนัส อย่างมากนะครับที่ไม่เคยละทิ้งน้องๆ ชมรมอาสาพัฒนา ของผม แม้ระยะทางในการออกค่ายจะไกลหรือใกล้พี่ก็ไปเยี่ยมเยือนเสมอมา บางครั้งอาจจะดูว่าพี่ไปเพราะหน้าที่แต่วันนี้ผมทราบซึ้งจริงๆ ว่าในสิ่งที่พี่ทำไปมิใช่เพราะหน้าที่ แต่เป็นเพราะปารถนาของหัวใจที่พี่มีต่ออาสาพัฒนาของเรา ใช่หรือเปล่าครับ ?
สวัสดีครับ อ.ปวีณา
สวัสดีครับ
เรื่องจิตอาสา, ช่วงนี้เห็นโหมโรงประชาสัมพันธ์กันมาต่อเนื่องและยาวนานไม่ใช่น้อยเลย